<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>คลีนิกทันตแพทย์สมเกียรติ จัดฟัน,ดัดฟัน,รักษารากฟัน,อุดฟัน,ใส่ฟัน,ฟอกสีฟัน,ขูดหินปูน SKDentalclinic.com &#187; โรคฟันผุ</title>
	<atom:link href="http://www.skdentalclinic.com/tag/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b8/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.skdentalclinic.com</link>
	<description>จัดฟัน,ทำฟัน,ดัดฟัน,รักษารากฟัน,อุดฟัน,ใส่ฟัน,ฟอกสีฟัน,ขูดหินปูน</description>
	<lastBuildDate>Thu, 26 Jan 2012 07:17:10 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3</generator>
		<item>
		<title>Do’s Don’ts เคี้ยวให้ฟันปลอดภัย</title>
		<link>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/do%e2%80%99s-don%e2%80%99ts-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2.html</link>
		<comments>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/do%e2%80%99s-don%e2%80%99ts-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 09 May 2011 07:34:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>malinee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[ฟลูออไรด์]]></category>
		<category><![CDATA[หมอฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคฟันผุ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคเหงือก. ฝน้ำอัดลม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.skdentalclinic.com/?p=125</guid>
		<description><![CDATA[หากถามว่าอวัยวะอะไรที่แข็งแรงที่สุดในร่างกาย ฟันที่ใช้เคี้ยวอาหาร นี่แหละ แต่ถึงจะแข็งอย่างไรก็มีโอกาสสูญเสียจากโรคฟันผุโรคเหงือกได้ พ.ต.ท.ทพ.พจนารถ พุ่มประกอบศรี หากถามว่าอวัยวะอะไรที่แข็งแรงที่สุดในร่างกาย ฟันที่ใช้เคี้ยวอาหาร นี่แหละ แต่ถึงจะแข็งอย่างไรก็มีโอกาสสูญเสียจากโรคฟันผุโรคเหงือกได้ มีอีกอย่างที่บางท่านคิดไม่ถึงหรือไม่ค่อยระวัง คือการใช้ฟันผิดประเภทมากกว่าการใช้เคี้ยวอาหารเพียงอย่างเดียว เราสามารถยืดอายุฟันออกไปได้ ถ้าระมัดระวังว่าอะไร ควรกัดควรเคี้ยวมีอะไร? Don&#8217; t ถึงแม้ว่าฟันจะแข็งมาก แต่มีโอกาสแตกหักขึ้นได้ เพราะการที่ไปกัดของแข็งมากๆ เช่น ใช้ฟันแทนที่เปิดฝาเบียร์ ฝาน้ำอัดลม อย่าทำครับ อย่าใช้ฟันขบกัดของแข็งจนเป็นนิสัยประจำ เช่น กัดก้านแว่นตา ปากกา กัดเข็มเย็บผ้า หรือคาบไปค์นานๆ ฟันจะสึกโค้งตามวัสดุที่กัด อย่าเคี้ยวหรือใช้ฟันกัดของที่เหนียวมากๆ อย่าใช้ฟันกัดเปลือกผลไม้ที่แข็งมากๆ เช่น เมล็ดเกาลัก หรือขบแตงโมจนเป็นนิสัยเมล็ด อย่าใช้ฟันกัดก้ามปู แทะกระดูก หากคุณที่มีฟันที่เคยอุดไว้ เนื้อฟันที่เหลือจะน้อยลง พึ่งระลึกเสมอว่า ความแข็งแรงลดลงไปด้วยเช่นกัน บางท่านต้องมาพบหมอฟันอย่างฉุกเฉินด้วยฟันหน้าหักเพราะไปใช้ฟันกัดก้ามปู การใช้ฟันหากเราระมัดระวังรู้จักสภาพฟันของเราดีก็จะช่วยลดอุบัติเหตุหรือหลีกเลี่ยงอันตรายกับฟันได้ ถ้าอยากให้ฟันแข็งแรงอยู่กับเรานานๆ ต้องทำอย่างนี้ Dos เคี้ยวอาหารที่นุ่มและไม่เหนียว ห้ามใช้ฟันเป็นเครื่องมือในการกัด แทะ หรือเปิดสิ่งของต่างๆ อย่าเคี้ยวหมากฝรั่งที่มีส่วนผสมของน้ำตาล รับประทานอาหารที่เป็นกากใย เช่น ผลไม้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หากถามว่าอวัยวะอะไรที่แข็งแรงที่สุดในร่างกาย ฟันที่ใช้เคี้ยวอาหาร นี่แหละ แต่ถึงจะแข็งอย่างไรก็มีโอกาสสูญเสียจากโรคฟันผุโรคเหงือกได้</p>
