<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>คลีนิกทันตแพทย์สมเกียรติ จัดฟัน,ดัดฟัน,รักษารากฟัน,อุดฟัน,ใส่ฟัน,ฟอกสีฟัน,ขูดหินปูน SKDentalclinic.com &#187; เหงือก</title>
	<atom:link href="http://www.skdentalclinic.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%87%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.skdentalclinic.com</link>
	<description>จัดฟัน,ทำฟัน,ดัดฟัน,รักษารากฟัน,อุดฟัน,ใส่ฟัน,ฟอกสีฟัน,ขูดหินปูน</description>
	<lastBuildDate>Thu, 26 Jan 2012 07:17:10 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3</generator>
		<item>
		<title>การดูแลฟันทารกน้อย</title>
		<link>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2.html</link>
		<comments>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 Sep 2009 04:20:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>malinee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[นมขวด]]></category>
		<category><![CDATA[นมแม่]]></category>
		<category><![CDATA[ฝ้าขาวในปาก]]></category>
		<category><![CDATA[ฟลูออไรด์]]></category>
		<category><![CDATA[เหงือก]]></category>
		<category><![CDATA[แปรงสีฟัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2.html</guid>
		<description><![CDATA[ได้รับข้อมูลจาก www.thaiparents.com สำหรับการเลี้ยงลูกนั้น นมแม่จะมีผลดีต่อสุขภาพในช่องปากของทารก โอกาสเกิดฝ้าขาวในปากจะน้อยกว่าการเลี้ยงด้วยนมขวด แต่หากจำเป็น ต้องเลี้ยงด้วยนมขวด ควรปฏิบัติดังนี้ 1 ให้ทารกดูดน้ำตามหลังดูดนมขวด เพื่อชะล้างคราบนมที่ตกค้างในปาก โอกาสเกิดฝ้าขาวในปากจะลดลง 2 ไม่ปล่อยให้เด็กหลับคาขวดนม เพราะจะทำให้เกิดปัญหาฟันผุลุกลาม อย่างรวดเร็ว การทำความช่องปากทารก ทารกอายุ 6 &#8211; 7 เดือน ฟันหน้าเริ่มขึ้น ควรใช้ผ้านุ่มสะอาดพันปลายนิ้วชุบ น้ำต้มสุกเช็ดเหงือกและฟัน เช้า &#8211; เย็น เพื่อทำความสะอาดและเป็นการฝึก ให้เด็กคุ้นเคยกับการทำความสะอาดช่องปาก ต่อไปเด็กจะยอมรับการ แปรงฟันได้ดี เด็กวัย 6 เดือนขึ้นไป อาจให้รับประทานฟลูออไรด์เสริมเพื่อ ให้ฟันแข็งแรง แต่จะต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของทันตแพทย์เท่านั้น เด็กวัยขวบครึ่ง ฟันกรามน้ำนมเริ่มขึ้น ควรใช้แปรงสีฟันที่มีขนอ่อนนุ่ม แปรงฟันให้เด็ก โดยยังไม่ต้องใช้ยาสีฟัน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ได้รับข้อมูลจาก www.thaiparents.com</p>
<p>สำหรับการเลี้ยงลูกนั้น นมแม่จะมีผลดีต่อสุขภาพในช่องปากของทารก โอกาสเกิดฝ้าขาวในปากจะน้อยกว่าการเลี้ยงด้วยนมขวด แต่หากจำเป็น ต้องเลี้ยงด้วยนมขวด ควรปฏิบัติดังนี้ </p>
<p>1 ให้ทารกดูดน้ำตามหลังดูดนมขวด เพื่อชะล้างคราบนมที่ตกค้างในปาก โอกาสเกิดฝ้าขาวในปากจะลดลง</p>
