เทคนิคทำความสะอาดลึกถึงซอกฟัน

Friday, May 6th, 2011

แปรงฟันหลังอาหาร ยาสีฟันก็ใช้อย่างราคาแพง น้ำยาบ้วนปากก็มีบ้วนเป็นประจำ มั่นใจมากว่าสะอาดแน่ แต่ทำไมยังเกิดโรคเหงือกอักเสบ ฟันผุอยู่
ทพ.พจนารถ พุ่มประกอบศรี

การทำความสะอาดฟันเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันโรคในช่องปากไม่ว่าจะเป็น ฟันผุ โรคเหงือก จะเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์เกี่ยวกับอนามัยของฟัน ตั้งแต่แปรงสีฟัน มีกันหลายแบบหลายชนิด ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก อุปกรณ์เสริมในการทำความสะอาดฟันก็มีมากมาย แต่ก็มักมีคำถามที่เกิดขึ้น บ่อยๆ ว่า ก็แปรงฟันทุกมื้อหลังอาหาร ยาสีฟันก็ใช้อย่างราคาแพง น้ำยาบ้วนปากก็มีบ้วนเป็นประจำ มั่นใจมากว่าสะอาดแน่ แต่ทำไมยังเกิดโรคเหงือกอักเสบ ฟันผุได้เพราะมีเศษอาหารค้างอยู่

การเกิดโรคเหงือกอักเสบ และฟันผุได้ ก็ต้องมีคราบอาหารค้างอยู่ มีอะไรบ้างที่เป็นอุปสรรคทำให้แปรงฟันได้ไม่เกลี้ยงเกลาอย่างที่คิด

คนที่มีฟันซ้อนเก เรียงตัวไม่เป็นระเบียบเหมือนเวลาเข้าแถวและมีคนล้ำเส้นออกไป เวลาแปรงฟันขนแปรงจะสัมผัสเฉพาะฟันอยู่แถวหน้าเท่านั้น ส่วนฟันที่อยู่ด้านหลังก็จะไม่ค่อยถูกขนแปรงเลย คราบอาหารที่ค้างอยู่ตามคอฟันก็มีมาก คนที่มีฟันซ้อนเก จึงเกิดโรคเหงือกอักเสบได้ง่าย วิธีแก้ ก็คือจัดฟันหรือถ้ายังไม่พร้อมเวลาแปรงก็ต้องกดขนแปรงให้แนบชิดกับตัวฟันให้มาก ถึงสามารถทำความสะอาดได้อย่างเกลี้ยงเกลา

คนที่มีหุ้มกระดูกงอกมากผิดปกติและมีขนาดใหญ่ ที่ทำให้ขัดขวาง การแปรงฟัน เพราะขนแปรงจะติดบริเวณหุ้มกระดูกนี้ก่อน ก่อนถึงตัวฟัน ถ้าจะแปรงให้เกลี้ยงจริงๆ ต้อง กดขนแปรงให้สัมผัสกับตัวฟันจึงจะต้องใช้แรงกดมากกว่าปกติ

คนที่มีฟันล้มเอียง ก็จะแปรงยากเช่นกัน ต้องกดขนแปรงให้แนบกับฟันจริงๆ จึงจะทำความสะอาดได้ดี

คนที่มีฟันคุดที่โผล่ขึ้นมาบางส่วนแล้วไม่ได้ผ่าเอาออก เศษอาหารจะเข้าไปติดบริเวณฟันคุดและฟันซี่ติดกัน ทำให้ฟันข้างเคียงผุและเกิดอาการเหงือกอักเสบได้ง่าย กรณีแบบนี้ถึงจะพยายามแปรงอย่างไร ก็เอาเศษอาหารออกไม่หมด เห็นมีอยู่ทางเดียวก็ คือ ผ่าเอาฟันคุดออกก่อนครับ

