<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>คลีนิกทันตแพทย์สมเกียรติ จัดฟัน,ดัดฟัน,รักษารากฟัน,อุดฟัน,ใส่ฟัน,ฟอกสีฟัน,ขูดหินปูน SKDentalclinic.com &#187; ฟันน้ำนม</title>
	<atom:link href="http://www.skdentalclinic.com/tag/%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%a1/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.skdentalclinic.com</link>
	<description>จัดฟัน,ทำฟัน,ดัดฟัน,รักษารากฟัน,อุดฟัน,ใส่ฟัน,ฟอกสีฟัน,ขูดหินปูน</description>
	<lastBuildDate>Thu, 26 Jan 2012 07:17:10 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3</generator>
		<item>
		<title>สังเกตอย่างไร ซี่ไหนฟันแท้-ฟันน้ำนม</title>
		<link>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99.html</link>
		<comments>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 09 May 2011 08:28:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>malinee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[ขากรรไกร]]></category>
		<category><![CDATA[ท้นตแพทย์เฉพาะทาง]]></category>
		<category><![CDATA[ฟันน้ำนม]]></category>
		<category><![CDATA[ฟันเกิน]]></category>
		<category><![CDATA[ฟันแท้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.skdentalclinic.com/?p=127</guid>
		<description><![CDATA[จากเมเนเจอร์ออนไลน์ วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 ข้อมูลจาก myfirstbrain.com วิธีง่ายๆ ที่จะทราบว่าเด็กมีฟันกรามแท้หรือยัง คือให้นับฟันของลูก เด็กจะมีฟันน้ำนมทั้งหมด 20 ซี่ โดยแบ่งเป็นฟันบน 10 ซี่และฟันล่าง 10 ซี่ ซึ่งจะขึ้นครบเมื่ออายุก่อน 3 ขวบ&#8221; ลูก มีฟันคล้ายๆ ฟันคุดขึ้นมาสองซี่ช่วงฟันหน้า แฟนบอกว่าปล่อยไว้อาจทำให้ฟันเกได้ แต่จะถอนออกก็กลัวแกเจ็บ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นฟันน้ำนมหรือฟันแท้ (ที่โผล่เกินขึ้นมา) จะต้องทำอย่างไรดี เท่าที่ฟังคุณแม่อธิบายมา คิดว่าน่าจะเป็นฟันเกินของฟันแท้ที่บริเวณฟันหน้าบน ซึ่งจะสามารถวินิจฉัยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยการให้ทันตแพทย์เด็กตรวจดู พร้อมทั้งถ่ายภาพรังสีของฟันซี่หน้าบน และฟังดูน่าจะเป็นฟันเกินชนิดที่หันตัวฟันลงในทิศทางเดียวกับฟันปกติ ทำให้สามารถขึ้นมาในช่องปากได้เหมือนฟันปกติ แนะนำว่ารอให้ฟันเกินขึ้นมาจนเต็มซี่ก่อนแล้วจึงให้ทันตแพทย์เด็กถอนออก ซึ่งมักจะทำการถอนได้โดยไม่ยุ่งยาก แต่ควรพาลูกไปปรึกษาคุณหมอก่อน เพื่อให้ลูกเกิดความคุ้นเคย และให้คุณหมอมีโอกาสสร้างสัมพันธ์และสร้างความไว้วางใจกับลูกด้วยค่ะ …คุณหมอจะเป็นผู้พิจารณาว่า ควรถอนฟันเกินนั้นออกเมื่อไร ในกรณีที่ฟันเกินไปขวางทางขึ้นของฟันแท้ในบริเวณนั้น การถอนฟันเกินออกเร็วก็จะช่วยให้ฟันแท้ขึ้นมาในช่องปากในตำแหน่งใกล้เคียง ปกติได้มากขึ้น แต่ถ้าฟันเกินนั้นไม่ได้ไปขวางทางการขึ้นของฟันแท้ เช่น จะพบได้บ่อยที่ฟันเกินขึ้นไปทางเพดานด้านหลังของฟันแท้ซี่หน้าบน การถอนฟันเกินออกเร็วหรือช้าก็ไม่ส่งผลให้ฟันเก จะสังเกตได้อย่างไรว่าฟันของลูกซี่ไหนเป็นฟันน้ำ นม หรือฟันแท้คะ เพราะไม่เคยได้จดเอาไว้เลยค่ะ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จากเมเนเจอร์ออนไลน์<br />
วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2554<br />
ข้อมูลจาก myfirstbrain.com<br />
วิธีง่ายๆ ที่จะทราบว่าเด็กมีฟันกรามแท้หรือยัง คือให้นับฟันของลูก เด็กจะมีฟันน้ำนมทั้งหมด 20 ซี่ โดยแบ่งเป็นฟันบน 10 ซี่และฟันล่าง 10 ซี่ ซึ่งจะขึ้นครบเมื่ออายุก่อน 3 ขวบ&#8221;</p>
<p>ลูก มีฟันคล้ายๆ ฟันคุดขึ้นมาสองซี่ช่วงฟันหน้า แฟนบอกว่าปล่อยไว้อาจทำให้ฟันเกได้ แต่จะถอนออกก็กลัวแกเจ็บ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นฟันน้ำนมหรือฟันแท้ (ที่โผล่เกินขึ้นมา) จะต้องทำอย่างไรดี</p>
<p>เท่าที่ฟังคุณแม่อธิบายมา คิดว่าน่าจะเป็นฟันเกินของฟันแท้ที่บริเวณฟันหน้าบน ซึ่งจะสามารถวินิจฉัยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยการให้ทันตแพทย์เด็กตรวจดู พร้อมทั้งถ่ายภาพรังสีของฟันซี่หน้าบน และฟังดูน่าจะเป็นฟันเกินชนิดที่หันตัวฟันลงในทิศทางเดียวกับฟันปกติ ทำให้สามารถขึ้นมาในช่องปากได้เหมือนฟันปกติ แนะนำว่ารอให้ฟันเกินขึ้นมาจนเต็มซี่ก่อนแล้วจึงให้ทันตแพทย์เด็กถอนออก ซึ่งมักจะทำการถอนได้โดยไม่ยุ่งยาก แต่ควรพาลูกไปปรึกษาคุณหมอก่อน เพื่อให้ลูกเกิดความคุ้นเคย และให้คุณหมอมีโอกาสสร้างสัมพันธ์และสร้างความไว้วางใจกับลูกด้วยค่ะ</p>
<p>…คุณหมอจะเป็นผู้พิจารณาว่า ควรถอนฟันเกินนั้นออกเมื่อไร ในกรณีที่ฟันเกินไปขวางทางขึ้นของฟันแท้ในบริเวณนั้น การถอนฟันเกินออกเร็วก็จะช่วยให้ฟันแท้ขึ้นมาในช่องปากในตำแหน่งใกล้เคียง ปกติได้มากขึ้น แต่ถ้าฟันเกินนั้นไม่ได้ไปขวางทางการขึ้นของฟันแท้ เช่น จะพบได้บ่อยที่ฟันเกินขึ้นไปทางเพดานด้านหลังของฟันแท้ซี่หน้าบน การถอนฟันเกินออกเร็วหรือช้าก็ไม่ส่งผลให้ฟันเก</p>
<p>จะสังเกตได้อย่างไรว่าฟันของลูกซี่ไหนเป็นฟันน้ำ นม หรือฟันแท้คะ เพราะไม่เคยได้จดเอาไว้เลยค่ะ จำๆ ไว้ก็ลืมหมด ตอนนี้ก็ทำเพียงให้ลูกดูแลสุขฟันให้ดี เขาอายุ 7 ปี 7 เดือนแล้ว</p>
