อาการเสียวฟันคืออะไร

Monday, December 20th, 2010

คัดลอกความรู้จากคอลเกตเวิลด์ออฟแคร์

http://www.colgate.co.th/app/Colgate/TH/TH/OC/Information/OralHealthBasics/CommonConcerns/Sensitivity/WhatisToothSensitivity.cvsp

อาการเสียวฟันคืออะไร
อาการเสียวฟันคือการปวดฟันอันเกิดจากการเสียผิวหน้าของฟันหรือเหงือก สาเหตุที่พบได้บ่อยของอาการเสียวฟันในผู้ใหญ่คือการที่รากฟันถูกสัมผัสเนื่องจากเหงือกร่น ทั้งนี้รากฟันไม่มีสารเคลือบฟันทำให้เปิดโอกาสให้เส้นประสาทฟันถูกเปิด เมื่อมีความร้อน ความเย็นมาสัมผัส เราจึงรู้สึกปวด
การละเลยความเสียวฟันสามารถนำไปสู่ปัญหาเรื่องเหงือกและฟันอื่นๆ ได้ โดยเฉพาะถ้าความเจ็บปวดทำให้เราแปรงฟันอย่างไม่ถูกต้อง ก็จะทำให้มีความเสี่ยงต่อฟันผุและโรคเหงือก

เราจะรู้ว่ามีอาการเสียวฟันได้อย่างไร
ถ้าคุณเคยรู้สึกปวดเวลาดื่ม/รับประทานน้ำ/อาหารที่ร้อนหรือเย็น คุณกำลังมีอาการเสียวฟัน แต่ไม่ได้เป็นเพียงแค่คุณคนเดียวเท่านั้น หนึ่งในสี่ของผู้ใหญ่จะพบอาการเสียวฟันซึ่งเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

เราจะรักษาอาการเสียวฟันได้อย่างไร
แรกสุดคือการพบทันตแพทย์

อาการเสียวฟันสามารถรักษาให้หายได้ ทันตแพทย์อาจจะสั่งเจลฟลูออไรด์สำหรับแปรงฟัน หรือน้ำยาบ้วนยาฟลูออไรด์ให้ คุณอาจจะลองใช้แปรงสีฟันที่ลดแรงเสียดทานสำหรับผู้ที่มีอาการเสียวฟันโดยเฉพาะ ควรปรึกษาทันตแพทย์ว่าผลิตภัณฑ์ลดการเสียวฟันชนิดไหนที่เหมาะกับคุณ
ควรระวังในการแปรงฟันให้ถูกต้องเพื่อไม่ให้ฟันเสียจนเกิดอาการเสียวฟัน การแปรงที่แรงเกิดไป การรัดของฟันปลอม และลวดดัดฟันสามารถทำให้เกิดการเสียดสีและทำลายผิวฟันได้

กลิ่นปาก

Wednesday, November 24th, 2010

กลิ่นปากอาจเกิดจาก

1. มีเศษอาหารตกค้างหมักหมม ควรแก้ปัญหาด้วยการแปรงฟันอย่างน้อยวันละ2 ครั้ง หลังรับประทานอาหาร ถ้าไม่มีโอกาสแปรงฟันควรบ้วนปากด้วยน้ำหลาย ๆครั้ง
2. โรคในช่องปาก ได้แก่ โรคฟันผุ และโรคเหงือกอักเสบ เพราะฟันผุเป็นรูทำให้เศษอาหารตกค้างและอาจมีหนองที่รากฟัน ควรไปพบทันตแพทย์
3. การใส่ฟันปลอมที่ไม่ดี ทำให้เกิดการหมักหมมของเศษอาหารได้
4. โรคบางระบบของร่างกาย เช่น โรคไซนัสอักเสบ,โรควัณโรคปอด การแก้ปัญหา จึงต้องรักษาโรคให้หายขาดร่วมไปกับการรักษาความสะอาดช่องปาก
5. สาเหตุนอกช่องปาก เช่น การกินอาหารที่มีกลิ่นรุนแรง ได้แก่กระเทียม ปลาร้า ทุเรียน ควรแปรงฟันหลังอาหารทันที หรือ ใช้ยาอมระงับกลิ่นปาก