<p>2 ไม่ปล่อยให้เด็กหลับคาขวดนม เพราะจะทำให้เกิดปัญหาฟันผุลุกลาม อย่างรวดเร็ว</p>
<p>การทำความช่องปากทารก </p>
<p>ทารกอายุ 6 &#8211; 7 เดือน ฟันหน้าเริ่มขึ้น ควรใช้ผ้านุ่มสะอาดพันปลายนิ้วชุบ น้ำต้มสุกเช็ดเหงือกและฟัน เช้า &#8211; เย็น เพื่อทำความสะอาดและเป็นการฝึก ให้เด็กคุ้นเคยกับการทำความสะอาดช่องปาก ต่อไปเด็กจะยอมรับการ แปรงฟันได้ดี เด็กวัย 6 เดือนขึ้นไป อาจให้รับประทานฟลูออไรด์เสริมเพื่อ ให้ฟันแข็งแรง แต่จะต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของทันตแพทย์เท่านั้น </p>
<p>เด็กวัยขวบครึ่ง ฟันกรามน้ำนมเริ่มขึ้น ควรใช้แปรงสีฟันที่มีขนอ่อนนุ่ม แปรงฟันให้เด็ก โดยยังไม่ต้องใช้ยาสีฟัน </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หลายคำถามกับยาสีฟัน</title>
		<link>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99.html</link>
		<comments>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 06 Feb 2009 07:26:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>malinee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[abrasives]]></category>
		<category><![CDATA[Dentifrices]]></category>
		<category><![CDATA[detergents]]></category>
		<category><![CDATA[essential oil]]></category>
		<category><![CDATA[flavoring agents]]></category>
		<category><![CDATA[glycerol]]></category>
		<category><![CDATA[humectant]]></category>
		<category><![CDATA[potassium]]></category>
		<category><![CDATA[preservation]]></category>
		<category><![CDATA[pyrophosphate salt]]></category>
		<category><![CDATA[sorbitol]]></category>
		<category><![CDATA[sweeteners]]></category>
		<category><![CDATA[thickeners]]></category>
		<category><![CDATA[triclosan]]></category>
		<category><![CDATA[xylitol]]></category>
		<category><![CDATA[zinc chloride]]></category>
		<category><![CDATA[zinc salt]]></category>
		<category><![CDATA[ขัดคราบบุหรี่]]></category>
		<category><![CDATA[คราบจุลินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[ยาสีฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[ระงับกลิ่นปาก]]></category>
		<category><![CDATA[ลดอาการเสียวฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[ลิ้น]]></category>
		<category><![CDATA[หินปูน]]></category>
		<category><![CDATA[เศษอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เหงือก]]></category>
		<category><![CDATA[แคลเซียมฟอสเฟต]]></category>
		<category><![CDATA[แปรงสีฟัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99.html</guid>