<p>ลูกอายุประมาณ 7 ขวบครึ่ง น่าจะมีฟันแท้เริ่มขึ้นทั้งบริเวณฟันหน้าและฟันกรามค่ะ โดยฟันแท้ที่บริเวณฟันหน้าจะขึ้นมาแทนที่ฟันน้ำนม โดยคิดตามหลักง่ายๆว่า ฟันน้ำนมซี่ไหนขึ้นมาในช่องปากก่อน ฟันน้ำนมซี่นั้นก็จะหลุดก่อน ตัวอย่างเช่น เด็กจะมีฟันน้ำนมคู่แรกขึ้นที่บริเวณฟันหน้าล่างเมื่ออายุประมาณ 6-8 เดือน ฟันน้ำนมคู่นี้ก็จะเป็นคู่แรกที่เริ่มเปลี่ยนเป็นฟันแท้เมื่อเด็กอายุประมาณ 6-7 ปี ถ้าเด็กมีฟันน้ำนมขึ้นเร็วเช่นเริ่มขึ้นซี่แรกเมื่ออายุเพียง 3-4 เดือน เด็กคนนั้นก็จะเปลี่ยนฟันแท้เร็วตามไปด้วย บางคนอายุเพียง 5 ขวบกว่า ฟันน้ำนมซี่แรกก็เริ่มโยกหลุดแล้ว ซึ่งตรงข้ามกับเด็กที่ฟันน้ำนมซี่แรกขึ้นช้าเกือบ 1 ขวบ ฟันน้ำนมก็จะหลุดช้าด้วยเช่นกัน บางคนช้าถึง 7 ขวบกว่าก็พบได้ โดยทั่วไปการที่ฟันน้ำนมขึ้นเร็วหรือช้า ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับการเจริญเติบโตของร่างกายส่วนอื่น </p>
<p>&#8220;วิธี ง่ายๆ ที่จะทราบว่าเด็กมีฟันกรามแท้หรือยัง คือให้นับฟันของลูก เด็กจะมีฟันน้ำนมทั้งหมด 20 ซี่ โดยแบ่งเป็นฟันบน 10 ซี่และฟันล่าง 10 ซี่ ซึ่งจะขึ้นครบเมื่ออายุก่อน 3 ขวบ&#8221;</p>
<p>ลูก มีฟันคล้ายๆ ฟันคุดขึ้นมาสองซี่ช่วงฟันหน้า แฟนบอกว่าปล่อยไว้อาจทำให้ฟันเกได้ แต่จะถอนออกก็กลัวแกเจ็บ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นฟันน้ำนมหรือฟันแท้ (ที่โผล่เกินขึ้นมา) จะต้องทำอย่างไรดี</p>
<p>เท่าที่ฟังคุณแม่อธิบายมา คิดว่าน่าจะเป็นฟันเกินของฟันแท้ที่บริเวณฟันหน้าบน ซึ่งจะสามารถวินิจฉัยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยการให้ทันตแพทย์เด็กตรวจดู พร้อมทั้งถ่ายภาพรังสีของฟันซี่หน้าบน และฟังดูน่าจะเป็นฟันเกินชนิดที่หันตัวฟันลงในทิศทางเดียวกับฟันปกติ ทำให้สามารถขึ้นมาในช่องปากได้เหมือนฟันปกติ แนะนำว่ารอให้ฟันเกินขึ้นมาจนเต็มซี่ก่อนแล้วจึงให้ทันตแพทย์เด็กถอนออก ซึ่งมักจะทำการถอนได้โดยไม่ยุ่งยาก แต่ควรพาลูกไปปรึกษาคุณหมอก่อน เพื่อให้ลูกเกิดความคุ้นเคย และให้คุณหมอมีโอกาสสร้างสัมพันธ์และสร้างความไว้วางใจกับลูกด้วยค่ะ</p>
<p>…คุณหมอจะเป็นผู้พิจารณาว่า ควรถอนฟันเกินนั้นออกเมื่อไร ในกรณีที่ฟันเกินไปขวางทางขึ้นของฟันแท้ในบริเวณนั้น การถอนฟันเกินออกเร็วก็จะช่วยให้ฟันแท้ขึ้นมาในช่องปากในตำแหน่งใกล้เคียง ปกติได้มากขึ้น แต่ถ้าฟันเกินนั้นไม่ได้ไปขวางทางการขึ้นของฟันแท้ เช่น จะพบได้บ่อยที่ฟันเกินขึ้นไปทางเพดานด้านหลังของฟันแท้ซี่หน้าบน การถอนฟันเกินออกเร็วหรือช้าก็ไม่ส่งผลให้ฟันเก</p>
<p>จะสังเกตได้อย่างไรว่าฟันของลูกซี่ไหนเป็นฟันน้ำ นม หรือฟันแท้คะ เพราะไม่เคยได้จดเอาไว้เลยค่ะ จำๆ ไว้ก็ลืมหมด ตอนนี้ก็ทำเพียงให้ลูกดูแลสุขฟันให้ดี เขาอายุ 7 ปี 7 เดือนแล้ว</p>
<p>ลูกอายุประมาณ 7 ขวบครึ่ง น่าจะมีฟันแท้เริ่มขึ้นทั้งบริเวณฟันหน้าและฟันกรามค่ะ โดยฟันแท้ที่บริเวณฟันหน้าจะขึ้นมาแทนที่ฟันน้ำนม โดยคิดตามหลักง่ายๆว่า ฟันน้ำนมซี่ไหนขึ้นมาในช่องปากก่อน ฟันน้ำนมซี่นั้นก็จะหลุดก่อน ตัวอย่างเช่น เด็กจะมีฟันน้ำนมคู่แรกขึ้นที่บริเวณฟันหน้าล่างเมื่ออายุประมาณ 6-8 เดือน ฟันน้ำนมคู่นี้ก็จะเป็นคู่แรกที่เริ่มเปลี่ยนเป็นฟันแท้เมื่อเด็กอายุประมาณ 6-7 ปี ถ้าเด็กมีฟันน้ำนมขึ้นเร็วเช่นเริ่มขึ้นซี่แรกเมื่ออายุเพียง 3-4 เดือน เด็กคนนั้นก็จะเปลี่ยนฟันแท้เร็วตามไปด้วย บางคนอายุเพียง 5 ขวบกว่า ฟันน้ำนมซี่แรกก็เริ่มโยกหลุดแล้ว ซึ่งตรงข้ามกับเด็กที่ฟันน้ำนมซี่แรกขึ้นช้าเกือบ 1 ขวบ ฟันน้ำนมก็จะหลุดช้าด้วยเช่นกัน บางคนช้าถึง 7 ขวบกว่าก็พบได้ โดยทั่วไปการที่ฟันน้ำนมขึ้นเร็วหรือช้า ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับการเจริญเติบโตของร่างกายส่วนอื่น</p>
<p>ทญ. กุลยา รัตนปรีดากุล<br />
&#8230;ส่วนฟันกรามแท้ซี่แรกจะขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกับฟันแท้ซี่หน้าล่างขึ้น คือช่วงอายุประมาณ 6-7 ปี แตกต่างกันที่ว่าไม่ได้ขึ้นแทนที่ฟันน้ำนม แต่ขึ้นเข้าไปด้านในช่องปาก หลังฟันกรามน้ำนมซี่สุดท้าย โดยมีรูปร่างคล้ายฟันกรามน้ำนมซี่สุดท้าย แต่มีขนาดใหญ่กว่าฟันกรามน้ำนมประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ โดยเริ่มขึ้นจากฟันกรามแท้คู่ล่างก่อน และประมาณ 6 เดือนหลังนั้น ฟันกรามแท้คู่บนจึงเริ่มขึ้น ในเด็กบางคนขณะที่ฟันกรามแท้ขึ้น เด็กอาจรู้สึกเจ็บระบมที่เหงือกและเคี้ยวอาหารไม่สะดวกอยู่ระยะหนึ่ง แต่ส่วนมากฟันจะขึ้นมาได้โดยไม่มีปัญหาอะไร และเนื่องจากฟันกรามแท้ทั้ง 4 ซี่แรกนี้ จะขึ้นมาโดยไม่มีฟันน้ำนมหลุด บ่อยครั้งที่พ่อแม่จะไม่ทราบว่ามีฟันขึ้นใหม่ พอเห็นอีกครั้งอาจขึ้นเต็มซี่แล้ว ก็จะคิดว่าเป็นฟันน้ำนม และเนื่องจากเป็นฟันที่อยู่ลึกเด็กมักทำความสะอาดได้ไม่ถึง จึงมักพบว่าฟันกรามแท้ซี่นี้จะผุเร็วภายหลังจากขึ้นมาในช่องปากเพียงไม่กี่ ปี ระยะนี้จึงต้องการการดูแลจากผู้ใหญ่ให้ช่วยแปรงฟันให้ถึงฟันกรามแท้ซี่ในสุด ให้สะอาดทุกวัน</p>
<p>…วิธีง่ายๆ ที่จะทราบว่าเด็กมีฟันกรามแท้หรือยัง คือให้นับฟันของลูกค่ะ เด็กจะมีฟันน้ำนมทั้งหมด 20 ซี่ โดยแบ่งเป็นฟันบน 10 ซี่และฟันล่าง 10 ซี่ ซึ่งจะขึ้นครบเมื่ออายุก่อน 3 ขวบ ถ้าคุณแม่นับฟันล่างทั้งหมดได้ 12 ซี่ ก็แสดงว่ามีฟันกรามแท้ขึ้นมาด้านซ้ายและขวาด้านละซี่แล้ว ลองสังเกตดูจะเห็นว่าเป็นฟันที่มีรูปร่างเหมือนที่หมอได้อธิบายไปหรือไม่ และฟันแท้จะมีสีอมเหลืองมากกว่าฟันน้ำนมซึ่งมีสีค่อนข้างขาวกว่า ส่วนฟันหน้าก็สังเกตจากสีที่เหลืองกว่าในฟันแท้ ฟันซี่ใหญ่และยาวกว่า และส่วนปลายฟันแท้ซี่หน้าทั้งฟันบนและล่าง เมื่อขึ้นมาใหม่ๆ จะมีหยักที่ปลายฟัน ไม่เรียบเหมือนฟันน้ำนม</p>