<p>พ.ต.ท.ทพ.พจนารถ พุ่มประกอบศรี<br />
หากถามว่าอวัยวะอะไรที่แข็งแรงที่สุดในร่างกาย ฟันที่ใช้เคี้ยวอาหาร นี่แหละ แต่ถึงจะแข็งอย่างไรก็มีโอกาสสูญเสียจากโรคฟันผุโรคเหงือกได้ มีอีกอย่างที่บางท่านคิดไม่ถึงหรือไม่ค่อยระวัง คือการใช้ฟันผิดประเภทมากกว่าการใช้เคี้ยวอาหารเพียงอย่างเดียว เราสามารถยืดอายุฟันออกไปได้ ถ้าระมัดระวังว่าอะไร ควรกัดควรเคี้ยวมีอะไร? </p>
<p>Don&#8217; t<br />
ถึงแม้ว่าฟันจะแข็งมาก แต่มีโอกาสแตกหักขึ้นได้ เพราะการที่ไปกัดของแข็งมากๆ เช่น ใช้ฟันแทนที่เปิดฝาเบียร์ ฝาน้ำอัดลม อย่าทำครับ<br />
อย่าใช้ฟันขบกัดของแข็งจนเป็นนิสัยประจำ เช่น กัดก้านแว่นตา ปากกา กัดเข็มเย็บผ้า หรือคาบไปค์นานๆ ฟันจะสึกโค้งตามวัสดุที่กัด<br />
อย่าเคี้ยวหรือใช้ฟันกัดของที่เหนียวมากๆ<br />
อย่าใช้ฟันกัดเปลือกผลไม้ที่แข็งมากๆ เช่น เมล็ดเกาลัก หรือขบแตงโมจนเป็นนิสัยเมล็ด<br />
อย่าใช้ฟันกัดก้ามปู แทะกระดูก </p>
<p>หากคุณที่มีฟันที่เคยอุดไว้ เนื้อฟันที่เหลือจะน้อยลง พึ่งระลึกเสมอว่า ความแข็งแรงลดลงไปด้วยเช่นกัน บางท่านต้องมาพบหมอฟันอย่างฉุกเฉินด้วยฟันหน้าหักเพราะไปใช้ฟันกัดก้ามปู การใช้ฟันหากเราระมัดระวังรู้จักสภาพฟันของเราดีก็จะช่วยลดอุบัติเหตุหรือหลีกเลี่ยงอันตรายกับฟันได้ </p>
<p>ถ้าอยากให้ฟันแข็งแรงอยู่กับเรานานๆ ต้องทำอย่างนี้ </p>
<p>Dos<br />
เคี้ยวอาหารที่นุ่มและไม่เหนียว<br />
ห้ามใช้ฟันเป็นเครื่องมือในการกัด แทะ หรือเปิดสิ่งของต่างๆ<br />
อย่าเคี้ยวหมากฝรั่งที่มีส่วนผสมของน้ำตาล<br />
รับประทานอาหารที่เป็นกากใย เช่น ผลไม้ ช่วยขัดกวาดทำความสะอาดฟัน แทนอาหารที่มีน้ำตาลเหนียวๆ </p>
<p>ที่สำคัญอย่าลืมว่า หลังการเคี้ยวมื้อหลักๆ แล้วควรทำความสะอาดฟันอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการแปรงฟันหลังอาหารทุกมื้อ ใช้ไหมขัดซอกฟันทำความสะอาดด้านข้างของฟัน และอมน้ำยาบ้วนปาก หรือใช้ฟลูออไรด์เสริมความแข็งแรงให้ฟัน </p>
<p>การดูแลสุขภาพฟันอย่างจริงจัง เลือกอาหาร พบทันตแพทย์เป็นประจำหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่างๆ ในการใช้ฟันบดเคี้ยว คุณก็จะมีสุขภาพที่แข็งแรง มีรอยยิ้มที่ประทับใจ ปฏิบัติตามข้อแนะนำข้างต้น เพิ่มความแข็งแรงให้ฟัน และความสะอาดในช่องปากตลอดไป </p>
<p>ที่มาข้อมูล : นิตยสาร Health Today</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/do%e2%80%99s-don%e2%80%99ts-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กลิ่นปาก</title>
		<link>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81.html</link>
		<comments>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 24 Nov 2010 05:38:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>malinee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[กลิ่นปาก]]></category>
		<category><![CDATA[บ้วนปาก]]></category>
		<category><![CDATA[รากฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[เศษอาหารหมักหมม]]></category>
		<category><![CDATA[แปรงฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคฟันผุ]]></category>
		<category><![CDATA[โรควัณโรคปอด]]></category>
		<category><![CDATA[โรคเหงือก]]></category>