คัดลอกข้อมูลจาก

http://www.dentalcouncil.or.th/content/people/detail.php?type=6&id=72

แก้ไขล่าสุด : 20 พฤศจิกายน 2552

ฟันคุด

Monday, November 1st, 2010

รศ.ทพ.เฉลิมพล ลี้ไวโรจน์
คัดลอกจาก http://www.dentalcouncil.or.th/content/people/detail.php?type=6&id=173

เวลาฟันคุดอักเสบจะทรมานมาก นึกในใจว่าฟันซี่เดียว แถม่ไม่ได้ขึ้นมาให้เราใช้งาน จะทรมานเจ้าของได้เพียงนี้ ทานยาแก้ปวดธรรมดาก็เอาไม่อยู่ อักเสบเร็วมาก หน้าก็บวม ระบมไปทั้งหน้า ทานข้าวก็ไม่ได้ เพราะปวดแผล และอ้าปากไม่ขึ้น ต้องทานยาแก้ปวดชนิดแรงๆ และยาแก้อักเสบ พอหายปวดก็ดีใจมาก แต่ก็ไม่กล้าไปผ่าออก เพราะกลัวเข็ม และที่สำคัญหมอฟันช่างน่ากลัวเหลือเกิน ช่างเป็นช่วงเวลาที่ทรมารมากๆ และแล้วอีกไม่นานมันก็ปวดขึ้นมาอีก เหล่านี้คงเป็นความคิดของหลายๆคนต่อฟันขี้เกียจซี่นี้ ที่ทำกับเจ้าของได้อย่างเจ็บแสบ จะรอจนทรมานเอง หรือให้หมอทำให้ทรมานดี คงเป็นคำถามที่หลายคนอยากได้คำตอบมาก เพื่อใช้ในการชั่งน้ำหนักกัน ถ้าอย่างนั้นเราคงต้องทราบว่าความทรมานของทั้งสองวิธีนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

ฟันคุดมันทรยศ
ฟันคุดเป็นฟันที่ไม่ได้ขึ้นตรงๆ ตามฟันปกติทั่วไปโดยฟันจะขึ้นตั้งแต่อายุ 15-23 ปี อาจจะขึ้นแบบนอน ขึ้นแบบเอียง ขึ้นแบบปริ่มๆเหงือก หรือขึ้นแบบขี้เกียจสุดๆก็คือไม่ยอมขึ้นมาให้เห็นเลย
ก็จะไปดันฟันที่ติดกัน เวลาทานอาหารเศษอาหารก็จะไปติดเต็มไปหมด ยิ่งซี่ที่ขึ้นปริ่มๆเหงือก เหงือกก็จะอักเสบบวมแดง หน้าก็บวม อ้าปากก็ไม่ขึ้น เคี้ยวอาหารก็ไม่ได้เพราะฟันบนกัดลงมาบนเหงือก
ที่คลุมฟันอยู่ ไม่ได้ต่างอะไรจากเอามือไปวางบนทั่งแล้วใช้ค้อนตี  แล้วพอเศษอาหารที่ไปติดกก็จะทำให้เหงือกอักเสบ ปากก็เหม็น และแล้วอาการบวมมันก็เริ่มจากตรงนี้ จากเหงือกที่บวมก่อน ลามไปถึงกระพุ้งแก้ม และลามไปจนทำให้หน้าบวม เนื่องจากหนองที่มาจากการอักเสบ ซึ่งอาการเหล่านี้จะกินเวลาไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับเจ้าของฟัน ตัวฟันของแต่ละคน
นอกจากนี้ฟันคุดยังทำให้กระดูกขากรรไกรบางมีโอกาสหักง่าย ละลายรากฟันข้างเคียงจากการดันตัว ของมัน มีโอกาสกลายเป็นถุงน้ำ หรือเนื้องอก ทำให้ฟันผุได้ง่าย