<p>…วิธีหนึ่งที่เด็กๆ ซึ่งเป็นคนไข้ของหมอนิยมทำคือ จะหากล่องเล็กๆ เก็บสะสมฟันน้ำนมที่หลุดไว้ทุกซี่ค่ะ พอซี่ไหนหลุดเด็กก็จะเอาไปเก็บในกล่องใส่ฟัน เด็กจะสามารถบอกหมอได้ทุกครั้งที่มาตรวจฟัน 6 เดือนว่าเขาเหลือฟันน้ำนมในปากกี่ซี่ โดยเอา 20 ตั้งลบด้วยจำนวนฟันในกล่องค่ะ ก็เป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติของฟันในปากของพวกเค้าเองค่ะ</p>
<p>ลูกชายมีโครงหน้าค่อนข้างใหญ่ แล้วเขามักจะมีอาการปวดกรามบ่อยๆ ไม่แน่ใจว่ามีปัญหาเกี่ยวกับขากรรไกรหรือไม่ จะสามารถพาไปตรวจได้อย่างไรบ้างคะ รบกวนแนะนำทีค่ะ</p>
<p>พอดีคุณแม่ไม่ได้บอกมาว่าลูกชายอายุเท่าไรแล้ว หมอขออธิบายเป็นกลางๆ นะคะว่า อาการปวดกรามที่คุณแม่อธิบายมา อาจเป็นปัญหาจากการปวดกล้ามเนื้อที่ใช้ในการบดเคี้ยวอาหารหรืออาจเป็นปัญหา ที่การอักเสบของบริเวณข้อต่อขากรรไกรก็ได้ แนะนำให้ปรึกษาทันตแพทย์เฉพาะทางเกี่ยวกับระบบบดเคี้ยวและความเจ็บปวดของขา กรรไกรและใบหน้าค่ะ ซึ่งจะปรึกษาได้ตามคณะทันตแพทย์ทุกแห่งและโรงพยาบาลและคลินิกทันตกรรมขนาด ใหญ่ โดยควรโทรศัพท์สอบถามให้แน่ใจว่ามีคุณหมอสาขานี้และทำการนัดหมายก่อน</p>
<p>…โดยอาจพอทุเลาอาการเบื้องต้นได้ด้วยการประคบร้อน บริเวณที่มีอาการปวด หรือรับประทานยาแก้ปวดร่วมด้วย แต่ก็เป็นเพียงการรักษาที่ปลายเหตุ ซึ่งอาการก็อาจกลับมาเป็นอีกถ้าได้รับการวินิจฉัยและรักษาต้นเหตุให้ถูกต้อง ค่ะ&#8230;</p>
<p>::: ทญ. กุลยา รัตนปรีดากุล :::<br />
ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาทันตกรรมสำหรับเด็ก</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อายุเท่าไหร่ที่เริ่มจัดฟันได้</title>
		<link>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b1.html</link>
		<comments>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b1.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 03 Mar 2011 05:57:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>malinee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[ฟันชุดผสม]]></category>
		<category><![CDATA[ฟันน้ำนม]]></category>
		<category><![CDATA[ฟันแท้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.skdentalclinic.com/?p=111</guid>
		<description><![CDATA[การจัดฟันนั้นจะขึ้นอยู่กับลักษณะของการสบฟันและการเจริญเติบโตของขากรรไกร ถึงแม้ในเด็กจะสามารถเริ่มจัดฟันในขณะที่มีฟันแท้ แต่ก็ควรได้รับการตรวจเบื้องต้นเมื่ออายุ 8 ปี เพราะหากพบปัญหาที่จะรุนแรงขึ้นถ้าไม่ได้รับการแก้ไข เราสามารถเริ่มจัดฟันในฟันน้ำนมหรือในฟันชุดผสมได้ คืออายุตั้งแต่ 8-10 ปี ซึ่งมักจะเป็นเป้าหมายในการรักษาเฉพาะเรื่อง หรือเป็นการจัดฟันเพียงบางส่วนเท่านั้น แต่โดยส่วนใหญ่เด็กมักพร้อมจัดฟันเมื่อฟันน้ำนมซี่สุดท้ายใกล้หลุด ซึ่งจะอยู่ในอายุประมาณ 10-12 ปี]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>การจัดฟันนั้นจะขึ้นอยู่กับลักษณะของการสบฟันและการเจริญเติบโตของขากรรไกร ถึงแม้ในเด็กจะสามารถเริ่มจัดฟันในขณะที่มีฟันแท้ แต่ก็ควรได้รับการตรวจเบื้องต้นเมื่ออายุ 8 ปี เพราะหากพบปัญหาที่จะรุนแรงขึ้นถ้าไม่ได้รับการแก้ไข เราสามารถเริ่มจัดฟันในฟันน้ำนมหรือในฟันชุดผสมได้ คืออายุตั้งแต่ 8-10 ปี ซึ่งมักจะเป็นเป้าหมายในการรักษาเฉพาะเรื่อง หรือเป็นการจัดฟันเพียงบางส่วนเท่านั้น  แต่โดยส่วนใหญ่เด็กมักพร้อมจัดฟันเมื่อฟันน้ำนมซี่สุดท้ายใกล้หลุด ซึ่งจะอยู่ในอายุประมาณ 10-12 ปี</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b1.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฟันลูกสวย แม่ช่วยได้</title>
		<link>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89.html</link>
		<comments>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Oct 2009 06:12:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>malinee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[ทำความสะอาดฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[ฟันน้ำนม]]></category>
		<category><![CDATA[วัยทารก]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[แปรงฟัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89.html</guid>
		<description><![CDATA[คอลัมน์ คุยกับหมอฟันมหิดล โดย : ผศ.ภัทราวดี ลีลาทวีวุฒิ ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล หนึ่งในความใส่ใจที่คุณแม่มีต่อลูกคือเรื่องของ &#8220;สุขภาพฟัน&#8221; แต่ทำไมเด็กหลายคนจึงมีฟันไม่สวย ก่อนจะนึกถึงปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ที่เป็นสาเหตุให้ฟันของลูกไม่สวย คุณแม่ต้องไม่ลืมถามตัวเองก่อน เพราะแม่คือผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพฟันของลูกเป็นอย่างยิ่ง ลูกฟันดี สร้างได้ในครรภ์แม่ ทราบหรือไม่ว่าฟันน้ำนมของลูกเริ่มสร้างตั้งแต่อายุครรภ์ 6 สัปดาห์ แล้วค่อยๆ เติบโตและเริ่มมีแร่ธาตุมาพอกพูนเมื่ออายุครรภ์ได้ 4 เดือน ไล่เรียงไปแต่ละซี่ แม้ครบอายุครรภ์ การสร้างก็ยังคงดำเนินต่อไปตลอดวัยทารกจนได้เคลือบฟันน้ำนมที่เสร็จสมบูรณ์ โดยคุณแม่สามารถช่วยให้ลูกมีสุขภาพฟันที่ดีได้ ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในการเสริมสร้างให้กระบวนการสร้างฟันเป็นไปได้อย่างสมบูรณ์ อันได้แก่ อาหารหลัก 5 หมู่ โดยต้องไม่ลืม นม ไข่ ผักสด และผลไม้ ซึ่งให้สารอาหารจำพวกโฟเลต แคลเซียม สังกะสี และไวตามินต่างๆ รักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพราะสุขภาพของแม่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของลูกและอาจส่งผลถึงการสร้างฟันอีกด้วย การใช้ยาระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่ควรรับประทานยาในความดูแลของแพทย์เท่านั้น และต้องระวังยาในกลุ่มเตตร้าไซคลีน ซึ่งมีผลทำให้ฟันของลูกมีสีด่างดำได้ อีกทั้งยาบางชนิดยังมีอันตรายต่อการสร้างอวัยวะของลูกในครรภ์ สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่ ควรหมั่นดูแลสุขภาพช่องปาก เพราะระดับฮอร์โมนในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คอลัมน์ คุยกับหมอฟันมหิดล</p>
<p>โดย : ผศ.ภัทราวดี ลีลาทวีวุฒิ ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล</p>
<p>          หนึ่งในความใส่ใจที่คุณแม่มีต่อลูกคือเรื่องของ &#8220;สุขภาพฟัน&#8221; แต่ทำไมเด็กหลายคนจึงมีฟันไม่สวย ก่อนจะนึกถึงปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ที่เป็นสาเหตุให้ฟันของลูกไม่สวย คุณแม่ต้องไม่ลืมถามตัวเองก่อน เพราะแม่คือผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพฟันของลูกเป็นอย่างยิ่ง </p>
<p>           ลูกฟันดี สร้างได้ในครรภ์แม่ ทราบหรือไม่ว่าฟันน้ำนมของลูกเริ่มสร้างตั้งแต่อายุครรภ์ 6 สัปดาห์ แล้วค่อยๆ เติบโตและเริ่มมีแร่ธาตุมาพอกพูนเมื่ออายุครรภ์ได้ 4 เดือน ไล่เรียงไปแต่ละซี่ แม้ครบอายุครรภ์ การสร้างก็ยังคงดำเนินต่อไปตลอดวัยทารกจนได้เคลือบฟันน้ำนมที่เสร็จสมบูรณ์</p>
<p>          โดยคุณแม่สามารถช่วยให้ลูกมีสุขภาพฟันที่ดีได้ ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในการเสริมสร้างให้กระบวนการสร้างฟันเป็นไปได้อย่างสมบูรณ์ อันได้แก่ อาหารหลัก 5 หมู่ โดยต้องไม่ลืม นม ไข่ ผักสด และผลไม้ ซึ่งให้สารอาหารจำพวกโฟเลต แคลเซียม สังกะสี และไวตามินต่างๆ รักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพราะสุขภาพของแม่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของลูกและอาจส่งผลถึงการสร้างฟันอีกด้วย </p>
<p>          การใช้ยาระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่ควรรับประทานยาในความดูแลของแพทย์เท่านั้น และต้องระวังยาในกลุ่มเตตร้าไซคลีน ซึ่งมีผลทำให้ฟันของลูกมีสีด่างดำได้ อีกทั้งยาบางชนิดยังมีอันตรายต่อการสร้างอวัยวะของลูกในครรภ์</p>
<p>          สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่ ควรหมั่นดูแลสุขภาพช่องปาก เพราะระดับฮอร์โมนในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง มักจะทำให้เกิดโรคเหงือกอักเสบง่ายกว่าปกติ นอกจากนั้น การอาเจียน การรับประทานบ่อยขึ้น ทำให้คุณแม่เสี่ยงต่อโรคฟันผุและฟันกร่อนมากขึ้นด้วย คุณแม่จึงควรรักษาอนามัยช่องปาก และบ้วนน้ำมากๆ ทุกครั้งหลังอาเจียน</p>
<p>           การรักษาโรคฟันผุในคุณแม่ตั้งครรภ์ และการใช้ ฟลูออไรด์ชนิดบ้วนปาก หรือเคลือบด้วยเจลโดยทันตแพทย์ ส่งผลดีต่อลูก เพราะช่วยลดโอกาสที่ลูกจะรับถ่ายทอดเชื้อก่อโรคฟันผุจากแม่ ในขณะที่การละเลยไม่ไปรับ การรักษาโรคในช่องปาก ส่งผลเสียแก่ลูกน้อยในครรภ์หลายประการ </p>
<p>          ระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่สามารถรับการรักษาทางทันตกรรมได้อย่างปลอดภัย และควรพบทันตแพทย์ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ เพื่อตรวจรักษา และป้องกันโรค อาจเพียงรับการขูดหินปูนและขัดฟัน เพื่อป้องกันโรคเหงือกอักเสบ และติดตามต่ออีกครั้งในไตรมาสที่ 3 ของการตั้งครรภ์ แต่หากต้องมีการรักษาอื่นๆ หรือการรักษาที่ยุ่งยาก ทันตแพทย์จะวางแผนทำการรักษาในช่วงที่ครรภ์แข็งแรง และคุณแม่นั่งหรือนอนทำฟันได้สบายขึ้น คือช่วงอายุครรภ์ 4-6 เดือน </p>
<p>           สิ่งที่คุณแม่ควรระมัดระวังอีกประการหนึ่งคือ ควรแจ้งให้ทันตแพทย์ทราบว่าตั้งครรภ์ เพื่อจะได้หลีกเลี่ยง หรือระมัดระวังยิ่งขึ้นในการถ่ายภาพรังสี (เอกซเรย์) หรือการใช้ยาบางชนิด เนื่องจากมีรายงานว่าโรคปริทันต์ในแม่ที่ตั้งครรภ์ สัมพันธ์กับการคลอดก่อนกำหนด และการมีน้ำหนักแรกเกิดน้อยของทารก</p>
<p>          การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้นมีประโยชน์สูงสุด เพราะคุณค่าสารอาหารและภูมิคุ้มกันในนมแม่ ทำให้เด็กแข็งแรง เมื่อลูกเริ่มมีฟันขึ้น (อายุประมาณ 6 เดือน) โดยปฏิบัติตามวิธีการ ดังนี้</p>
<p>          1. ให้นมเป็นเวลา ตามมื้อ </p>
<p>          2. ป้อนน้ำสะอาด 1-2 ช้อนชาหลังจากให้นมลูกทุกครั้ง </p>
<p>          3. อย่าให้ลูกดูดนมจนหลับคาปาก ไม่ได้เช็ดหรือแปรงฟัน</p>
<p>          4. หลีกเลี่ยงการใช้ขวดนม</p>
<p>          5. ทำความสะอาดฟันทุกวัน เช้า เย็น หากจำเป็นต้องใช้นมผสม</p>
<p>          6. ไม่ควรใช้นมรสหวาน หรือเติมน้ำผึ้ง น้ำตาลในนม</p>
<p>          7. ไม่ใส่น้ำผลไม้หรือน้ำหวานอื่นใดในขวดนม</p>
<p>          8. ฝึกลูกให้ใช้แก้ว หรือหลอดตามพัฒนาการ เพื่อเลิกใช้ขวดนมเมื่ออายุประมาณ 18 เดือน</p>
<p>          9. ให้น้ำตามทุกครั้ง</p>
<p>          ปฏิบัติได้ตามนี้ รับรองว่าฟันลูกสวยได้เพราะคุณแม่ช่วยจริงๆ ค่ะ (หน้าพิเศษ Hospital Healthcare)</p>
<p>คัดลอกจาก http://article.zubzip.com/?article-%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A2-%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89&#8211;5537</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การเคลือบฟัน</title>
		<link>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99.html</link>