		<category><![CDATA[โรคในช่องปาก]]></category>
		<category><![CDATA[โรคไซนัสอักเสบ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.skdentalclinic.com/?p=96</guid>
		<description><![CDATA[กลิ่นปากอาจเกิดจาก 1. มีเศษอาหารตกค้างหมักหมม ควรแก้ปัญหาด้วยการแปรงฟันอย่างน้อยวันละ2 ครั้ง หลังรับประทานอาหาร ถ้าไม่มีโอกาสแปรงฟันควรบ้วนปากด้วยน้ำหลาย ๆครั้ง 2. โรคในช่องปาก ได้แก่ โรคฟันผุ และโรคเหงือกอักเสบ เพราะฟันผุเป็นรูทำให้เศษอาหารตกค้างและอาจมีหนองที่รากฟัน ควรไปพบทันตแพทย์ 3. การใส่ฟันปลอมที่ไม่ดี ทำให้เกิดการหมักหมมของเศษอาหารได้ 4. โรคบางระบบของร่างกาย เช่น โรคไซนัสอักเสบ,โรควัณโรคปอด การแก้ปัญหา จึงต้องรักษาโรคให้หายขาดร่วมไปกับการรักษาความสะอาดช่องปาก 5. สาเหตุนอกช่องปาก เช่น การกินอาหารที่มีกลิ่นรุนแรง ได้แก่กระเทียม ปลาร้า ทุเรียน ควรแปรงฟันหลังอาหารทันที หรือ ใช้ยาอมระงับกลิ่นปาก คัดลอกข้อมูลจาก http://www.dentalcouncil.or.th/content/people/detail.php?type=6&#038;id=72 แก้ไขล่าสุด : 20 พฤศจิกายน 2552]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>กลิ่นปากอาจเกิดจาก</p>
<p>1. มีเศษอาหารตกค้างหมักหมม ควรแก้ปัญหาด้วยการแปรงฟันอย่างน้อยวันละ2 ครั้ง หลังรับประทานอาหาร ถ้าไม่มีโอกาสแปรงฟันควรบ้วนปากด้วยน้ำหลาย ๆครั้ง<br />
2. โรคในช่องปาก ได้แก่ โรคฟันผุ และโรคเหงือกอักเสบ เพราะฟันผุเป็นรูทำให้เศษอาหารตกค้างและอาจมีหนองที่รากฟัน ควรไปพบทันตแพทย์<br />
3. การใส่ฟันปลอมที่ไม่ดี ทำให้เกิดการหมักหมมของเศษอาหารได้<br />
4. โรคบางระบบของร่างกาย เช่น โรคไซนัสอักเสบ,โรควัณโรคปอด การแก้ปัญหา จึงต้องรักษาโรคให้หายขาดร่วมไปกับการรักษาความสะอาดช่องปาก<br />
5. สาเหตุนอกช่องปาก เช่น การกินอาหารที่มีกลิ่นรุนแรง ได้แก่กระเทียม ปลาร้า ทุเรียน ควรแปรงฟันหลังอาหารทันที หรือ ใช้ยาอมระงับกลิ่นปาก</p>
<p>คัดลอกข้อมูลจาก</p>
<p>http://www.dentalcouncil.or.th/content/people/detail.php?type=6&#038;id=72</p>
<p>แก้ไขล่าสุด : 20 พฤศจิกายน 2552</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ดื่มนมอย่างไรฟันถึงไม่ผุ</title>
		<link>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88.html</link>
		<comments>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Nov 2009 03:55:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>malinee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[กรดกัดฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[ดื่มนม]]></category>
		<category><![CDATA[บ้วนปาก]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อโรคในน้ำลาย]]></category>
		<category><![CDATA[แปรงฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคฟันผุ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88.html</guid>
