<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>คลีนิกทันตแพทย์สมเกียรติ จัดฟัน,ดัดฟัน,รักษารากฟัน,อุดฟัน,ใส่ฟัน,ฟอกสีฟัน,ขูดหินปูน SKDentalclinic.com &#187; สุขภาพฟัน</title>
	<atom:link href="http://www.skdentalclinic.com/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.skdentalclinic.com</link>
	<description>จัดฟัน,ทำฟัน,ดัดฟัน,รักษารากฟัน,อุดฟัน,ใส่ฟัน,ฟอกสีฟัน,ขูดหินปูน</description>
	<lastBuildDate>Thu, 26 Jan 2012 07:17:10 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3</generator>
		<item>
		<title>ฟันลูกสวย แม่ช่วยได้</title>
		<link>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89.html</link>
		<comments>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Oct 2009 06:12:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>malinee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[ทำความสะอาดฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[ฟันน้ำนม]]></category>
		<category><![CDATA[วัยทารก]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[แปรงฟัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89.html</guid>
		<description><![CDATA[คอลัมน์ คุยกับหมอฟันมหิดล โดย : ผศ.ภัทราวดี ลีลาทวีวุฒิ ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล หนึ่งในความใส่ใจที่คุณแม่มีต่อลูกคือเรื่องของ &#8220;สุขภาพฟัน&#8221; แต่ทำไมเด็กหลายคนจึงมีฟันไม่สวย ก่อนจะนึกถึงปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ที่เป็นสาเหตุให้ฟันของลูกไม่สวย คุณแม่ต้องไม่ลืมถามตัวเองก่อน เพราะแม่คือผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพฟันของลูกเป็นอย่างยิ่ง ลูกฟันดี สร้างได้ในครรภ์แม่ ทราบหรือไม่ว่าฟันน้ำนมของลูกเริ่มสร้างตั้งแต่อายุครรภ์ 6 สัปดาห์ แล้วค่อยๆ เติบโตและเริ่มมีแร่ธาตุมาพอกพูนเมื่ออายุครรภ์ได้ 4 เดือน ไล่เรียงไปแต่ละซี่ แม้ครบอายุครรภ์ การสร้างก็ยังคงดำเนินต่อไปตลอดวัยทารกจนได้เคลือบฟันน้ำนมที่เสร็จสมบูรณ์ โดยคุณแม่สามารถช่วยให้ลูกมีสุขภาพฟันที่ดีได้ ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในการเสริมสร้างให้กระบวนการสร้างฟันเป็นไปได้อย่างสมบูรณ์ อันได้แก่ อาหารหลัก 5 หมู่ โดยต้องไม่ลืม นม ไข่ ผักสด และผลไม้ ซึ่งให้สารอาหารจำพวกโฟเลต แคลเซียม สังกะสี และไวตามินต่างๆ รักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพราะสุขภาพของแม่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของลูกและอาจส่งผลถึงการสร้างฟันอีกด้วย การใช้ยาระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่ควรรับประทานยาในความดูแลของแพทย์เท่านั้น และต้องระวังยาในกลุ่มเตตร้าไซคลีน ซึ่งมีผลทำให้ฟันของลูกมีสีด่างดำได้ อีกทั้งยาบางชนิดยังมีอันตรายต่อการสร้างอวัยวะของลูกในครรภ์ สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่ ควรหมั่นดูแลสุขภาพช่องปาก เพราะระดับฮอร์โมนในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คอลัมน์ คุยกับหมอฟันมหิดล</p>
<p>โดย : ผศ.ภัทราวดี ลีลาทวีวุฒิ ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล</p>