แล้วหมอฟันจะทำอะไรกับฟัน
หมอฟันจะผ่าหรือถอนฟันคุดออก ขึ้นกับลักษณะการขึ้นของฟันและตำแหน่งของฟันที่ฝั่งอยู่ในกระดูก ถ้าหนักที่สุดก็ต้องทำการเปิดเหงือกที่คลุมฟันออก แลัวทำการกรอกระดูกที่คลุมฟันออก แล้วทำการแบ่งฟันเอา ทั้งตัวฟันและรากฟันออกมาให้หมด โดยในขั้นตอนการผ่าทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การระงับประสาทที่ดี อาการปวดของเจ้าของฟันจะเกิดหลังจากสิ้นฤทธฺิ์ยาชา จะมาจากการที่กรอกระดูก และการกระทบ กระเทือนเหงือกที่คลุมฟันอยู่ อาการบวมขึ้นกับปริมาณความกระทบกระเทือนต่อกระดูกและเหงือก ซึ่งจะเป็นไปตามลักษณะฟันของแต่ละคนโดยลักษณะการหายของแผลจะรวดเร็วและไม่มีอาการอักเสบอีกต่อไป

สรุป ตัดไฟแต่ต้นลม
ทำไมเราจะต้องรอให้บวมอักเสบก่อนแล้วถึงจะไปเอาออก ในเมื่อถึงอย่างไรก็ต้องเอามันออกอยู่แล้ว ซึ่งการเอาออกในแต่ละรายนั้นก็ขึ้นอยู่กับลักษณะการวางตัวของฟัน โดยทันตแพทย์จะเป็นผู้ประเมินว่าสามารถ เก็บไว้ได้หรือไม่ และถึงแม้จะต้องเอาออกทันตแพทย์ก็จะมีวิธีการผ่าเอาฟันคุดออกโดยการระงับประสาททำให้ ระหว่างการรักษาไม่รู้สึกเจ็บปวดใดๆ หลังจากการรักษาก็จะมีการระบมของแผลเล็กน้อย โดยเพียงจะมีแค่ อาการบวม สามารถรับประทานอาหารได้ลำบาก เท่านั้น ประมาณ 2-3 วันอาการก็จะทุเลาลง

ทำอย่างไรจึงจะหายบวมเร็ว
อาการบวมมากหรือน้อยหลังจากการถอนฟัน ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของฟันซี่นั้นๆ แต่ก็มีวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยลดอาการบวม โดยทำการประคบน้ำเย็นหลังจากทำการผ่าฟันคุด 1-2 วัน หลังจากนั้นเปลี่ยนเป็นประคบ ด้วยน้ำอุ่นต่อ อาการบวมที่เกิดขึ้นก็จะหายได้เร็วขึ้น

ทำไมผ่าฟันคุดจึงปวดมากๆ
เป็นเพราะมีการกรอกระดูกที่คลุมตัวฟันออกไป ทำให้เกิดอาการปวดหลังจากทำการผ่าโดยอาการปวด จะค่อยๆลดลงภายใน 1-2 วัน ส่วนมากจะเป็นความลำบากที่เกิดจากการบวมทำให้ อ้าปากได้ลำบาก มีการบวมบนใบหน้า แต่ในขณะผ่าจะไม่รู้สึกปวดใดใด เนื่องจากการระงับประสาท โดยไม่จำเป็นจะต้องทำการดมยาสลบ เพราะเพียงแค่ระงับประสาทในช่องปากอย่างเดียวก็เพียงพอ และการทำการดมยาสลบก็มีผลข้างเคียงต่อคนไข้ได้หลายอาการ