		<comments>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 20 Aug 2009 08:04:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>malinee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[Sealant]]></category>
		<category><![CDATA[การเคลือบฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[การเคลือบแบบพลาสติกเรซิน]]></category>
		<category><![CDATA[การเคลือบแบบแก้วไอโอโนเมอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ฟันกราม]]></category>
		<category><![CDATA[ฟันน้ำนม]]></category>
		<category><![CDATA[ร่องฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[เสียวฟัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99.html</guid>
		<description><![CDATA[คัดลอก จากนิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 22 ฉบับที่ 7 กรกฎาคม 2541 ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ] วิธีการป้องกันฟันผุที่ง่ายและได้ผลดีที่สุดก็คือ การแปรงฟันให้สะอาด ปราศจากคราบอาหาร ที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดฟันผุดังคำที่ว่า รักฟันให้หมั่นแปรงนั่นเอง การแปรงฟันไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องรู้หลักการที่ถูกต้อง และฝึกความชำนาญจึงจะสามารถแปรงฟันได้สะอาดพอ การเกิดฟันผุมักจะเกิดขึ้นบริเวณผิวฟันที่ไม่เรียบ เช่นบริเวณที่เป็นหลุม หรือร่องฟัน เนื่องจากร่องฟันนี้มักจะแคบจนขนแปรงสีฟันไม่สามารถแทรกเข้าไปทำความสะอาดได้ ฉะนั้นเมื่อมีเศษอาหารตกค้างอยู่ก็จะทำให้ฟันซี่นั้นผุได้ เด็กในช่วงระหว่าง 3-7 ปี จะเป็นระยะที่ฟันน้ำนมขึ้นทั้ง 20 ซี่ และเริ่มมีฟันกรามถาวร ขึ้นมาในช่องปากแล้ว แต่เป็นช่วงอายุที่เด็กยังไม่สามารถใช้มือทำอะไรได้คล่องแคล่ว จึงมักจะแปรงฟันได้ไม่สะอาดพอ อีกทั้งฟันน้ำนมหรือฟันถาวรที่เพิ่งขึ้น นั้นมักจะมีหลุม หรือร่องฟันค่อนข้างลึก จึงเกิดฟันผุได้ง่าย จนทำให้ต้องสูญเสียฟันนั้นไปก่อนเวลา อันสมควร ฉะนั้นเพื่อช่วยป้องกันฟันผุ ทันตแพทย์จึงใช้วิธีการเคลือบฟันที่เรียกว่า ซีลแลนท์ (Sealant) ซึ่งมักจะทำบนด้านบดเคี้ยวของฟันกราม ทั้งฟันน้ำนมและฟันกรามถาวร สารซีลแลนท์มีลักษณะเป็นของเหลว เมื่อนำมาทาเคลือบฟันแล้วจะแข็งตัวได้เอง โดยขบวนการทางเคมี หรืออาจเป็นชนิดที่แข็งตัวโดยการถูกฉายแสงสีฟ้า ในปัจจุบันสารเคลือบฟันนี้มีใช้อยู่ 2 ชนิด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คัดลอก จากนิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 22 ฉบับที่ 7 กรกฎาคม 2541<br />
ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]</p>
<p>วิธีการป้องกันฟันผุที่ง่ายและได้ผลดีที่สุดก็คือ การแปรงฟันให้สะอาด ปราศจากคราบอาหาร ที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดฟันผุดังคำที่ว่า รักฟันให้หมั่นแปรงนั่นเอง</p>
<p>การแปรงฟันไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องรู้หลักการที่ถูกต้อง และฝึกความชำนาญจึงจะสามารถแปรงฟันได้สะอาดพอ</p>
<p>การเกิดฟันผุมักจะเกิดขึ้นบริเวณผิวฟันที่ไม่เรียบ เช่นบริเวณที่เป็นหลุม หรือร่องฟัน เนื่องจากร่องฟันนี้มักจะแคบจนขนแปรงสีฟันไม่สามารถแทรกเข้าไปทำความสะอาดได้ ฉะนั้นเมื่อมีเศษอาหารตกค้างอยู่ก็จะทำให้ฟันซี่นั้นผุได้</p>
<p>เด็กในช่วงระหว่าง 3-7 ปี จะเป็นระยะที่ฟันน้ำนมขึ้นทั้ง 20 ซี่ และเริ่มมีฟันกรามถาวร ขึ้นมาในช่องปากแล้ว แต่เป็นช่วงอายุที่เด็กยังไม่สามารถใช้มือทำอะไรได้คล่องแคล่ว จึงมักจะแปรงฟันได้ไม่สะอาดพอ อีกทั้งฟันน้ำนมหรือฟันถาวรที่เพิ่งขึ้น นั้นมักจะมีหลุม หรือร่องฟันค่อนข้างลึก จึงเกิดฟันผุได้ง่าย จนทำให้ต้องสูญเสียฟันนั้นไปก่อนเวลา อันสมควร ฉะนั้นเพื่อช่วยป้องกันฟันผุ ทันตแพทย์จึงใช้วิธีการเคลือบฟันที่เรียกว่า ซีลแลนท์ (Sealant) ซึ่งมักจะทำบนด้านบดเคี้ยวของฟันกราม ทั้งฟันน้ำนมและฟันกรามถาวร </p>
<p>สารซีลแลนท์มีลักษณะเป็นของเหลว เมื่อนำมาทาเคลือบฟันแล้วจะแข็งตัวได้เอง โดยขบวนการทางเคมี หรืออาจเป็นชนิดที่แข็งตัวโดยการถูกฉายแสงสีฟ้า ในปัจจุบันสารเคลือบฟันนี้มีใช้อยู่ 2 ชนิด ได้แก่ ชนิดพลาสติกเรซิน และชนิดแก้วไอโอโนเมอร์ มีให้เลือกใช้ตามความพอใจของทันตแพทย์แต่ละคน คือมีทั้งชนิดสีขาวขุ่น และชนิดใส ซึ่งชนิดมีสีขาวขุ่น จะทึบแสงแลดูไม่ค่อยสวย และจะบังไม่ให้เห็นรอยผุใต้สารซีลแลนท์ที่อาจเกิดได้หลังจากใช้งานไประยะหนึ่ง ส่วนชนิดใส จะแลดูสวยงามกว่า แต่จะมองเห็นขอบเขตไม่ชัดเจน ยากที่จะตรวจสอบ หากทามากหรือหนาเกินไป</p>
<p>ก่อนทำการเคลือบฟัน ทันตแพทย์จะตรวจให้แน่ใจว่าฟันซี่นั้นไม่ผุอยู่ก่อนแล้ว จึงขัดฟันให้สะอาดด้วยผงขัดฟัน หลังจากล้างแล้วเป่าให้แห้ง แล้วจึงทากรด สำหรับกัดผิวฟัน ทิ้งไว้สักครู่ล้างออก จากนั้นใช้พู่กันทาสารซีลแลนท์ตรงบริเวณที่ต้องการ ให้วัสดุแข็งตัว ติดแน่นกับผิวฟัน</p>
<p>สารเคลือบหลุมและร่องฟันนี้มีอายุการใช้งานประมาณ 3-5 ปี แต่อาจสึกกร่อนหรือหลุด ออกไปก่อนเนื่องจากการเคี้ยว จึงควรให้ทันตแพทย์ตรวจเป็นระยะอย่างน้อยปีละครั้ง หรือทุก 6 เดือน ถ้าพบว่าชำรุดไปก็สามารถทำใหม่ได้ หรือถ้าเกิดฟันผุขึ้นก็ต้องอุดฟัน ด้วยวัสดุอุดฟัน ที่เหมาะสมต่อไป</p>
<p>อย่างไรก็ตามการเคลือบฟันนี้ ก็ยังไม่สามารถป้องกันฟันผุได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ จำเป็นที่เราจะต้องดูแลสุขภาพช่องปากให้ดีด้วยการแปรงฟันอย่างถูกวิธี รับประทานอาหารที่ช่วยในการทำความสะอาดฟัน เช่น ฝรั่ง หรือสับปะรด เป็นต้น เพื่อให้ปลอดจากโรคฟันผุได้นอกจากการเคลือบฟันเพื่อป้องกันฟันผุแล้ว การเคลือบฟันยังช่วยในการป้องกันอาการเสียวฟันได้อีกด้วย</p>