<p>          หนึ่งในความใส่ใจที่คุณแม่มีต่อลูกคือเรื่องของ &#8220;สุขภาพฟัน&#8221; แต่ทำไมเด็กหลายคนจึงมีฟันไม่สวย ก่อนจะนึกถึงปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ที่เป็นสาเหตุให้ฟันของลูกไม่สวย คุณแม่ต้องไม่ลืมถามตัวเองก่อน เพราะแม่คือผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพฟันของลูกเป็นอย่างยิ่ง </p>
<p>           ลูกฟันดี สร้างได้ในครรภ์แม่ ทราบหรือไม่ว่าฟันน้ำนมของลูกเริ่มสร้างตั้งแต่อายุครรภ์ 6 สัปดาห์ แล้วค่อยๆ เติบโตและเริ่มมีแร่ธาตุมาพอกพูนเมื่ออายุครรภ์ได้ 4 เดือน ไล่เรียงไปแต่ละซี่ แม้ครบอายุครรภ์ การสร้างก็ยังคงดำเนินต่อไปตลอดวัยทารกจนได้เคลือบฟันน้ำนมที่เสร็จสมบูรณ์</p>
<p>          โดยคุณแม่สามารถช่วยให้ลูกมีสุขภาพฟันที่ดีได้ ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในการเสริมสร้างให้กระบวนการสร้างฟันเป็นไปได้อย่างสมบูรณ์ อันได้แก่ อาหารหลัก 5 หมู่ โดยต้องไม่ลืม นม ไข่ ผักสด และผลไม้ ซึ่งให้สารอาหารจำพวกโฟเลต แคลเซียม สังกะสี และไวตามินต่างๆ รักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพราะสุขภาพของแม่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของลูกและอาจส่งผลถึงการสร้างฟันอีกด้วย </p>
<p>          การใช้ยาระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่ควรรับประทานยาในความดูแลของแพทย์เท่านั้น และต้องระวังยาในกลุ่มเตตร้าไซคลีน ซึ่งมีผลทำให้ฟันของลูกมีสีด่างดำได้ อีกทั้งยาบางชนิดยังมีอันตรายต่อการสร้างอวัยวะของลูกในครรภ์</p>
<p>          สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่ ควรหมั่นดูแลสุขภาพช่องปาก เพราะระดับฮอร์โมนในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง มักจะทำให้เกิดโรคเหงือกอักเสบง่ายกว่าปกติ นอกจากนั้น การอาเจียน การรับประทานบ่อยขึ้น ทำให้คุณแม่เสี่ยงต่อโรคฟันผุและฟันกร่อนมากขึ้นด้วย คุณแม่จึงควรรักษาอนามัยช่องปาก และบ้วนน้ำมากๆ ทุกครั้งหลังอาเจียน</p>
<p>           การรักษาโรคฟันผุในคุณแม่ตั้งครรภ์ และการใช้ ฟลูออไรด์ชนิดบ้วนปาก หรือเคลือบด้วยเจลโดยทันตแพทย์ ส่งผลดีต่อลูก เพราะช่วยลดโอกาสที่ลูกจะรับถ่ายทอดเชื้อก่อโรคฟันผุจากแม่ ในขณะที่การละเลยไม่ไปรับ การรักษาโรคในช่องปาก ส่งผลเสียแก่ลูกน้อยในครรภ์หลายประการ </p>
<p>          ระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่สามารถรับการรักษาทางทันตกรรมได้อย่างปลอดภัย และควรพบทันตแพทย์ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ เพื่อตรวจรักษา และป้องกันโรค อาจเพียงรับการขูดหินปูนและขัดฟัน เพื่อป้องกันโรคเหงือกอักเสบ และติดตามต่ออีกครั้งในไตรมาสที่ 3 ของการตั้งครรภ์ แต่หากต้องมีการรักษาอื่นๆ หรือการรักษาที่ยุ่งยาก ทันตแพทย์จะวางแผนทำการรักษาในช่วงที่ครรภ์แข็งแรง และคุณแม่นั่งหรือนอนทำฟันได้สบายขึ้น คือช่วงอายุครรภ์ 4-6 เดือน </p>
<p>           สิ่งที่คุณแม่ควรระมัดระวังอีกประการหนึ่งคือ ควรแจ้งให้ทันตแพทย์ทราบว่าตั้งครรภ์ เพื่อจะได้หลีกเลี่ยง หรือระมัดระวังยิ่งขึ้นในการถ่ายภาพรังสี (เอกซเรย์) หรือการใช้ยาบางชนิด เนื่องจากมีรายงานว่าโรคปริทันต์ในแม่ที่ตั้งครรภ์ สัมพันธ์กับการคลอดก่อนกำหนด และการมีน้ำหนักแรกเกิดน้อยของทารก</p>