ควรจะผ่าฟันคุดเมื่อใด
การผ่าฟันคุดในวัยหนุ่มสาวไม่ค่อยมีปัญหา เพราะแผลหายเร็วกว่าปล่อยทิ้งไว้ ถ้าทำในผู้สูงอายุ ฟันจะติดแน่นกับกระดูกทำให้แผลหายช้า ผลแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดมีมากกว่า ความเสี่ยงก็ มีมากกว่า เนื่องจากโรคประจำตัว ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมาผ่าก็เมื่อมีอาการ ซึ่งในขณะนั้นมักอยู่ใน อาการอักเสบ ปวด เป็นหนอง และอ้าปากได้น้อย ทำให้การรักษาทำได้ยากและมีปัญหาได้มากกว่าเมื่อยังไม่มีอาการ อย่างไรก็ตามมีข้อยกเว้นสำหรับผู้ป่วยที่มีสภาพร่างกายอ่อนแอ หรือผู้สูงอายุที่ไม่มีอาการผิดปกติจากฟันคุด

ข้อปฏิบัติหลังการถอนฟันหรือผ่าตัดฟันคุด
ไม่ควรรบกวนบริเวณแผล
ห้ามบ้วนปากเพราะแผลจะขยับและเลือดออก
หากเลือดยังไม่หยุดให้กัดผ้าเพิ่มอีก 15 นาที
วันแรกควรทานยาแก้ปวดทุก 4-6 ชั่วโมง และประคบน้ำเย็น
วันแรกควรทานอาหารอ่อนป้องกันเศษอาหารไปติดบริเวณแผล
รับประทานยาแก้อักเสบตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
แปรงฟันตามปกติ แต่ควรระมัดระวังไปกระทบกระเทือนแผล
วันที่ 3 หลังการผ่าตัดให้อมน้ำอุ่นบ้วนปากบ่อยๆ จะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น
การบวมเป็นจ้ำเขียวเป็นการตอบสนองตามปกติของร่างกาย แต่ถ้ามีอาการบวมมากให้ปรึกษาแพทย์
ไม่ควรสูบบุหรี่หรือดื่มอัลกอฮอลล์
ในวันแรกหลังการผ่าตัดควรนอนหมอนสูงเพื่อลดการบวม

ฟันคุดเจ้าปัญหา

Tuesday, August 11th, 2009

ที่มา ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]
คัดลอก จากนิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 23 ฉบับที่ 2 กุมภาพันธ์ 2542 ]
ฟันคุด คือ อะไร

คำว่า “คุด” เป็นคำกริยา มีความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน แปลว่า งอก งอ อยู่ในกระดูกไม่โผล่ออกมาตามปกติ เช่น หนวดคุด รากคุด

โดยธรรมชาติ ขากรรไกรจะมีขนาดพอเหมาะสำหรับฟัน 28 ซี่ แต่คนเรามีการสร้างฟันทั้งสิ้นจำนวน 32 ซี่ ฟันบางซี่จึงขึ้นไม่ได้ จะคุดอยู่ในกระดูก เป็นบางส่วน หรืออยู่ใต้กระดูกทั้งซี่ อาจอยู่ในลักษณะตั้งตรง เอียง หรือนอนในแนวระนาบ และมักจะอยู่ชิดกับฟันข้างเคียงเสมอ พบว่าบางซี่ อาจจะมีเหงือกปกคลุมอยู่บางส่วน และมีบางส่วนของฟันโผล่พ้นเหงือกขึ้นมา หรืออาจจะมีเหงือกคลุมฟันอยู่ทั้งซี่ โดยมองไม่เห็นฟันเลยก็มี