<p>การแปรงฟันที่ผิดวิธี เช่น การใช้แปรงสีฟันทีแข็ง หรือแปรงฟันแรงเกินไป การแปรงไปมาตามแนวขอบเหงือก ก็จะทำให้เหงือกร่น ฟันสึกบริเวณใกล้ขอบเหงือก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญทำให้เกิดอาการเสียวฟันขึ้นมาได้ เนื่องจากโดยปกติผิวฟันชั้นนอกจะปิดทับเนื้อฟันชั้นเดนทีนเอาไว้ เมื่อหายไปเนื้อฟันซึ่งไวต่อความรู้สึกจะถูกเปิดออก เมื่อสัมผัสกับน้ำลาย อาหารเปรี้ยว หรือหวานจัดก็เกิดเสียวฟันขึ้นมาได้ โดยปกติทันตแพทย์จะแนะนำให้ลดอาการเสียวฟันโดยการใช้ยาสีฟันเฉพาะที่มี ตัวยาลดการเสียวฟัน โดยต้องแปรงฟันให้สะอาดเพื่อตัวยาจะได้สัมผัสกับฟัน และออกฤทธิได้เต็มที่ ซึ่งต้องใช้อย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 6-8 สัปดาห์</p>
<p>ถ้าฟันที่มีอาการเสียวนั้นมีการสึกเป็นร่องลึกด้วย ก็จะต้องอุดฟันบริเวณนั้นเสียก่อน แต่ในบางครั้งผู้ป่วยมีอาการเสียวฟันมากทันตแพทย์จำเป็นต้องบรรเทาอาการให้ก่อน โดยทายาเคลือบฟันให้ ยาเคลือบฟันนี้มีส่วนผสมของสารคลอเฮกซิดีน และสารอื่น นอกจากจะช่วยลดการเสียวฟันได้แล้วยังมีฤทธิในการยับยั้งการเจริญของเชื้อในช่องปาก ป้องกันการเกิดคราบอาหารเกาะติดฟันได้อีกด้วย</p>
<p>วิธีการเคลือบฟันในกรณีนี้ทำได้ง่าย โดยทันตแพทย์จะทายาที่ผิวฟัน ที่ได้ขัดทำความสะอาด ดีแล้ว หลังจากนั้นปล่อยให้แห้ง ประมาณ 15-30 วินาที แต่การทาเคลือบเพื่อลดอาการ เสียวฟันนี้จะได้ผลในระยะไม่นานนักเนื่องจากหลุดง่าย จำเป็นต้องทำซ้ำในกรณีที่ยังไม่ดีขึ้น จึงควรแก้ปัญหาด้วยการดูแลสุขภาพฟันให้ถูกต้องโดยการแปรงฟันให้สะอาด ถูกวิธี และใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์เป็นประจำก็จะช่วยให้เรามีฟันและเหงือกที่แข็งแรง ไม่มีการเสียวฟัน และห่างไกลจากโรคฟันผุได้แน่นอน </p>
<p>ทญ.ฉวีวรรณ ภักดีธนากุล </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลูกรักฟันดี เริ่มที่ซี่แรก</title>
		<link>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b9%88.html</link>
		<comments>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b9%88.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 06 Feb 2009 08:06:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>malinee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[การเคลื่อบฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[ดื่มนม]]></category>
		<category><![CDATA[นมชนิดหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[ฟลูออไรด์วานิช]]></category>
		<category><![CDATA[ฟันน้ำนม]]></category>
		<category><![CDATA[ฟันผุ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟันแท้]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่มรสหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมฟลูออไรด์]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่แปรงฟัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b9%88.html</guid>
		<description><![CDATA[โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 มกราคม 2552 08:34 น. ยังมีผู้เข้าใจว่าการดูแลรักษาฟันเริ่มที่ฟันแท้ ความจริงแล้วฟันแท้จะดีได้ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาฟันน้ำนมด้วย แต่น่าเป็นห่วงเมื่อเห็นผลการสำรวจเด็กไทยกลุ่มอายุ 3 ปี เมื่อปี 2548 พบว่า เด็กไทยมีปัญหาฟันน้ำนมผุถึงร้อยละ 60 และเฉพาะในพื้นที่อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี จากการสำรวจของ ทันตแพทย์วสันต์ สายเสวีกุล และคณะ พบว่าฟันน้ำนมผุถึงร้อยละ 52 และเมื่อปี 2550 พบว่ามีอัตราเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 69.7 นอกจากนี้ในเด็กแต่ละคนมีฟันผุเฉลี่ยถึง 2 ซี่ สาเหตุหลักมาจากการเลี้ยงดูของผู้ปกครองที่ปล่อยให้เด็กดื่มนมจนหลับคาขวด รวมถึงการดื่มนมชนิดหวาน หรือเครื่องดื่มที่มีรสหวาน ขาดการทำความสะอาดในช่องปาก เด็กไม่แปรงฟัน หรือเด็กแปรงฟันเอง แต่ไม่สะอาด รวมไปจนถึงการเสริมฟลูออไรด์ที่ไม่ต่อเนื่อง นำมาสู่ผลที่ทำให้เด็กอายุ 0-3 ปี เกิดฟันผุขึ้นมาได้ และอาจส่งผลไปถึงฟันแท้ในอนาคตได้ ดังนั้นเมื่อเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา ทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ได้ให้การสนับสนุนดำเนินโครงการสร้างเสริมทันตสุขภาพในเด็ก 0-3 ปี อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี โดยเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 มกราคม 2552 08:34 น. </p>
<p>       ยังมีผู้เข้าใจว่าการดูแลรักษาฟันเริ่มที่ฟันแท้ ความจริงแล้วฟันแท้จะดีได้ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาฟันน้ำนมด้วย</p>
<p>       แต่น่าเป็นห่วงเมื่อเห็นผลการสำรวจเด็กไทยกลุ่มอายุ 3 ปี เมื่อปี 2548 พบว่า เด็กไทยมีปัญหาฟันน้ำนมผุถึงร้อยละ 60 และเฉพาะในพื้นที่อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี จากการสำรวจของ ทันตแพทย์วสันต์ สายเสวีกุล และคณะ พบว่าฟันน้ำนมผุถึงร้อยละ 52 และเมื่อปี 2550 พบว่ามีอัตราเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 69.7 นอกจากนี้ในเด็กแต่ละคนมีฟันผุเฉลี่ยถึง 2 ซี่</p>