<p>          การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้นมีประโยชน์สูงสุด เพราะคุณค่าสารอาหารและภูมิคุ้มกันในนมแม่ ทำให้เด็กแข็งแรง เมื่อลูกเริ่มมีฟันขึ้น (อายุประมาณ 6 เดือน) โดยปฏิบัติตามวิธีการ ดังนี้</p>
<p>          1. ให้นมเป็นเวลา ตามมื้อ </p>
<p>          2. ป้อนน้ำสะอาด 1-2 ช้อนชาหลังจากให้นมลูกทุกครั้ง </p>
<p>          3. อย่าให้ลูกดูดนมจนหลับคาปาก ไม่ได้เช็ดหรือแปรงฟัน</p>
<p>          4. หลีกเลี่ยงการใช้ขวดนม</p>
<p>          5. ทำความสะอาดฟันทุกวัน เช้า เย็น หากจำเป็นต้องใช้นมผสม</p>
<p>          6. ไม่ควรใช้นมรสหวาน หรือเติมน้ำผึ้ง น้ำตาลในนม</p>
<p>          7. ไม่ใส่น้ำผลไม้หรือน้ำหวานอื่นใดในขวดนม</p>
<p>          8. ฝึกลูกให้ใช้แก้ว หรือหลอดตามพัฒนาการ เพื่อเลิกใช้ขวดนมเมื่ออายุประมาณ 18 เดือน</p>
<p>          9. ให้น้ำตามทุกครั้ง</p>
<p>          ปฏิบัติได้ตามนี้ รับรองว่าฟันลูกสวยได้เพราะคุณแม่ช่วยจริงๆ ค่ะ (หน้าพิเศษ Hospital Healthcare)</p>
<p>คัดลอกจาก http://article.zubzip.com/?article-%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A2-%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89&#8211;5537</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีดูแลให้เด็กเล็กๆมีสุขภาพฟันดี </title>
		<link>http://www.skdentalclinic.com/kids/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%86%e0%b8%a1%e0%b8%b5.html</link>
		<comments>http://www.skdentalclinic.com/kids/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%86%e0%b8%a1%e0%b8%b5.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 Jul 2008 05:13:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Kids]]></category>
		<category><![CDATA[ตั้งครรภ์]]></category>
		<category><![CDATA[ฟันดี]]></category>
		<category><![CDATA[ฟันแท้]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[เด็ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.skdentalclinic.com/?p=19</guid>
		<description><![CDATA[&#160; การที่เด็กจะมีสุขภาพฟันดีได้นั้น&#160;&#160; คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมตั้งแต่ก่อนตั้งท้องเลยค่ะ ก่อนตั้งครรภ์ คุณแม่ต้องจัดการเรื่องฟันผุ&#160; ,เหงือกอักเสบ หรือโรคปริทันต์อักเสบให้เรียบร้อย (มีงานวิจัยบ่งชี้ว่าโรคปริทันต์อักเสบ ทำให้คลอดก่อนกำหนด ทารกจะมีน้ำหนักตัวน้อยกว่ามาตราฐาน ) ระหว่างตั้งครรภ์&#160; ต้องดูแลให้ฟันและเหงือกมีสุขภาพดีตลอดการตั้งครรภ์ &#160; เพราะการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงนี้จะทำให้เหงือกอักเสบง่ายกว่าปกติ หลังคลอด&#160; ช่วงที่เด็กยังไม่มีฟันขึ้น&#160; หลังทานนมควรให้ลูกดื่มน้ำตามจนเป็นนิสัย&#160; ทำความสะอาดเหงือกด้วยผ้านุ่มๆชุบน้ำ&#160;&#160;&#160;&#160; ปรึกษาหมอเด็กเรื่องวิตามินเสริม เมื่อฟันน้ำนมขึ้นแล้ว&#160; นิสัยที่คุณแม่เตรียมให้ลูกตั้งแต่วัยทารก จะลดการผุของฟันจากการดูดนมหลับคาขวดนม เมื่อลูกอายุครบ 1 ขวบ ควรฝึกให้ลูกดื่มนมจากแก้วแทน&#160; เพื่อไม่ให้เกิดการสบฟันผิดปกติ เมื่อลูกสามารถควบคุมการกลืนได้แล้ว&#160; คุณแม่จะใช้ยาสีฟันเด็กในการแปรงฟันลูกได้ค่ะ พาลูกไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจฟัน&#160; ขัดฟันเคลือบฟลูออไรด์&#160;&#160; เสริมความแข็งแรงของฟันด้วยฟลูออไรด์ชนิดทาน เมื่อฟันแท้ซี่แรกขึ้น&#160; ฟันกรามแท้ซี่แรกจะขึ้นตอนประมาณ 6- 7ขวบ ประมาณลูกอยู่ชั้น ประถม 1-2 ควรพาไปพบทันตแพทย์เพื่อเคลือบหลุมร่องฟัน เมื่อลูกมีสุขภาพฟันดีแล้ว สุขภาพกายย่อมดีด้วยเช่นกันค่ะ &#160; &#160;]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<table cellspacing="1" cellpadding="1" border="0" width="200">
<tbody>
<tr>
<td><img height="259" width="387" alt="" src="http://www.skdentalclinic.com/wp-content/uploads/image/p%20-%20105.jpg" /></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>การที่เด็กจะมีสุขภาพฟันดีได้นั้น&nbsp;&nbsp; คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมตั้งแต่ก่อนตั้งท้องเลยค่ะ</p>
<ul>
<li>ก่อนตั้งครรภ์ คุณแม่ต้องจัดการเรื่องฟันผุ&nbsp; ,เหงือกอักเสบ หรือโรคปริทันต์อักเสบให้เรียบร้อย (มีงานวิจัยบ่งชี้ว่าโรคปริทันต์อักเสบ ทำให้คลอดก่อนกำหนด ทารกจะมีน้ำหนักตัวน้อยกว่ามาตราฐาน )</li>
<li>ระหว่างตั้งครรภ์&nbsp; ต้องดูแลให้ฟันและเหงือกมีสุขภาพดีตลอดการตั้งครรภ์ &nbsp; เพราะการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงนี้จะทำให้เหงือกอักเสบง่ายกว่าปกติ</li>
<li>หลังคลอด&nbsp; ช่วงที่เด็กยังไม่มีฟันขึ้น&nbsp; หลังทานนมควรให้ลูกดื่มน้ำตามจนเป็นนิสัย&nbsp; ทำความสะอาดเหงือกด้วยผ้านุ่มๆชุบน้ำ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ปรึกษาหมอเด็กเรื่องวิตามินเสริม</li>
<li>เมื่อฟันน้ำนมขึ้นแล้ว&nbsp; นิสัยที่คุณแม่เตรียมให้ลูกตั้งแต่วัยทารก จะลดการผุของฟันจากการดูดนมหลับคาขวดนม</li>
<li>เมื่อลูกอายุครบ 1 ขวบ ควรฝึกให้ลูกดื่มนมจากแก้วแทน&nbsp; เพื่อไม่ให้เกิดการสบฟันผิดปกติ</li>
<li>เมื่อลูกสามารถควบคุมการกลืนได้แล้ว&nbsp; คุณแม่จะใช้ยาสีฟันเด็กในการแปรงฟันลูกได้ค่ะ พาลูกไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจฟัน&nbsp; ขัดฟันเคลือบฟลูออไรด์&nbsp;&nbsp; เสริมความแข็งแรงของฟันด้วยฟลูออไรด์ชนิดทาน</li>
<li>เมื่อฟันแท้ซี่แรกขึ้น&nbsp; ฟันกรามแท้ซี่แรกจะขึ้นตอนประมาณ 6- 7ขวบ ประมาณลูกอยู่ชั้น ประถม 1-2 ควรพาไปพบทันตแพทย์เพื่อเคลือบหลุมร่องฟัน</li>
</ul>
<p>เมื่อลูกมีสุขภาพฟันดีแล้ว สุขภาพกายย่อมดีด้วยเช่นกันค่ะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<table cellspacing="1" cellpadding="1" border="0" width="200">
<tbody>
<tr>
<td><img height="387" width="259" alt="" src="http://www.skdentalclinic.com/wp-content/uploads/image/p%20-%20143.jpg" /></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.skdentalclinic.com/kids/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%86%e0%b8%a1%e0%b8%b5.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อันตรายของโรคปริทันต์อักเสบในหญิงตั้งครรภ์</title>
		<link>http://www.skdentalclinic.com/interest/pregnancy.html</link>