ฟันกรามซี่สุดท้ายมักขึ้นไม่ได้ เกิดเป็นฟันคุด

ฟันที่พบว่าเป็นฟันคุดบ่อยที่สุด คือ ฟันกรามซี่สุดท้าย ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ฟันวิสดอม
โดยปกติ ฟันกรามซี่นี้จะงอกขึ้นมาในช่องปากเป็นซี่สุดท้าย ในช่วง อายุก่อน 20 ปีและจะอยู่ในสุดของขากรรไกร มักจะขึ้นเอียง ๆ และโผล่พ้นเหงือกบางส่วน ซึ่งพบว่า 9 คนใน 10 คน จะมีฟันอย่างน้อย 1 ซี่ อยู่ใต้เหงือก และมีอาการผิดปกติ ซึ่งได้แก่ อาการปวดบวม มีการติดเชื้อของเหงือกและฟัน ตลอดจนอาจจะทำให้มีอาการปวดศรีษะ หรือปวดหูโดยไม่ทราบสาเหตุ นอกจากนี้ ฟันกรามน้อย และฟันเขี้ยว ก็อาจจะคุดได้เช่นกัน แต่มักจะคุดแบบฝังตัวอยู่ใต้กระดูกทั้งซี่ กรณีที่ว่านี้จะเรียกเฉพาะไปอีกว่า ฟันฝัง ฟันคุดทำให้เกิดปัญหาได้หลายประการ จึงควรถอนออก

การถอนฟันคุดมีวัตถุประสงค์หลายประการ ได้แก่

เพื่อป้องกันการอักเสบของเหงือกที่ปกคลุมฟัน เพราะจะมีเศษ อาหารเข้าไปติดอยู่ใต้เหงือก แล้วไม่สามารถทำความสะอาดได้ เชื้อแบคทีเรียที่มาสะสมอยู่จะทำให้เหงือกอักเสบ ปวดและเป็นหนอง ถ้าทิ้งไว้การอักเสบจะลุกลามไปใต้คาง หรือใต้ลิ้น ซึ่งจะทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรคไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้ง่าย นับว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่ง มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยเลยที่ต้องเข้านอนโรงพยาบาล เพื่อรักษาการติดเชื้อจากฟันคุดนี้
เพื่อป้องกันฟันข้างเคียงผุ ซอกฟันระหว่างฟันคุดกับฟันกรามซี่ ที่สองที่อยู่ชิดกันนั้น ทำความสะอาดได้ยาก เพราะเป็นซอกหลืบ เล็กและแคบ เศษอาหารจะติดค้างอยู่ทำให้เกิดฟันผุได้ทั้งสองซี่
เพื่อป้องกันการละลายตัวของกระดูก แรงดันจากฟันคุดที่ พยายามดันขึ้นมา จะทำให้กระดูกรอบรากฟัน หรือรากฟันข้างเคียงถูกทำลายไป
เพื่อป้องกันการเกิดถุงน้ำหรือเนื้องอก ฟันคุดที่ทิ้งไว้นานไปจะ ก่อปัญหา อาจเกิดเป็นถุงน้ำ แล้วโตขึ้นโดยไม่แสดงอาการเลย จนในที่สุดเกิดเป็นเนื้องอกทำลายฟันซี่ข้างเคียง และกระดูกรอบ ๆ บริเวณนั้น
เพื่อป้องกันกระดูกขากรรไกรหัก เนื่องด้วยการมีฟันคุดฝังอยู่ จะทำให้กระดูกบริเวณนั้นบางกว่าที่อื่น เกิดเป็นจุดอ่อน เมื่อเวลาได้รับอุบัติเหตุ หรือกระทบกระแทก กระดูกขากรรไกรบริเวณนั้นจะหักได้ง่าย
วัตถุประสงค์อื่น ๆ เช่น ในการจัดฟัน ต้องถอนฟันกรามซี่ที่ สาม ออกเสียก่อนเพื่อให้ง่ายต่อการเคลื่อนฟันซี่อื่น ๆ