<p>       สาเหตุหลักมาจากการเลี้ยงดูของผู้ปกครองที่ปล่อยให้เด็กดื่มนมจนหลับคาขวด รวมถึงการดื่มนมชนิดหวาน หรือเครื่องดื่มที่มีรสหวาน ขาดการทำความสะอาดในช่องปาก เด็กไม่แปรงฟัน หรือเด็กแปรงฟันเอง แต่ไม่สะอาด รวมไปจนถึงการเสริมฟลูออไรด์ที่ไม่ต่อเนื่อง นำมาสู่ผลที่ทำให้เด็กอายุ 0-3 ปี เกิดฟันผุขึ้นมาได้ และอาจส่งผลไปถึงฟันแท้ในอนาคตได้</p>
<p>       ดังนั้นเมื่อเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา ทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ได้ให้การสนับสนุนดำเนินโครงการสร้างเสริมทันตสุขภาพในเด็ก 0-3 ปี อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี โดยเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. 2551 และจะสิ้นสุดโครงการในวันที่ 31 มี.ค. 2552 เพื่อที่จะลดอัตราฟันผุของเด็กกลุ่มนี้ในพื้นที่ให้น้อยลง และให้ความรู้ผู้ปกครองในการเลี้ยงดูลูก และกระตุ้นให้เห็นความสำคัญในการดูแลช่องปากของลูกน้อย รวมถึงการให้ความรู้แก่อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.)ในพื้นที่เพื่อกระจายความรู้ไปสู่ชุมชนให้มากขึ้นด้วย</p>
<p>       ทพ.วสันต์ ทันตแพทย์ประจำโรงพยาบาลพานทอง จ.ชลบุรี ผู้รับผิดชอบโครงการนี้ เล่าถึงการดำเนินโครงการที่ผ่านมากว่า 9 เดือนว่า โครงการมีพื้นที่เป้าหมาย 4 ตำบลคือ ต.พานทอง ต.หนองตำลึง ต.บ้านเก่า และ ต.บางนาง การดำเนินงานที่ผ่านมาได้มีการจัดอบรมให้ความรู้แก่ อสม. ในพื้นที่ร่วมกับสถานีอนามัย องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาลตำบลพานทอง และคณะทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมเป็นวิทยากร นอกจากนี้ยังลงพื้นที่สถานีอนามัยเพื่อให้ความรู้ผู้ปกครองที่มีลูกเล็กเป็นการกระตุ้นให้เห็นความสำคัญ และให้ฟลูออไรด์วานิช (เคลือบฟัน) กับเด็กที่เริ่มมีฟันน้ำนมขึ้นแล้ว</p>
<p>       ในการลงพื้นที่ครั้งล่าสุดที่สถานีอนามัยหนองตำลึง เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ปกครอง และให้ฟลูออไรด์วานิชกับเด็ก ผู้ปกครองหลายคนพาลูกหลานมาร่วมอบรม พร้อมทั้งซักถามด้วยความสนใจ เพื่อที่ความรู้เหล่านี้จะถูกนำไปใช้ เมื่อกลับไปถึงบ้าน</p>
<p>       หนึ่งในผู้เข้าอบรม ชนกานต์ ยาปัญ คุณแม่ที่มีลูกน้อยวัย 4 เดือนเศษ เธอเป็นแม่บ้านจึงมีเวลามากพอที่จะเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง บอกว่าทุกครั้งที่มีการอบรมเรื่องการดูแลสุขภาพเด็กเธอจะสนใจเข้าร่วม และความรู้ที่ได้ก็นำไปใช้กับลูก แม้ว่าลูกจะดื่มนมตัวเอง แต่ทุกครั้งเธอจะทำความสะอาดโดยใช้ผ้าเช็ดปากเพื่อล้างคราบนม หรือป้อนน้ำตาม รวมถึงพาลูกมารับฟลูออไรด์ตามที่แพทย์กำหนด</p>
<p>       การเอาใจใส่สุขภาพช่องปากของลูกเช่นที่ชนกานต์ทำอยู่นี้ มีผลให้เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน เมื่อเธอบอกว่าลูกคนแรกของเธอที่ตอนนี้อายุ 6 ขวบแล้ว ฟันแท้เริ่มขึ้น แต่พบว่าไม่มีฟันผุเลย เนื่องจากเธอปฏิบัติเช่นนี้กับลูกคนแรกเช่นกัน</p>
<p>       ส่วน รัชนี กรรณีวงษ์ คุณแม่ที่มีลูกวัย 6 เดือน บอกว่า ฟันน้ำนมของลูกขึ้นตั้งแต่อายุ 4 เดือนแล้ว จึงพาลูกมารับฟลูออไรด์ เธอบอกว่า “น้องแทน” เป็นลูกคนที่สอง ซึ่งเธอมีโอกาสได้เลี้ยงเอง จึงนำความรู้ที่ได้รับจากการอบรมไปใช้ ด้วยการทำความสะอาดช่องปากให้ลูกทุกวันๆละ 2 ครั้ง</p>
<p>       “โชคดีที่ลูกคนนี้ได้มีโอกาสเลี้ยงเอง ลูกจึงได้ดื่มนมแม่ ไม่ต้องดื่มนมจากขวด ทำให้ดูแลได้ง่ายขึ้น ลูกคนแรกตอนนี้อายุ 8 ขวบแล้วไม่ได้เลี้ยงดูเอง ไม่ได้ดูแลเขาแบบนี้ ตอนนี้ฟันแท้ขึ้นแล้วเขามีฟันผุทั้งปากเลย เพราะชอบกินขนมหวาน ลูกอม ตอนนี้ต้องพาไปหาหมอฟันอยู่บ่อยๆ” รัชนีเล่าถึงผลของการไม่มีเวลาดูแลสุขภาพช่องปากลูกคนแรกที่ผ่านมา จึงทำให้วันนี้เธอนำความรู้ที่ได้จากการอบรมมาดูแลลูกเล็กคนถัดมา</p>
<p>       แม้โครงการนี้จะทำในพื้นที่เพียงแค่ 4 ตำบลของจังหวัดชลบุรีก็ตาม แต่ ทพ.วสันต์ กล่าวว่า โครงการลักษณะนี้เป็นการส่งเสริมมากกว่าการรักษา เกิดผลเป็นรูปธรรมพิสูจน์ได้จากสถิติปัญหาฟันผุในเด็กปฐมวัยเขตอำเภอพานทองลดลงจาก 69.7 เปอร์เซ็นต์ ลดลงเหลือ 38 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหลังจากนี้จะต้องมีการประเมินผลอีกครั้งหนึ่งถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น แต่ถ้าเราไม่มีการส่งเสริม เราจะวนอยู่กับการรักษา ซึ่งต้องทำอยู่ตลอดไปไม่รู้เมื่อใดจะแก้ปัญหาได้ ประกอบกับปัจจัยในเรื่องของค่ารักษาก็เป็นอุปสรรคสำหรับประชาชนต่อการเข้าถึงการรักษาด้วย</p>
<p>       “ถ้าเราไม่ทำเรื่องของการเสริมสร้างป้องกัน เรื่องของฟันผุในเด็กจะต้องเพิ่มมากขึ้น และจะต้องเข้ามาดูแลในเรื่องของการรักษามากขึ้นด้วย ซึ่งถ้าหากเด็กรุ่นต่อๆ ไปมีการป้องกันมากขึ้น มีฟันผุน้อยลงการรักษาก็จะต้องน้อยลงด้วยในอนาคต” นี่คือเป้าหมายของโครงการที่ ทพ.วสันต์ อยากให้เกิดขึ้น</p>
<p>       อย่าลืมว่า ปัญหาสุขภาพฟันเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของเด็ก ฟันมีหน้าที่ในการบดเคี้ยวอาหาร ถ้าฟันมีปัญหาอาจจะส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กได้ รวมถึงปัญหาการเจ็บป่วยด้วยโรคบางโรคซึ่งมีสาเหตุมาจากช่องปากและฟัน ไปจนถึงเรื่องของสภาพจิตใจของเด็กเมื่อโตขึ้น</p>
<p>       เริ่มดูแลฟันลูกน้อยตั้งแต่วันนี้ เพื่อที่ในอนาคตเราจะได้พูดได้อย่างเต็มปากว่า “ยิ้มสดใส เด็กไทยฟันดี”</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b9%88.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำไมต้องผ่าฟันคุด</title>