		<description><![CDATA[ยาสีฟัน (Dentifrices) ทพญ. สาครรัตน์ คงขุนเทียน ยาสีฟัน คือ สารที่ช่วยในการทำความสะอาดฟัน ใช้ร่วมกับการแปรงฟัน หากแปรงฟันโดยไม่ใช้ยาสีฟัน อาจทำให้ขาดความรู้สึกสดชื่นหลังการแปรงฟัน วัตถุประสงค์ของการใช้ยาสีฟัน คือ ช่วยให้การทำความสะอาดฟันมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยช่วยในการกำจัดคราบจุลินทรีย์ เศษอาหาร และคราบสะสมต่าง ๆ บนตัวฟัน รวมทั้งบนลิ้นและเหงือกด้วย นอกจากนั้นยังสามารถป้องกันฟันผุ เหงือกอักเสบ ลดอาการเสียวฟัน หรือขัดคราบบุหรี่ ช่วยให้ฟันขาวได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับส่วนประกอบพิเศษที่เพิ่มเติมเข้าไปในในยาสีฟัน องค์ประกอบหลักของยาสีฟัน ได้แก่ 1. ผงขัด (abrasives) เป็นอนุภาคขนาดเล็กที่ช่วยในการขัดผิวฟัน โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวฟัน แต่ทำให้เกิดพื้นผิวที่เรียบ ซึ่งจะช่วยทำให้การเกิดคราบสะสมบนตัวฟันช้าลง ปัจจัยที่ควรพิจารณาเกี่ยวกับผงขัด ได้แก่ ความแข็งของผงขัด ขนาดของอนุภาค และรูปร่างของอนุภาค 2. สารที่ทำให้เกิดฟอง (detergents) เป็นสารที่ช่วยแรงตึงผิว สามารถแทรกซึมและทำให้สิ่งที่ 3. เกาะบนผิวฟันหลุดลอกออก ง่ายต่อการกำจัดด้วยแปรงสีฟัน ไม่เป็นพิษต่อร่างกาย ทำปฏิกิริยาได้แม้ในสภาพที่เป็นกรดหรือด่าง และมีความคงตัว 4. สารที่ทำให้เกิดการรวมตัว (binder หรือ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ยาสีฟัน (Dentifrices) ทพญ. สาครรัตน์ คงขุนเทียน<br />
ยาสีฟัน คือ สารที่ช่วยในการทำความสะอาดฟัน ใช้ร่วมกับการแปรงฟัน หากแปรงฟันโดยไม่ใช้ยาสีฟัน อาจทำให้ขาดความรู้สึกสดชื่นหลังการแปรงฟัน<br />
วัตถุประสงค์ของการใช้ยาสีฟัน คือ ช่วยให้การทำความสะอาดฟันมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยช่วยในการกำจัดคราบจุลินทรีย์ เศษอาหาร และคราบสะสมต่าง ๆ บนตัวฟัน รวมทั้งบนลิ้นและเหงือกด้วย นอกจากนั้นยังสามารถป้องกันฟันผุ เหงือกอักเสบ ลดอาการเสียวฟัน หรือขัดคราบบุหรี่ ช่วยให้ฟันขาวได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับส่วนประกอบพิเศษที่เพิ่มเติมเข้าไปในในยาสีฟัน<br />
องค์ประกอบหลักของยาสีฟัน ได้แก่<br />
1. ผงขัด (abrasives) เป็นอนุภาคขนาดเล็กที่ช่วยในการขัดผิวฟัน โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวฟัน แต่ทำให้เกิดพื้นผิวที่เรียบ ซึ่งจะช่วยทำให้การเกิดคราบสะสมบนตัวฟันช้าลง ปัจจัยที่ควรพิจารณาเกี่ยวกับผงขัด ได้แก่ ความแข็งของผงขัด ขนาดของอนุภาค และรูปร่างของอนุภาค<br />
2. สารที่ทำให้เกิดฟอง (detergents) เป็นสารที่ช่วยแรงตึงผิว สามารถแทรกซึมและทำให้สิ่งที่<br />
3. เกาะบนผิวฟันหลุดลอกออก ง่ายต่อการกำจัดด้วยแปรงสีฟัน ไม่เป็นพิษต่อร่างกาย ทำปฏิกิริยาได้แม้ในสภาพที่เป็นกรดหรือด่าง และมีความคงตัว<br />