ควรถอนฟันคุดก่อนอายุ 25 ปี

พบว่าฟันคุดส่วนใหญ่ทำให้เกิดปัญหาได้ 3 ใน 4 ของฟันกรามซี่สุดท้ายที่โผล่บางส่วนขึ้นมาในช่องปาก จะทำให้เกิดอาการต่าง ๆ ดังที่กล่าวมาแล้ว ฉะนั้นจึงควรถอนออกเสีย ช่วงอายุที่เหมาะสมคือ ก่อนอายุ 25 ปี เนื่องจากมีผู้ทำการศึกษาในต่างประเทศ โดยศึกษาผู้ป่วยจำนวน 9,500 คน มีอายุตั้งแต่ 12-83 ปี มีฟันคุดจำนวน 16,000 ซี่ พบว่า คนอายุ 24 ปี ขึ้นไป จะมีโอกาสเกิดอาการแทรกซ้อนมากกว่าคนอายุน้อยกว่านี้ ถึง 4 เท่า เพราะคนอายุน้อย แผลถอนฟันจะหายได้เร็วกว่า และฟันคุดนั้นก็เจริญไม่เต็มที่ การถอนก็จะทำได้ง่ายกว่า

การถอนฟันคุดไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

คนส่วนใหญ่กลัวการถอนฟันอยู่แล้ว โดยเฉพาะเมื่อต้องถอนฟันคุด ซึ่งจำเป็นต้องเปิดเหงือก ให้เห็นฟันที่คุดอยู่ได้มากที่สุด และบางครั้งก็จำเป็นต้องกรอเอากระดูกที่อยู่เหนือฟันซี่นั้นออก เพื่อให้เอาฟันคุดออกได้ จากนั้นก็ทำความสะอาดแผล แล้วเย็บแผลไว้ด้วยเส้นไหมชนิดไม่ละลายเอง จึงต้องมาให้ทันตแพทย์ตัดเอาไหมออกหลังจากนั้น ประมาณ 7-10 วัน

ในการผ่าตัดทันตแพทย์จะใช้ยาชาฉีดเฉพาะที่ เพื่อไม่ให้มีความเจ็บปวด ขณะทำการผ่าตัด ส่วนใหญ่จะไม่ต้องใช้ยาสลบ จึงไม่จำเป็นต้องนอนพักหลังการผ่าตัด ผู้ป่วยสามารถทำงานได้ตามปกติในวันเดียว

การถอนฟันคุดนี้ใช้เวลาไม่นาน

โดยปกติการถอนฟันคุดซี่หนึ่งจะใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นกับ

ความเอียง และตำแหน่งของฟันคุดซี่นั้น
ถ้าฟันเอียงและอยู่ลึกลงไปใต้กระดูกมากการเอาฟันนั้นออกจะยากขึ้น
ลักษณะรากฟัน รากฟันที่โค้ง หรือ งอจะเป็นปัญหาในการถอนฟัน
สภาพฟันคุดนั้น ถ้าปล่อยให้ฟันนั้นผุด้วย อาจจะเอาออกยากขึ้น เพราะฟันจะเปราะ
กระดูกรอบ ๆ รากฟัน ที่มีความหนาแน่นมาก จะเอาฟันออกได้ยาก
ลักษณะของฟันข้างเคียง ฟันข้างเคียงอาจจะบังฟันคุด เข้าไปถึงได้ยาก
การยึดแน่นของฟันกับกระดูก บางครั้งรากฟันคุดเกิดเชื่อมเข้ากับกระดูกขากรรไกร จะเอาฟันคุดออกได้ยากขึ้น

อันตรายจากการถอนฟันคุดอาจพบได้บ้าง

ระหว่างผ่าตัด อาจจะทำให้เลือดออกมาก หรือเกิดอันตรายต่อเส้นประสาทฟัน และฟันข้างเคียง
หลังการผ่าตัด อาจจะมีเลือดออกมา เกิดการติดเชื้อ หรือกระดูกเบ้าฟันที่ถอนอักเสบ ผู้ป่วยอาจจะอ้าปากไม่ขึ้น หรืออ้าปากได้น้อยกว่าปกติ
ทั้งนี้โอกาสที่จะเกิดอันตรายนั้นมีน้อยมาก ทันตแพทย์จะต้องใช้ความรู้ความสามารถในการป้องกัน และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้ได้ ผู้ป่วยก็ต้องปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัด ตามที่ทันตแพทย์แนะนำโดยเคร่งครัด