		<comments>http://www.skdentalclinic.com/interest/pregnancy.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Jul 2008 06:23:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[interest]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[หญิงมีครรภ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.skdentalclinic.com/?p=5</guid>
		<description><![CDATA[ปัจจุบันหญิงตั้งครรภ์จำนวนมาก ละเลยการตรวจสุขภาพช่องปากระหว่างตั้งครรภ์ เพราะคิดว่า เป็นเรื่องที่สามารถรอได้ ปัญหาหนึ่งที่พบได้บ่อยในหญิงตั้งครรภ์ คือ การมีปัญหาเหงือกอักเสบ ในบางรายอาจเป็นปริทันต์อักเสบ ( โรครำมะนาด)งานวิจัยหลายชิ้น ได้ศึกษาหญิงตั้งครรภ์ ที่เป็นโรคปริทันต์อักเสบตั้งแต่ปี 1996 ทำให้ทราบความจริงที่น่าวิตก คือ โรคปริทันต์อักเสบซึ่ง เป็นโรคติดเชื้อชนิดหนึ่ง มีผลทำให้ร่างกายผลิตสารต่างๆ ได้แก่ cytokine, prostanoid, และ protease มาก ขึ้น ซึ่งโดยปกติแล้ว ร่างกายจะผลิตสารเหล่านี้ตอนใกล้คลอดเท่านั้น แต่ในสภาวะติดเชื้อ ร่างกายหลั่งสารเหล่านี้มากขึ้น มีผลทำให้เสี่ยงต่อการเกิดภาวะคลอดก่อนกำหนด Offenbacher และ คณะ ในปี 1996 ศึกษา พบว่า มารดาที่คลอดก่อนกำหนด หรือมารดาที่คลอด ทารกน้ำหนักแรกคลอดน้อย จะเป็นโรคปริทันต์อักเสบมากกว่ามารดาที่ให้กำเนิดทารกปกติ ประมาณ 7.9 เท่า สอดคล้องกับการศึกษา ของ Jeffcoat และคณะ ในปี2001 พบว่า หญิงตั้งครรภ์ ที่เป็นโรคปริทันต์อักเสบ มีโอกาสคลอดก่อนกำหนดมากกว่าหญิงตั้งครรภ์ที่มีเหงือกสุขภาพดี 4-7เท่า ขึ้นกับระดับความรุนแรงของการอักเสบ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ปัจจุบันหญิงตั้งครรภ์จำนวนมาก ละเลยการตรวจสุขภาพช่องปากระหว่างตั้งครรภ์ เพราะคิดว่า เป็นเรื่องที่สามารถรอได้ ปัญหาหนึ่งที่พบได้บ่อยในหญิงตั้งครรภ์ คือ การมีปัญหาเหงือกอักเสบ ในบางรายอาจเป็นปริทันต์อักเสบ ( โรครำมะนาด)งานวิจัยหลายชิ้น ได้ศึกษาหญิงตั้งครรภ์ ที่เป็นโรคปริทันต์อักเสบตั้งแต่ปี 1996 ทำให้ทราบความจริงที่น่าวิตก คือ</p>
<p>โรคปริทันต์อักเสบซึ่ง เป็นโรคติดเชื้อชนิดหนึ่ง มีผลทำให้ร่างกายผลิตสารต่างๆ ได้แก่ cytokine, prostanoid, และ protease มาก ขึ้น ซึ่งโดยปกติแล้ว ร่างกายจะผลิตสารเหล่านี้ตอนใกล้คลอดเท่านั้น แต่ในสภาวะติดเชื้อ ร่างกายหลั่งสารเหล่านี้มากขึ้น มีผลทำให้เสี่ยงต่อการเกิดภาวะคลอดก่อนกำหนด</p>
<p>Offenbacher และ คณะ ในปี 1996 ศึกษา พบว่า มารดาที่คลอดก่อนกำหนด หรือมารดาที่คลอด ทารกน้ำหนักแรกคลอดน้อย จะเป็นโรคปริทันต์อักเสบมากกว่ามารดาที่ให้กำเนิดทารกปกติ ประมาณ 7.9 เท่า</p>
<p>สอดคล้องกับการศึกษา ของ Jeffcoat และคณะ ในปี2001 พบว่า หญิงตั้งครรภ์ ที่เป็นโรคปริทันต์อักเสบ มีโอกาสคลอดก่อนกำหนดมากกว่าหญิงตั้งครรภ์ที่มีเหงือกสุขภาพดี 4-7เท่า ขึ้นกับระดับความรุนแรงของการอักเสบ</p>
<p>Canakci และ คณะในปี 2007 พบว่าหญิงตั้งครรภ์ ที่เป็นโรคปริทันต์อักเสบ มีโอกาสเกิดภาวะ ความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์มากกว่าหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่เป็นโรคนี้</p>
<p>ดังนั้นในช่วงตั้งครรภ์ คุณแม่ควรให้ความใส่ใจดูแลสุขภาพในช่องปาก เช่นเดียวกับ การดูแลสุขภาพร่างกายนะคะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.skdentalclinic.com/interest/pregnancy.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