		<link>http://www.skdentalclinic.com/interest/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%94.html</link>
		<comments>http://www.skdentalclinic.com/interest/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%94.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 Jul 2008 02:11:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[interest]]></category>
		<category><![CDATA[ฟันกราม]]></category>
		<category><![CDATA[ฟันคุด]]></category>
		<category><![CDATA[ฟันน้ำนม]]></category>
		<category><![CDATA[รากฟัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.skdentalclinic.com/?p=16</guid>
		<description><![CDATA[ฟันคุดคือฟันที่งอกขึ้นมาในช่องปากไม่ได้  จากสาเหตุต่างๆ เช่น ฟันมีรากโค้งมากจนเกิดการล็อคตัวเองในขากรรไกร มีฟันซี่อื่นขวางอยู่  มักพบในฟันกรามน้อยล่างซี่ที่สองเนื่องมาจากการถอนฟันน้ำนมซี่ที่สองก่อนเวลาอันควร ฟันซี่นั้นล้มเอียงอยู่ในขากรรไกร เป็นกรณีที่พบมากที่สุด และมักเกิดกับฟันกรามแท้ล่างซี่ที่3 อาการ ฟันกรามแท้ซี่ที่สามซึ่งขึ้นไม่ได้เต็มซี่  ทำให้เกิดเศษอาหารติดค้างสะสมได้ง่าย ทำความสะอาดยาก จึงมักเกิดการอักเสบบวม อ้าปากได้เล็กน้อย  นอกจากนี้ยังทำให้ฟันกรามแท้ซี่ที่สองที่ฟันคุดเอียงชนอยู่เกิดการผุ  ซึ่งถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจลุกลามจนถึงขั้นต้องรักษารากฟัน วิธีรักษา ฟันคุดไม่สามารถงอกขึ้นมาได้เนื่องจากติดล็อคในขากรรไกร การถอนออกตรงๆจึงเป็นไปไม่ได้ ต้องแยกฟันคุดออกเป็นส่วนๆและดึงออกมาทีละส่วน  จึงควรพบกับทันตแพทย์เฉพาะทางศัลยกรรม  ควรเอาฟันคุดออกตั้งแต่อายุน้อย เพราะทำได้ง่ายกว่าตอนอายุมากแล้ว ที่สำคัญคือ แผลจะหายเร็วกว่าด้วย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ฟันคุดคือฟันที่งอกขึ้นมาในช่องปากไม่ได้   จากสาเหตุต่างๆ เช่น</p>
<ol>
<li>ฟันมีรากโค้งมากจนเกิดการล็อคตัวเองในขากรรไกร</li>
<li>มีฟันซี่อื่นขวางอยู่   มักพบในฟันกรามน้อยล่างซี่ที่สองเนื่องมาจากการถอนฟันน้ำนมซี่ที่สองก่อนเวลาอันควร</li>
<li>ฟันซี่นั้นล้มเอียงอยู่ในขากรรไกร  เป็นกรณีที่พบมากที่สุด และมักเกิดกับฟันกรามแท้ล่างซี่ที่3</li>
</ol>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">อาการ</span></strong><br />
ฟันกรามแท้ซี่ที่สามซึ่งขึ้นไม่ได้เต็มซี่   ทำให้เกิดเศษอาหารติดค้างสะสมได้ง่าย ทำความสะอาดยาก จึงมักเกิดการอักเสบบวม  อ้าปากได้เล็กน้อย  นอกจากนี้ยังทำให้ฟันกรามแท้ซี่ที่สองที่ฟันคุดเอียงชนอยู่เกิดการผุ   ซึ่งถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจลุกลามจนถึงขั้นต้องรักษารากฟัน<br />
<strong><span style="text-decoration: underline;">วิธีรักษา</span></strong><br />
ฟันคุดไม่สามารถงอกขึ้นมาได้เนื่องจากติดล็อคในขากรรไกร  การถอนออกตรงๆจึงเป็นไปไม่ได้  ต้องแยกฟันคุดออกเป็นส่วนๆและดึงออกมาทีละส่วน  จึงควรพบกับทันตแพทย์เฉพาะทางศัลยกรรม   ควรเอาฟันคุดออกตั้งแต่อายุน้อย เพราะทำได้ง่ายกว่าตอนอายุมากแล้ว ที่สำคัญคือ  แผลจะหายเร็วกว่าด้วย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.skdentalclinic.com/interest/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%94.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องฟันแท้ซี่แรกในชีวิต</title>
		<link>http://www.skdentalclinic.com/kids/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b5.html</link>
		<comments>http://www.skdentalclinic.com/kids/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b5.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 07 Jul 2008 02:34:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Kids]]></category>
		<category><![CDATA[ฟันน้ำนม]]></category>
		<category><![CDATA[ฟันแท้]]></category>
		<category><![CDATA[เคลือบหลุมร่องฟัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.skdentalclinic.com/?p=14</guid>
		<description><![CDATA[คุณๆทราบมั้ยคะว่า ฟันแท้ซี่แรกในชีวิตขึ้นตอนอายุ 6ขวบ  โดยจะงอกถัดจากฟันน้ำนมซี่สุดท้ายโดยไม่มีฟันน้ำนมซี่ใดหลุด  ผู้ปกครองจึงไม่ทราบว่าเป็นฟันแท้และไม่ได้ให้ความใส่ใจ พบบ่อยๆว่าผุจนต้องถอน  การป้องกันไม่ให้ผุทำได้ง่ายมาก โดยวิธีเคลือบหลุมร่องฟัน เสียค่าใช้จ่ายไม่มาก วิธีทำไม่ยุ่งยาก  ใช้เวลาไม่นาน  หมอขอแนะนำให้ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานอายุ6-7 ขวบรีบพาบุตรหลานของท่านไปพบทันตแพทย์เพื่อเคลือบหลุมร่องฟันนะคะ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คุณๆทราบมั้ยคะว่า ฟันแท้ซี่แรกในชีวิตขึ้นตอนอายุ 6ขวบ  โดยจะงอกถัดจากฟันน้ำนมซี่สุดท้ายโดยไม่มีฟันน้ำนมซี่ใดหลุด  ผู้ปกครองจึงไม่ทราบว่าเป็นฟันแท้และไม่ได้ให้ความใส่ใจ พบบ่อยๆว่าผุจนต้องถอน  การป้องกันไม่ให้ผุทำได้ง่ายมาก โดยวิธีเคลือบหลุมร่องฟัน เสียค่าใช้จ่ายไม่มาก วิธีทำไม่ยุ่งยาก  ใช้เวลาไม่นาน  หมอขอแนะนำให้ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานอายุ6-7 ขวบรีบพาบุตรหลานของท่านไปพบทันตแพทย์เพื่อเคลือบหลุมร่องฟันนะคะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.skdentalclinic.com/kids/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b5.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