การป้องกันอันตรายจากการถอนฟันคุด

การให้ทันตแพทย์ตรวจเป็นประจำปีละ 2 ครั้ง ร่วมกับการเอกซเรย์ฟันกรามซี่ที่สาม จะบอกได้ว่ามีที่พอจะขึ้นหรือไม่ ถ้าเป็นฟันคุดก็จำเป็นต้องถอนออก มิฉะนั้นอาจจะเกิดปัญหาขึ้นมากมาย ตามที่กล่าวมาแล้ว

ทญ.ฉวีวรรณ ภักดีธนากุล

ขอบคุณนิตยสารใกล้หมอ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

ทำไมต้องผ่าฟันคุด

Tuesday, July 8th, 2008

ฟันคุดคือฟันที่งอกขึ้นมาในช่องปากไม่ได้  จากสาเหตุต่างๆ เช่น

  1. ฟันมีรากโค้งมากจนเกิดการล็อคตัวเองในขากรรไกร
  2. มีฟันซี่อื่นขวางอยู่  มักพบในฟันกรามน้อยล่างซี่ที่สองเนื่องมาจากการถอนฟันน้ำนมซี่ที่สองก่อนเวลาอันควร
  3. ฟันซี่นั้นล้มเอียงอยู่ในขากรรไกร เป็นกรณีที่พบมากที่สุด และมักเกิดกับฟันกรามแท้ล่างซี่ที่3

อาการ
ฟันกรามแท้ซี่ที่สามซึ่งขึ้นไม่ได้เต็มซี่  ทำให้เกิดเศษอาหารติดค้างสะสมได้ง่าย ทำความสะอาดยาก จึงมักเกิดการอักเสบบวม อ้าปากได้เล็กน้อย  นอกจากนี้ยังทำให้ฟันกรามแท้ซี่ที่สองที่ฟันคุดเอียงชนอยู่เกิดการผุ  ซึ่งถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจลุกลามจนถึงขั้นต้องรักษารากฟัน
วิธีรักษา
ฟันคุดไม่สามารถงอกขึ้นมาได้เนื่องจากติดล็อคในขากรรไกร การถอนออกตรงๆจึงเป็นไปไม่ได้ ต้องแยกฟันคุดออกเป็นส่วนๆและดึงออกมาทีละส่วน  จึงควรพบกับทันตแพทย์เฉพาะทางศัลยกรรม  ควรเอาฟันคุดออกตั้งแต่อายุน้อย เพราะทำได้ง่ายกว่าตอนอายุมากแล้ว ที่สำคัญคือ แผลจะหายเร็วกว่าด้วย

ทำไมต้องรักษารากฟัน

Friday, July 4th, 2008

ท่านที่กลัวการทำฟันมาก จนปล่อยให้การผุลุกลามถึงโพรงประสาทฟัน เกิดการติดเชื้อในรากฟัน จะมีอาการปวด บางคนมีอาการบวมเป็นหนองร่วมด้วย ทันตแพทยจะแนะนำให้รักษารากเก็บไว้ ซึ่งมักตามมาด้วยการทำครอบฟัน เสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง จึงเกิดคำถามขึ้นเสมอว่า ถอนทิ้งไม่ดีกว่าหรือ เร็วและ ถูกกว่า ด้วยประสบการณ์เป็นทันตแพทย์มาร่วม20 ปี รักษาคนไข้ ตั้งแต่เด็กอายุ 3-4 ขวบ จนถึงคนไข้อายุ มากกว่า 70 ปี จึงได้มีโอกาสเห็นวงจรชีวิตของฟันซี่หนึ่งๆ ครบตั้งแต่เกิด ( งอกขึ้นมาในช่องปาก) เจ็บ ( ผุ ,ปวด ,ติดเชื้อเป็นหนอง) ตาย ( ถูกถอนทิ้ง) จึง ขอเล่าให้ฟังว่า เมื่อถอนฟันหนึ่งซี่ทิ้งไป จะเกิดผลกระทบเป็นวงกว้างต่อฟันซี่อื่นๆและเหงือก อย่างไรบ้าง เข้าทำนอง เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว

1. ในแง่ค่าใช้จ่าย
การรักษารากมีค่าใช้จ่ายรักษารากฟัน+ค่าครอบ 1 ซี่ ใช้เวลารักษาประมาณ 1เดือนถึงเดือนครึ่ง (นัดอาทิตย์ละหนึ่งครั้ง) ค่า ใช้จ่ายประมาณ หมื่นขึ้น ฟังดูเหมือนเสียทั้งเวลา เสียเงินมาก เมื่อเทียบกับการถอนฟันที่ใช้เวลาเพียง ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง และค่าใช้จ่ายหลักร้อยแต่หลังจากถอนฟันไป การทำฟันปลอมทดแทนฟันที่หายไป 1 ซี่ ด้วยฟันปลอมแบบติดแน่น ต้องกรอฟันข้างเคียง 2ซี่ข้างๆ ค่าใช้จ่าย คือ ค่าครอบฟัน 3ซี่ + ฟันดีๆที่ถูกกรอ2ซี่ หากไม่อยากกรอฟันข้างเคียง ก็ต้องทำรากเทียม ค่าใช้จ่ายคือ 60,000- 70,000 ต่อ1 ซี่ ใช้เวลา 6 เดือน ขึ้นไป กลายเป็นว่าการรักษารากฟัน ที่ดูเหมือนมีค่าใช้จ่ายสูงในตอนแรกกลับกลายเป็นวิธีรักษาที่ค่าใช้จ่ายถูก สุด และไม่ต้องเสียฟันข้างๆเพิ่ม

2. ในแง่ผลกระทบต่อฟันซี่อื่นและอวัยวะรอบๆ
เมื่อ ไรที่เกิดการถอนฟัน ขึ้น พึงตระหนักเถิดว่า กระดูกซึ่งเคยมีรากฟันคอยหนุนให้อูม บัดนี้จะแฟบแป้ว ซึ่งถ้าเกิดขึ้นบริเวณฟันหน้า หรือมุมปากคุณจะดูแก่กว่าวัย เพราะกล้ามเนื้อ และผิวหนังซึ่งเคยมี ฟันและกระดูกหนุนให้อูมเต็ม ไม่มีแล้ว แต่ปัญหานี้แก้ได้โดย รีบใส่ฟันปลอมทดแทน (กลับไปอ่านข้อ 1 อีกรอบ) บางครั้งการถอนฟันเกิดขึ้นบริเวณฟันกรามด้านใน ไม่มีผลต่อความสวยงาม ผู้ป่วยจึงละเลยไม่ใส่ฟันปลอมทดแทน ทำให้เกิดการล้มเอียงของฟันข้างเคียง เกิดการห้อยย้อย ของฟันคู่สบ จนระบบการสบฟันรวนหมดทั้งปาก เกิดปํญหาการเสื่อมของระบบบดเคี้ยว และข้อต่อขากรรไกร เกิดปัญหาเศษอาหารติด เกิดโรคเหงือก และฟันผุตามมา

สิ่งที่หมออยากบอกกับคนไข้ทุกคนคือว่า คุณควรตรวจฟันทุก6 เดือน มีฟันผุควรรีบอุด อย่าได้ปล่อยทิ้งไว้ เพราะฟันผุไม่เหมือนไข้หวัดที่ทานยา แล้วนอนพักผ่อนมากๆก็หายได้ ฟันผุจะหายได้ต้องอาศัยสองตา สองมือ ของหมอไปดู ไปกรอเอาที่ผุออก แล้วอุด ให้ได้รูปร่างเดิม อย่าได้กลัวเจ็บ เพราะหมอฟันเดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่มือเบา และเข้าใจความรู้สึกของคนไข้ว่า กลัวขนาดไหน