ฟันที่อยู่ลึกมาก ๆ มักจะแปรงไม่ค่อยถึง เพราะบางท่านพอใส่แปรงสีฟันเข้าไปใกล้บริเวณ คอ ก็จะมีอาการอ๊อก ออกมาก็เลยไม่แปรงบริเวณซี่สุดท้าย ช่องว่างระหว่างฟัน แปรงสีฟันไม่สามารถเข้าไปถึงได้ คงต้องใช้ ไหมขัดฟัน ช่วยทำความสะอาด ถึงจะกำจัดเศษอาหารที่ติดค้างได้หมด

ฟันของเราจะมีบริเวณที่ทำความสะอาดได้ง่าย เช่น ด้านบดเคี้ยว ด้านที่ขนแปรงเข้าไปสัมผัสกับผิวหน้าฟันโดยตรง แต่ก็มีบางมุม บางจุดที่แปรงได้ยาก เนื่องจากการเรียงตัวของฟันอวัยวะข้างเคียงที่ขวางอยู่ จึงต้องสำรวจตรวจดูและให้ความเอาใจใส่ในการทำความสะอาดฟันกันเป็นพิเศษ เพื่อลดคราบอาหารเพื่อเพิ่มความมั่นใจคุณอาจใช้น้ำยาบ้วนปากที่ผสมฟลูออไรด์ช่วยด้วยอีกทางหนึ่งก็ดีทีเดียว

ที่มาข้อมูล : นิตยสาร Health Today

05/03/2008

กลิ่นปาก

Wednesday, November 24th, 2010

กลิ่นปากอาจเกิดจาก

1. มีเศษอาหารตกค้างหมักหมม ควรแก้ปัญหาด้วยการแปรงฟันอย่างน้อยวันละ2 ครั้ง หลังรับประทานอาหาร ถ้าไม่มีโอกาสแปรงฟันควรบ้วนปากด้วยน้ำหลาย ๆครั้ง
2. โรคในช่องปาก ได้แก่ โรคฟันผุ และโรคเหงือกอักเสบ เพราะฟันผุเป็นรูทำให้เศษอาหารตกค้างและอาจมีหนองที่รากฟัน ควรไปพบทันตแพทย์
3. การใส่ฟันปลอมที่ไม่ดี ทำให้เกิดการหมักหมมของเศษอาหารได้
4. โรคบางระบบของร่างกาย เช่น โรคไซนัสอักเสบ,โรควัณโรคปอด การแก้ปัญหา จึงต้องรักษาโรคให้หายขาดร่วมไปกับการรักษาความสะอาดช่องปาก
5. สาเหตุนอกช่องปาก เช่น การกินอาหารที่มีกลิ่นรุนแรง ได้แก่กระเทียม ปลาร้า ทุเรียน ควรแปรงฟันหลังอาหารทันที หรือ ใช้ยาอมระงับกลิ่นปาก

คัดลอกข้อมูลจาก

http://www.dentalcouncil.or.th/content/people/detail.php?type=6&id=72

แก้ไขล่าสุด : 20 พฤศจิกายน 2552

ดื่มนมอย่างไรฟันถึงไม่ผุ

Thursday, November 19th, 2009

เด็กมีความจำเป็นต้องดื่มนมทุกวันเป็นประจำ เพื่อบำรุงร่างกายให้แข็งแรง แต่นมก็เป็น เครื่องดื่มที่ทำให้เกิดโรคฟันผุได้มากเพราะคราบนมจะจับตัวฟันและขอบเหงือกได้ง่าย แต่เอาออกยาก เมื่อคราบนมผสมกับเชื้อโรคในน้ำลายจะเปลี่ยนเป็นกรดไปกัดฟันอย่างรวดเร็ว ดังนั้นหลังเด็กดื่มนมต้องรีบแปรงฟัน หรือบ้วนปากหลาย ๆ ครั้งทันที