		<description><![CDATA[เด็กมีความจำเป็นต้องดื่มนมทุกวันเป็นประจำ เพื่อบำรุงร่างกายให้แข็งแรง แต่นมก็เป็น เครื่องดื่มที่ทำให้เกิดโรคฟันผุได้มากเพราะคราบนมจะจับตัวฟันและขอบเหงือกได้ง่าย แต่เอาออกยาก เมื่อคราบนมผสมกับเชื้อโรคในน้ำลายจะเปลี่ยนเป็นกรดไปกัดฟันอย่างรวดเร็ว ดังนั้นหลังเด็กดื่มนมต้องรีบแปรงฟัน หรือบ้วนปากหลาย ๆ ครั้งทันที]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เด็กมีความจำเป็นต้องดื่มนมทุกวันเป็นประจำ เพื่อบำรุงร่างกายให้แข็งแรง แต่นมก็เป็น เครื่องดื่มที่ทำให้เกิดโรคฟันผุได้มากเพราะคราบนมจะจับตัวฟันและขอบเหงือกได้ง่าย แต่เอาออกยาก เมื่อคราบนมผสมกับเชื้อโรคในน้ำลายจะเปลี่ยนเป็นกรดไปกัดฟันอย่างรวดเร็ว ดังนั้นหลังเด็กดื่มนมต้องรีบแปรงฟัน หรือบ้วนปากหลาย ๆ ครั้งทันที</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประโยชน์จากเปลือกทุเรียนพัฒนาเป็นน้ำยาบ้วนปาก</title>
		<link>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5.html</link>
		<comments>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 10 Nov 2008 06:15:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>malinee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำยาบ้วนปาก]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสเตอร์ปิดแผล]]></category>
		<category><![CDATA[ยาสีฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[เปลือกทุเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคฟันผุ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.skdentalclinic.com/?p=31</guid>
		<description><![CDATA[MCOT News 10 November 2008 ยา นักวิจัยคณะเภสัชฯ จุฬาฯนำเปลือกทุเรียนส่วนที่ขาว ๆ ตัดหนาม เลาะเปลือกสีเขียวทิ้ง เพื่อกำจัดสารเคมีต่าง ๆ ทั้งยาฆ่าแมลง สารเร่งทุเรียน จากนั้น นำส่วนเปลือกขาว ๆ มาสกัด ได้สารบริสุทธิ์ มีความเป็นกรดอ่อน ๆ นำไปทดสอบพบว่า ทำเป็นพลาสเตอร์ปิดแผล รักษาแผลที่ผิวหนังหายได้ดี อาจารย์คณะทันตะฯ จุฬาฯ จึงนำมาต่อยอดพัฒนาเป็น &#8220;น้ำยาบ้วนปาก&#8221; น้ำสีเหลือง ๆ ที่คุณผู้อ่านเห็นนี่แหละค่ะ สกัดจากเปลือกทุเรียน นำสารสกัดไปพัฒนาในรูปแบบยาสีฟันเพื่อป้องกันโรคฟันผุ น้ำยาบ้วนปาก รสชาติไม่เผ็ดร้อน ทดสอบในอาหารเลี้ยงเชื้อแบคทีเรีย พบว่า ฆ่าแบคทีเรียในช่องปากได้ เป็นที่น่าพอใจ น้ำยาบ้วนปากจะมีรสชาติเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ ไม่เผ็ดร้อน คุณผู้อ่านที่สนใจผลิตภัณฑ์น้ำยาบ้วนปากจากเปลือกทุเรียน รศ.ทพ.ดร.พสุธา ธัญญะกิจไพศาล ผู้ช่วยคณบดีคณะทันตแพทย์ศาสตร์ จุฬาฯ บอกว่า งาน &#8220;จุฬาฯวิชาการ ปี 2551&#8243; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>MCOT News 10 November 2008<br />
ยา<br />
นักวิจัยคณะเภสัชฯ จุฬาฯนำเปลือกทุเรียนส่วนที่ขาว ๆ ตัดหนาม </p>
<p>เลาะเปลือกสีเขียวทิ้ง เพื่อกำจัดสารเคมีต่าง ๆ ทั้งยาฆ่าแมลง สารเร่งทุเรียน จากนั้น นำส่วนเปลือกขาว ๆ มาสกัด</p>
<p>ได้สารบริสุทธิ์ มีความเป็นกรดอ่อน ๆ นำไปทดสอบพบว่า</p>
<p>ทำเป็นพลาสเตอร์ปิดแผล รักษาแผลที่ผิวหนังหายได้ดี </p>
<p>อาจารย์คณะทันตะฯ จุฬาฯ จึงนำมาต่อยอดพัฒนาเป็น &#8220;น้ำยาบ้วนปาก&#8221; </p>
<p>น้ำสีเหลือง ๆ ที่คุณผู้อ่านเห็นนี่แหละค่ะ สกัดจากเปลือกทุเรียน</p>
<p>นำสารสกัดไปพัฒนาในรูปแบบยาสีฟันเพื่อป้องกันโรคฟันผุ </p>
<p>น้ำยาบ้วนปาก รสชาติไม่เผ็ดร้อน ทดสอบในอาหารเลี้ยงเชื้อแบคทีเรีย</p>
<p>พบว่า ฆ่าแบคทีเรียในช่องปากได้ เป็นที่น่าพอใจ </p>
<p>น้ำยาบ้วนปากจะมีรสชาติเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ    ไม่เผ็ดร้อน</p>
<p>คุณผู้อ่านที่สนใจผลิตภัณฑ์น้ำยาบ้วนปากจากเปลือกทุเรียน</p>
<p>รศ.ทพ.ดร.พสุธา ธัญญะกิจไพศาล ผู้ช่วยคณบดีคณะทันตแพทย์ศาสตร์ จุฬาฯ บอกว่า  งาน &#8220;จุฬาฯวิชาการ ปี 2551&#8243; จัดขึ้นระหว่าง</p>