4. สารที่ทำให้เกิดการรวมตัว (binder หรือ thickeners) เป็นสารที่ป้องกันการแยกตัวขององค์ประกอบต่าง ๆ ที่เป็นของแข็งออกจากของเหลว ในช่วงที่เก็บรักษา ไม่เป็นพิษต่อร่างกาย มีความคงตัวและเข้ากันกับองค์ประกอบอื่น ๆ ในยาสีฟันได้<br />
5. สารรักษาความชื้น (humectant) เป็นสารที่ช่วยรักษาความอ่อนนุ่มของยาสีฟัน ป้องกันการแข็งตัวขณะที่สัมผัสอากาศ ช่วยในการคงตัวของยาสีฟัน ไม่มีพิษต่อร่างกาย<br />
6. สารกันบูด (preservation) เป็นสารที่ช่วยป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ช่วยยืดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์<br />
7. สารแต่งสี (coloring agents) เป็นสีที่เติมเข้าไปในยาสีฟัน ทำให้มีความน่าใช้ แต่ต้องไม่ก่อให้เกิดการติดสีบนตัวฟันและเนื้อเยื่อในช่องปาก และไม่ทำให้วัสดุบูรณะเปลี่ยนสีไป สารที่ใช้ ได้แก่ สีที่ได้จากพืช<br />
8. สารแต่งกลิ่น (flavoring agents) เป็นสารที่ทำให้ยาสีฟันมีกลิ่นหอม เพิ่มความน่าใช้ และกลบกลิ่นของสารอื่นที่ไม่พึงประสงค์ในยาสีฟัน ไม่ควรมีกลิ่นเปลี่ยนไปในระหว่างขั้นตอนการผลิตและในขณะเก็บ รวมทั้งควรเข้ากันกับองค์ประกอบอื่น ๆ ของยาสีฟันได้<br />
9. สารให้ความหวาน (sweeteners) เป็นสารที่ให้ยาสีฟันมีรสหวาน เพื่อให้ผู้ใช้พึงพอใจ ยาสีฟันส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นยาสีฟันสำหรับเด็กหรือผู้ใหญ่ จะถูกปรุงแต่งให้มีรสหวานแต่ไม่ก่อให้เกิดฟันผุ เนื่องจากสารที่ให้ความหวานที่ผสมลงไป มักเป็นสารสังเคราะห์ หรือสารที่ได้จากธรรมชาติที่ไม่ทำให้เกิดฟันผุ เช่น ซอร์บิทอล (sorbitol) กลีเซอรอล (glycerol) และไซลิทอล (xylitol) เป็นต้น</p>
<p>ปัจจุบันนี้แบ่งยาสีฟันออกเป็นหลายประเภท ตามวัตถุประสงค์ของการใช้ ได้แก่<br />
1. ยาสีฟันสำหรับป้องกันฟันผุ ยาสีฟันประเภทนี้มีส่วนผสมที่สำคัญ คือ ฟลูออไรด์ ความเข้มข้นของฟลูออไรด์ที่สามารถยับยั้งฟันผุได้ดี คือ 1000 ส่วนในล้านส่วน (1000 ppm)<br />
2. ยาสีฟันที่ลดการสะสมคราบจุลินทรีย์และลดการอักเสบของเหงือก ยาสีฟันชนิดนี้มักมีสารที่ออกฤทธิ์ยับยั้งจุลชีพผสมอยู่ ได้แก่ สารสกัดจากพืชสมุนไพรหรือน้ำมันระเหยได้จากพืช (essential oil) และ ไตรโคลซาน (triclosan) เป็นต้น<br />
3. ยาสีฟันที่ใช้ลดอาการเสียวฟัน ส่วนผสมที่สำคัญในยาสีฟันประเภทนี้ ได้แก่ โปแทสเซียม (potassium) สตรอนเทียม (strontium) และ ฟลูออไรด์ เป็นต้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการเสียวฟัน เนื่องจากผู้ที่มีอาการเสียวฟันมักจะละเว้นการแปรงฟันในบริเวณที่เสียวฟัน อันจะนำไปสู่การสะสมคราบจุลินทรีย์ และก่อให้เกิดโรคต่อไป<br />