ฟันลูกสวย แม่ช่วยได้

Thursday, October 22nd, 2009

คอลัมน์ คุยกับหมอฟันมหิดล

โดย : ผศ.ภัทราวดี ลีลาทวีวุฒิ ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

หนึ่งในความใส่ใจที่คุณแม่มีต่อลูกคือเรื่องของ “สุขภาพฟัน” แต่ทำไมเด็กหลายคนจึงมีฟันไม่สวย ก่อนจะนึกถึงปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ที่เป็นสาเหตุให้ฟันของลูกไม่สวย คุณแม่ต้องไม่ลืมถามตัวเองก่อน เพราะแม่คือผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพฟันของลูกเป็นอย่างยิ่ง

ลูกฟันดี สร้างได้ในครรภ์แม่ ทราบหรือไม่ว่าฟันน้ำนมของลูกเริ่มสร้างตั้งแต่อายุครรภ์ 6 สัปดาห์ แล้วค่อยๆ เติบโตและเริ่มมีแร่ธาตุมาพอกพูนเมื่ออายุครรภ์ได้ 4 เดือน ไล่เรียงไปแต่ละซี่ แม้ครบอายุครรภ์ การสร้างก็ยังคงดำเนินต่อไปตลอดวัยทารกจนได้เคลือบฟันน้ำนมที่เสร็จสมบูรณ์

โดยคุณแม่สามารถช่วยให้ลูกมีสุขภาพฟันที่ดีได้ ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในการเสริมสร้างให้กระบวนการสร้างฟันเป็นไปได้อย่างสมบูรณ์ อันได้แก่ อาหารหลัก 5 หมู่ โดยต้องไม่ลืม นม ไข่ ผักสด และผลไม้ ซึ่งให้สารอาหารจำพวกโฟเลต แคลเซียม สังกะสี และไวตามินต่างๆ รักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพราะสุขภาพของแม่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของลูกและอาจส่งผลถึงการสร้างฟันอีกด้วย

การใช้ยาระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่ควรรับประทานยาในความดูแลของแพทย์เท่านั้น และต้องระวังยาในกลุ่มเตตร้าไซคลีน ซึ่งมีผลทำให้ฟันของลูกมีสีด่างดำได้ อีกทั้งยาบางชนิดยังมีอันตรายต่อการสร้างอวัยวะของลูกในครรภ์

สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่ ควรหมั่นดูแลสุขภาพช่องปาก เพราะระดับฮอร์โมนในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง มักจะทำให้เกิดโรคเหงือกอักเสบง่ายกว่าปกติ นอกจากนั้น การอาเจียน การรับประทานบ่อยขึ้น ทำให้คุณแม่เสี่ยงต่อโรคฟันผุและฟันกร่อนมากขึ้นด้วย คุณแม่จึงควรรักษาอนามัยช่องปาก และบ้วนน้ำมากๆ ทุกครั้งหลังอาเจียน

การรักษาโรคฟันผุในคุณแม่ตั้งครรภ์ และการใช้ ฟลูออไรด์ชนิดบ้วนปาก หรือเคลือบด้วยเจลโดยทันตแพทย์ ส่งผลดีต่อลูก เพราะช่วยลดโอกาสที่ลูกจะรับถ่ายทอดเชื้อก่อโรคฟันผุจากแม่ ในขณะที่การละเลยไม่ไปรับ การรักษาโรคในช่องปาก ส่งผลเสียแก่ลูกน้อยในครรภ์หลายประการ

ระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่สามารถรับการรักษาทางทันตกรรมได้อย่างปลอดภัย และควรพบทันตแพทย์ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ เพื่อตรวจรักษา และป้องกันโรค อาจเพียงรับการขูดหินปูนและขัดฟัน เพื่อป้องกันโรคเหงือกอักเสบ และติดตามต่ออีกครั้งในไตรมาสที่ 3 ของการตั้งครรภ์ แต่หากต้องมีการรักษาอื่นๆ หรือการรักษาที่ยุ่งยาก ทันตแพทย์จะวางแผนทำการรักษาในช่วงที่ครรภ์แข็งแรง และคุณแม่นั่งหรือนอนทำฟันได้สบายขึ้น คือช่วงอายุครรภ์ 4-6 เดือน