<p>วันที่ 26 &#8211; 30 พฤศจิกายน 2551 ที่ จุฬาฯ   </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กลิ่นปากอาจเกิดจากอะไร</title>
		<link>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3.html</link>
		<comments>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 25 Jul 2008 02:37:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>malinee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[กลิ่นปาก]]></category>
		<category><![CDATA[ความสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ช่องปาก]]></category>
		<category><![CDATA[ทันตแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[ทุเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาร้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยาอมระงับกลิ่นปาก]]></category>
		<category><![CDATA[วัณโรคปอด]]></category>
		<category><![CDATA[แปรงฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคฟันผุ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคเหงือกอักเสบ]]></category>
		<category><![CDATA[ไซนัสอักเสบ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.skdentalclinic.com/?p=23</guid>
		<description><![CDATA[&#160; กลิ่นปากอาจเกิดจาก 1. มีเศษอาหารตกค้างหมักหมม ควรแก้ปัญหาด้วยการแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งหลังรับประทานอาหาร ถ้าไม่มีโอกาสแปรงฟันควรบ้วนปากด้วยน้ำหลาย ๆครั้ง 2. โรคในช่องปาก ได้แก่ โรคฟันผุ และโรคเหงือกอักเสบ เพราะฟันผุเป็นรูทำให้เศษอาหารตกค้างและอาจมีหนองที่รากฟัน ควรไปพบทันตแพทย์ 3. การใส่ฟันปลอมที่ไม่ดี ทำให้เกิดการหมักหมมของเศษอาหารได้ 4. โรคบางระบบของร่างกาย เช่น โรคไซนัสอักเสบ,โรควัณโรคปอด การแก้ปัญหา จึงต้องรักษาโรคให้หายขาดร่วมไปกับการรักษาความสะอาดช่องปาก 5. สาเหตุนอกช่องปาก เช่น การกินอาหารที่มีกลิ่นรุนแรง ได้แก่กระเทียม ปลาร้า ทุเรียน ควรแปรงฟันหลังอาหารทันที หรือ ใช้ยาอมระงับกลิ่นปาก &#160; ข้อมูลจาก ทันตแพทยสภา www.dentalcouncil.or.th]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><strong><span class="text_normal">กลิ่นปากอาจเกิดจาก</span></strong><span class="text_normal"><br />
1. มีเศษอาหารตกค้างหมักหมม  ควรแก้ปัญหาด้วยการแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งหลังรับประทานอาหาร  ถ้าไม่มีโอกาสแปรงฟันควรบ้วนปากด้วยน้ำหลาย ๆครั้ง<br />
2. โรคในช่องปาก ได้แก่  โรคฟันผุ และโรคเหงือกอักเสบ  เพราะฟันผุเป็นรูทำให้เศษอาหารตกค้างและอาจมีหนองที่รากฟัน ควรไปพบทันตแพทย์<br />
3.  การใส่ฟันปลอมที่ไม่ดี ทำให้เกิดการหมักหมมของเศษอาหารได้<br />
4.  โรคบางระบบของร่างกาย เช่น โรคไซนัสอักเสบ,โรควัณโรคปอด การแก้ปัญหา  จึงต้องรักษาโรคให้หายขาดร่วมไปกับการรักษาความสะอาดช่องปาก<br />
5. สาเหตุนอกช่องปาก  เช่น การกินอาหารที่มีกลิ่นรุนแรง ได้แก่กระเทียม ปลาร้า ทุเรียน  ควรแปรงฟันหลังอาหารทันที หรือ ใช้ยาอมระงับกลิ่นปาก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span class="text_normal">ข้อมูลจาก ทันตแพทยสภา www.dentalcouncil.or.th</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