4. ยาสีฟันที่ช่วยยับยั้งการเกิดหินน้ำลายหรือหินปูน เป็นยาสีฟันที่มีสารที่ช่วยลดการสร้างผลึกแคลเซียมฟอสเฟตในคราบจุลินทรีย์ เช่น เกลือไพโรฟอสเฟต (pyrophosphate salt) เกลือของซิงค์ (zinc salt) เช่น ซิงค์คลอไรด์ (zinc chloride) หรือ ซิงค์ไนเตรท(zinc citrate) เป็นต้น<br />
5. ยาสีฟันที่ช่วยให้ฟันขาว เป็นยาสีฟันที่ผสมสารที่ฟอกสีหรือขจัดคราบสีบนตัวฟันได้ เช่น โซเดียมไบคาร์บอเนต (sodium bicarbonate) และ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (hydrogenperoxide) เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสารพวกซิลิกา (silica) และเซอร์โคเนียม (zirconium) ซึ่งเป็นผงขัดที่หยาบช่วยขัดฟันได้ รวมทั้งสารพวกโพลีไวนิลไพโรลิโดน (polyvinyl pyrrolidone) หรือ พีวีพี คอมเพล็กซ์ (PVP complex) ที่ทำให้คราบต่าง ๆ เช่น คราบบุหรี่ ที่ติดบนตัวฟันละลายน้ำได้ดีขึ้น ทำให้ถูกกำจัดออกได้ง่าย<br />
6. ยาสีฟันสมุนไพร เป็นยาสีฟันที่มีองค์ประกอบเป็นสารสกัดจากพืชธรรมชาติ มักออกฤทธิ์ในการยับยั้งแบคทีเรียในช่องปากได้ จึงลดอาการเหงือกอักเสบลงได้<br />
ยาสีฟันที่มีจำหน่ายทั่วไปในท้องตลาด มีหลายรูปแบบ ได้แก่<br />
1. ยาสีฟันชนิดผง ยาสีฟันแบบนี้มีขนาดของผงขัดที่ค่อนข้างหยาบ หากใช้ร่วมกับการแปรงฟันที่ผิดวิธี เช่น การแปรงแบบถูไปมาในแนวนอน อาจทำให้คอฟันสึกได้<br />
2. ยาสีฟันชนิดครีม เป็นรูปแบบที่นิยมใช้กันมากที่สุด มีขนาดของผงขัดที่พอดี สามารถขจัดคราบจุลินทรีย์บนผิวฟันได้โดยไม่ก่อให้เกิดการสึกของเคลือบฟัน<br />
3. ยาสีฟันชนิดเจล ยาสีฟันแบบนี้มีขนาดของผงขัดที่ละเอียดกว่าแบบครีม เหมาะกับผู้ที่มีภาวะเสียวฟัน<br />
เรื่องน่ารู้จากโฆษณา<br />
• ยาสีฟันช่วยลดอาการเสียวฟันได้ภายใน 7 วันจริงหรือ<br />
คำตอบก็คือ เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่ยาสีฟันที่มีโปแทสเซียมเป็นส่วนผสมจะลดอาการเสียวได้ใน 7 วัน ก่อนอื่นควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกที่ทำให้รู้สึกเสียวฟัน ว่าเกิดจากการที่ท่อของเนื้อฟันหรือรากฟันเปิดออกสู่สิ่งแวดล้อม (เช่น ภาวะที่มีเหงือกร่น รากฟันโผล่) เมื่อมีสิ่งเร้า เช่น ความร้อน ความเย็น หรือ การสัมผัส มากระตุ้น จะทำให้เกิดการเคลื่อนของของเหลวที่อยู่ในท่อเนื้อฟัน ซึ่งจะไปกระตุ้นประสาทรับสัมผัสในตัวฟันอีกที และเกิดการส่งกระแสประสาทไปยังสมองทำให้รู้สึกเสียวฟัน การใช้ยาสีฟันชนิดนี้สามารถลดอาการเสียวฟันลงได้ โดยโปแทสเซียมซึ่งเป็นสารที่มีประจุเป็นบวกจะทำให้การส่งกระแสประสาทลดลง ทำให้อาการเสียวลดลงตั้งแต่เริ่มใช้แต่ผู้ป่วยจะเริ่มรู้สึกได้อย่างชัดเจนภายในเวลาประมาณ 7 วัน และอาการเสียวจะลดลงเกือบทั้งหมดหลังจากใช้เป็นประจำต่อเนื่องถึงสัปดาห์ที่ 4<br />
• มียาสีฟันที่ช่วยระงับกลิ่นปากได้ตลอดคืนจริงหรือ ทำได้อย่างไร<br />