สิ่งที่คุณแม่ควรระมัดระวังอีกประการหนึ่งคือ ควรแจ้งให้ทันตแพทย์ทราบว่าตั้งครรภ์ เพื่อจะได้หลีกเลี่ยง หรือระมัดระวังยิ่งขึ้นในการถ่ายภาพรังสี (เอกซเรย์) หรือการใช้ยาบางชนิด เนื่องจากมีรายงานว่าโรคปริทันต์ในแม่ที่ตั้งครรภ์ สัมพันธ์กับการคลอดก่อนกำหนด และการมีน้ำหนักแรกเกิดน้อยของทารก

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้นมีประโยชน์สูงสุด เพราะคุณค่าสารอาหารและภูมิคุ้มกันในนมแม่ ทำให้เด็กแข็งแรง เมื่อลูกเริ่มมีฟันขึ้น (อายุประมาณ 6 เดือน) โดยปฏิบัติตามวิธีการ ดังนี้

1. ให้นมเป็นเวลา ตามมื้อ

2. ป้อนน้ำสะอาด 1-2 ช้อนชาหลังจากให้นมลูกทุกครั้ง

3. อย่าให้ลูกดูดนมจนหลับคาปาก ไม่ได้เช็ดหรือแปรงฟัน

4. หลีกเลี่ยงการใช้ขวดนม

5. ทำความสะอาดฟันทุกวัน เช้า เย็น หากจำเป็นต้องใช้นมผสม

6. ไม่ควรใช้นมรสหวาน หรือเติมน้ำผึ้ง น้ำตาลในนม

7. ไม่ใส่น้ำผลไม้หรือน้ำหวานอื่นใดในขวดนม

8. ฝึกลูกให้ใช้แก้ว หรือหลอดตามพัฒนาการ เพื่อเลิกใช้ขวดนมเมื่ออายุประมาณ 18 เดือน

9. ให้น้ำตามทุกครั้ง

ปฏิบัติได้ตามนี้ รับรองว่าฟันลูกสวยได้เพราะคุณแม่ช่วยจริงๆ ค่ะ (หน้าพิเศษ Hospital Healthcare)

คัดลอกจาก http://article.zubzip.com/?article-%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A2-%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89–5537

กลิ่นปากอาจเกิดจากอะไร

Friday, July 25th, 2008

 

กลิ่นปากอาจเกิดจาก
1. มีเศษอาหารตกค้างหมักหมม ควรแก้ปัญหาด้วยการแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งหลังรับประทานอาหาร ถ้าไม่มีโอกาสแปรงฟันควรบ้วนปากด้วยน้ำหลาย ๆครั้ง
2. โรคในช่องปาก ได้แก่ โรคฟันผุ และโรคเหงือกอักเสบ เพราะฟันผุเป็นรูทำให้เศษอาหารตกค้างและอาจมีหนองที่รากฟัน ควรไปพบทันตแพทย์
3. การใส่ฟันปลอมที่ไม่ดี ทำให้เกิดการหมักหมมของเศษอาหารได้
4. โรคบางระบบของร่างกาย เช่น โรคไซนัสอักเสบ,โรควัณโรคปอด การแก้ปัญหา จึงต้องรักษาโรคให้หายขาดร่วมไปกับการรักษาความสะอาดช่องปาก
5. สาเหตุนอกช่องปาก เช่น การกินอาหารที่มีกลิ่นรุนแรง ได้แก่กระเทียม ปลาร้า ทุเรียน ควรแปรงฟันหลังอาหารทันที หรือ ใช้ยาอมระงับกลิ่นปาก

 

ข้อมูลจาก ทันตแพทยสภา www.dentalcouncil.or.th