เมื่อคนเราตื่นนอนขึ้นมาในตอนเช้า มักรู้สึกว่ามีกลิ่นปาก ทั้ง ๆ ที่ก่อนนอนได้แปรงฟัน ทำความสะอาดฟันเป็นอย่างดีแล้ว สาเหตุที่มีกลิ่นปากนั้นเนื่องจากในช่องปากของมนุษย์มีแบคทีเรียเจริญอยู่ได้เป็นปกติ เรียกได้ว่าเป็นเชื้อประจำถิ่นในช่องปากนั่นเอง พบได้บนผิวฟัน รากฟัน ในร่องเหงือก บนวัสดุบูรณะฟัน ฟันปลอม เนื้อเยื่อในช่องปาก และลิ้น ดังนั้นแม้ว่าก่อนนอนได้แปรงฟันไปแล้ว แต่แบคทีเรียจะยังคงมีอยู่ในช่องปาก อาจอยู่ในคราบจุลินทรีย์ที่ตกค้างตามซอกฟันที่ทำความสะอาดไม่หมด หรือบนเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในช่องปาก รวมทั้งน้ำลาย ในขณะที่เรานอนหลับนั้น แบคทีเรียมิได้นอนหลับไปด้วย แต่จะเจริญเติบโตต่อไปและทำให้มีกลิ่นปาก โดยเฉพาะแบคทีเรียที่สามารถก่อให้เกิดก๊าซที่มีองค์ประกอบเป็นซัลเฟอร์ (กำมะถัน)ที่ระเหยได้ (volatile sulfur compounds) ดังนั้นยาสีฟันที่มีสารที่สามารถยับยั้งแบคทีเรียกลุ่มดังกล่าวได้จะสามารถลดกลิ่นที่เกิดขึ้นหลังตื่นนอนได้ แต่การใช้ยาสีฟันชนิดนี้เป็นเพียงการรักษาที่ปลายเหตุเท่านั้น หากผู้ป่วยมีสภาวะในช่องปากที่เอื้ออำนวยต่อการเกิดกลิ่นปาก เช่น มีคราบจุลินทรีย์และหินน้ำลายมาก มีวัสดุบูรณะที่ไม่ดี หรือมีแหล่งสะสมแบคทีเรียในช่องปากที่ไม่ได้รับการแก้ไข เป็นต้น ก็จะไม่สามารถกำจัดกลิ่นปากได้อย่างถาวร<br />
• ยาสีฟันป้องกันเกิดหินน้ำลายหรือหินปูนได้อย่างไร<br />
สารที่ช่วยยับยั้งการเกิดหินน้ำลายที่ถูกผสมในยาสีฟัน เป็นสารที่ลดการเจริญของผลึกแคลเซียมฟอสเฟตในคราบจุลินทรีย์ที่อยู่เหนือเหงือก โดยไพโรฟอสเฟตที่มีประจุลบจะไปดึงดูดกับประจุบวกของแคลเซียม ทำให้รบกวนการสร้างหินน้ำลาย เพราะไม่เกิดการสร้างแคลเซียมฟอสเฟต (calcium phosphate) ขึ้น นอกจากนั้นยังมีซิงค์ (ธาตุสังกะสี) ที่มีประจุเป็นบวก ที่สามารถจับกับประจุลบของฟอสเฟตได้ ทำให้ลดการสร้างแคลเซียมฟอสเฟตที่เป็นองค์ประกอบของหินน้ำลายได้ ยาสีฟันประเภทนี้จึงลดการเกิดหินน้ำลายได้<br />
• ยาสีฟันบางชนิดเสริมสร้างความแข็งแรงให้ฟันได้จริงหรือ<br />
ความแข็งแรงของฟันนั้น เริ่มตั้งแต่คนเราเริ่มมีการสร้างหน่อฟันในวัยเด็ก มีการสะสมแคลเซียมในเนื้อฟันและเคลือบรากฟันจากภายใน มิใช่มีการเสริมสร้างเพิ่มเติมมาในภายหลัง ดังนั้นการใช้ยาสีฟันที่ทำให้มีการตกผลึกเป็นฟลูออโร-อะพาไทท์จึงไม่ได้ทำให้ฟันแข็งแรงจากเนื้อในของฟัน</p>
<p>ผู้ประกาศ : คณะทำงานการสื่อสารกับประชาชน<br />
แก้ไขล่าสุด : 06 กุมภาพันธ์ 2552</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สธ.เผย &#8216;ลวดดัดฟันแฟชั่น&#8217; มีสารพิษเพียบ อาจถึงตาย</title>
		<link>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%aa%e0%b8%98%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2-%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99-%e0%b8%a1.html</link>
		<comments>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%aa%e0%b8%98%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2-%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99-%e0%b8%a1.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 22 Aug 2008 03:15:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>malinee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[กรด-ด่าง]]></category>
		<category><![CDATA[กระพุ้งแก้ม]]></category>
		<category><![CDATA[จัดฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[ดัดฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[ลวดดัดฟันแฟชั่นน้ำลาย]]></category>
		<category><![CDATA[เหงือก]]></category>
		<category><![CDATA[แผลติดเชื้อ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.skdentalclinic.com/?p=24</guid>
		<description><![CDATA[13 พฤษภาคม 2551 จากทันตแพทยสภา นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันยังพบวัยรุ่นจำนวนมากนิยมจัดฟันหรือดัดฟัน ทั้งแบบดัดฟันจริงและดัดฟันตามแฟชั่น ทำให้ผู้จำหน่ายหัวใสนำลวดดัดฟันแฟชั่นมาจำหน่ายในราคาถูก และหาซื้อได้ตามตลาดนัดและเปิดท้ายขายของทั่วไป ราคาไม่เกินหลักร้อยบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับการดัดฟันโดยทันตแพทย์จะมีค่าใช้จ่ายสูงและขั้นตอนที่ยุ่งยาก ทำให้ลวดดัดฟันแฟชั่นได้รับความนิยมด้วยราคาที่ไม่แพง &#8216;ลวดดัดฟันแฟชั่นที่วางขายทั่วไปมีลักษณะเป็นลวดสเตนเลส ซึ่งเป็นลวดที่ร้อยดอกไม้ และมีการใส่ลูกปัดหลากสี พลาสติกยาง หรือกากเพชร และจากการตรวจสอบพบว่ามีสารปนเปื้อนหลายชนิด เช่น ตะกั่ว พลวง ซิลิเนียม โครเมียม สารหนู และอื่นๆ ซึ่งสารเหล่านี้หากสะสมในร่างกายปริมาณมากจะก่อให้เกิดผลต่อไตทำให้ไตวายอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้&#8217; นายชวรัตน์ กล่าว นายชวรัตน์ กล่าวต่อว่า ลวดดัดฟันจัดเป็นเครื่องมือแพทย์ทั่วไปที่ต้องขออนุญาตนำเข้าจาก อย. และมีมาตรฐานตามที่กำหนด แต่ลวดดัดฟันแฟชั่นที่ขายตามตลาดนัดนั้น ไม่จัดเป็นเครื่องมือแพทย์ วัสดุก็ไม่ได้มาตรฐาน วิธีการที่ผู้ซื้อลวดดัดฟันแฟชั่นใช้นั้น พบว่ามีการนำลวดมาวางไว้บนฟัน แล้วสอดปลายลวดเข้าไปในซอกฟันเพื่อเกี่ยวไม่ให้ลวดหลุดออก นับว่าเป็นอันตรายอย่างมาก เพราะภายในช่องปากมีน้ำลาย ซึ่งมีความเป็นกรด-ด่าง โดยจะทำปฏิกิริยากับสีที่เคลือบลูกปัด ทำให้สารที่เคลือบอยู่นั้นละลายออกมาและสะสมในร่างกาย นอกจากนี้ ลวดที่ใช้ก็อาจจะเกี่ยวกับกระพุ้งแก้ม เหงือก หรืออวัยวะในช่องปาก หากเป็นลวดที่ไม่ผ่านขั้นตอนการฆ่าเชื้อหรือไม่สะอาด ก็จะทำให้เกิดแผลติดเชื้อได้ &#8216;การที่เราจะจัดหรือดัดฟันจึงไม่ควรซื้อลวดดัดฟันมาใช้เอง หากจำเป็นต้องจัดหรือดัดฟัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>13 พฤษภาคม 2551 จากทันตแพทยสภา</p>
<p></p>
<p>นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า  ปัจจุบันยังพบวัยรุ่นจำนวนมากนิยมจัดฟันหรือดัดฟัน  ทั้งแบบดัดฟันจริงและดัดฟันตามแฟชั่น  ทำให้ผู้จำหน่ายหัวใสนำลวดดัดฟันแฟชั่นมาจำหน่ายในราคาถูก  และหาซื้อได้ตามตลาดนัดและเปิดท้ายขายของทั่วไป ราคาไม่เกินหลักร้อยบาท  ซึ่งเมื่อเทียบกับการดัดฟันโดยทันตแพทย์จะมีค่าใช้จ่ายสูงและขั้นตอนที่ยุ่งยาก  ทำให้ลวดดัดฟันแฟชั่นได้รับความนิยมด้วยราคาที่ไม่แพง<br />
&#8216;ลวดดัดฟันแฟชั่นที่วางขายทั่วไปมีลักษณะเป็นลวดสเตนเลส  ซึ่งเป็นลวดที่ร้อยดอกไม้ และมีการใส่ลูกปัดหลากสี พลาสติกยาง หรือกากเพชร  และจากการตรวจสอบพบว่ามีสารปนเปื้อนหลายชนิด เช่น ตะกั่ว พลวง ซิลิเนียม โครเมียม  สารหนู และอื่นๆ  ซึ่งสารเหล่านี้หากสะสมในร่างกายปริมาณมากจะก่อให้เกิดผลต่อไตทำให้ไตวายอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้&#8217;  นายชวรัตน์ กล่าว<br />
นายชวรัตน์ กล่าวต่อว่า  ลวดดัดฟันจัดเป็นเครื่องมือแพทย์ทั่วไปที่ต้องขออนุญาตนำเข้าจาก อย.  และมีมาตรฐานตามที่กำหนด แต่ลวดดัดฟันแฟชั่นที่ขายตามตลาดนัดนั้น  ไม่จัดเป็นเครื่องมือแพทย์ วัสดุก็ไม่ได้มาตรฐาน  วิธีการที่ผู้ซื้อลวดดัดฟันแฟชั่นใช้นั้น พบว่ามีการนำลวดมาวางไว้บนฟัน  แล้วสอดปลายลวดเข้าไปในซอกฟันเพื่อเกี่ยวไม่ให้ลวดหลุดออก  นับว่าเป็นอันตรายอย่างมาก เพราะภายในช่องปากมีน้ำลาย ซึ่งมีความเป็นกรด-ด่าง  โดยจะทำปฏิกิริยากับสีที่เคลือบลูกปัด  ทำให้สารที่เคลือบอยู่นั้นละลายออกมาและสะสมในร่างกาย นอกจากนี้  ลวดที่ใช้ก็อาจจะเกี่ยวกับกระพุ้งแก้ม เหงือก หรืออวัยวะในช่องปาก  หากเป็นลวดที่ไม่ผ่านขั้นตอนการฆ่าเชื้อหรือไม่สะอาด  ก็จะทำให้เกิดแผลติดเชื้อได้<br />
&#8216;การที่เราจะจัดหรือดัดฟันจึงไม่ควรซื้อลวดดัดฟันมาใช้เอง  หากจำเป็นต้องจัดหรือดัดฟัน  ต้องปรึกษาโดยตรงกับทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่โรงพยาบาลหรือคลินิกที่ได้มาตรฐาน  โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับทันตแพทย์ที่ทำการรักษาได้  โดยเข้าไปในเว็บไซต์ของสมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย  ซึ่งจะมีรายชื่อของทันตแพทย์ที่ผ่านการฝึกฝนและขึ้นทะเบียนไว้แล้ว  เพราะถ้าแพทย์ไม่มีความรู้ และใช้อุปกรณ์และเครื่องมือดัดฟันที่ไม่ได้มาตรฐาน  ก็จะก่อให้เกิดอันตรายและเกิดผลเสียกับผู้ใช้บริการอย่างคาดไม่ถึงได้&#8217; นายชวรัตน์  กล่าว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%aa%e0%b8%98%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2-%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9f%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99-%e0%b8%a1.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

