ฟันลูกสวย แม่ช่วยได้

Thursday, October 22nd, 2009

คอลัมน์ คุยกับหมอฟันมหิดล

โดย : ผศ.ภัทราวดี ลีลาทวีวุฒิ ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

หนึ่งในความใส่ใจที่คุณแม่มีต่อลูกคือเรื่องของ “สุขภาพฟัน” แต่ทำไมเด็กหลายคนจึงมีฟันไม่สวย ก่อนจะนึกถึงปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ที่เป็นสาเหตุให้ฟันของลูกไม่สวย คุณแม่ต้องไม่ลืมถามตัวเองก่อน เพราะแม่คือผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพฟันของลูกเป็นอย่างยิ่ง

ลูกฟันดี สร้างได้ในครรภ์แม่ ทราบหรือไม่ว่าฟันน้ำนมของลูกเริ่มสร้างตั้งแต่อายุครรภ์ 6 สัปดาห์ แล้วค่อยๆ เติบโตและเริ่มมีแร่ธาตุมาพอกพูนเมื่ออายุครรภ์ได้ 4 เดือน ไล่เรียงไปแต่ละซี่ แม้ครบอายุครรภ์ การสร้างก็ยังคงดำเนินต่อไปตลอดวัยทารกจนได้เคลือบฟันน้ำนมที่เสร็จสมบูรณ์

โดยคุณแม่สามารถช่วยให้ลูกมีสุขภาพฟันที่ดีได้ ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในการเสริมสร้างให้กระบวนการสร้างฟันเป็นไปได้อย่างสมบูรณ์ อันได้แก่ อาหารหลัก 5 หมู่ โดยต้องไม่ลืม นม ไข่ ผักสด และผลไม้ ซึ่งให้สารอาหารจำพวกโฟเลต แคลเซียม สังกะสี และไวตามินต่างๆ รักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพราะสุขภาพของแม่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของลูกและอาจส่งผลถึงการสร้างฟันอีกด้วย

การใช้ยาระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่ควรรับประทานยาในความดูแลของแพทย์เท่านั้น และต้องระวังยาในกลุ่มเตตร้าไซคลีน ซึ่งมีผลทำให้ฟันของลูกมีสีด่างดำได้ อีกทั้งยาบางชนิดยังมีอันตรายต่อการสร้างอวัยวะของลูกในครรภ์

สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่ ควรหมั่นดูแลสุขภาพช่องปาก เพราะระดับฮอร์โมนในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง มักจะทำให้เกิดโรคเหงือกอักเสบง่ายกว่าปกติ นอกจากนั้น การอาเจียน การรับประทานบ่อยขึ้น ทำให้คุณแม่เสี่ยงต่อโรคฟันผุและฟันกร่อนมากขึ้นด้วย คุณแม่จึงควรรักษาอนามัยช่องปาก และบ้วนน้ำมากๆ ทุกครั้งหลังอาเจียน

การรักษาโรคฟันผุในคุณแม่ตั้งครรภ์ และการใช้ ฟลูออไรด์ชนิดบ้วนปาก หรือเคลือบด้วยเจลโดยทันตแพทย์ ส่งผลดีต่อลูก เพราะช่วยลดโอกาสที่ลูกจะรับถ่ายทอดเชื้อก่อโรคฟันผุจากแม่ ในขณะที่การละเลยไม่ไปรับ การรักษาโรคในช่องปาก ส่งผลเสียแก่ลูกน้อยในครรภ์หลายประการ

ระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่สามารถรับการรักษาทางทันตกรรมได้อย่างปลอดภัย และควรพบทันตแพทย์ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ เพื่อตรวจรักษา และป้องกันโรค อาจเพียงรับการขูดหินปูนและขัดฟัน เพื่อป้องกันโรคเหงือกอักเสบ และติดตามต่ออีกครั้งในไตรมาสที่ 3 ของการตั้งครรภ์ แต่หากต้องมีการรักษาอื่นๆ หรือการรักษาที่ยุ่งยาก ทันตแพทย์จะวางแผนทำการรักษาในช่วงที่ครรภ์แข็งแรง และคุณแม่นั่งหรือนอนทำฟันได้สบายขึ้น คือช่วงอายุครรภ์ 4-6 เดือน

สิ่งที่คุณแม่ควรระมัดระวังอีกประการหนึ่งคือ ควรแจ้งให้ทันตแพทย์ทราบว่าตั้งครรภ์ เพื่อจะได้หลีกเลี่ยง หรือระมัดระวังยิ่งขึ้นในการถ่ายภาพรังสี (เอกซเรย์) หรือการใช้ยาบางชนิด เนื่องจากมีรายงานว่าโรคปริทันต์ในแม่ที่ตั้งครรภ์ สัมพันธ์กับการคลอดก่อนกำหนด และการมีน้ำหนักแรกเกิดน้อยของทารก

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้นมีประโยชน์สูงสุด เพราะคุณค่าสารอาหารและภูมิคุ้มกันในนมแม่ ทำให้เด็กแข็งแรง เมื่อลูกเริ่มมีฟันขึ้น (อายุประมาณ 6 เดือน) โดยปฏิบัติตามวิธีการ ดังนี้

1. ให้นมเป็นเวลา ตามมื้อ

2. ป้อนน้ำสะอาด 1-2 ช้อนชาหลังจากให้นมลูกทุกครั้ง

3. อย่าให้ลูกดูดนมจนหลับคาปาก ไม่ได้เช็ดหรือแปรงฟัน

4. หลีกเลี่ยงการใช้ขวดนม

5. ทำความสะอาดฟันทุกวัน เช้า เย็น หากจำเป็นต้องใช้นมผสม

6. ไม่ควรใช้นมรสหวาน หรือเติมน้ำผึ้ง น้ำตาลในนม

7. ไม่ใส่น้ำผลไม้หรือน้ำหวานอื่นใดในขวดนม

8. ฝึกลูกให้ใช้แก้ว หรือหลอดตามพัฒนาการ เพื่อเลิกใช้ขวดนมเมื่ออายุประมาณ 18 เดือน

9. ให้น้ำตามทุกครั้ง

ปฏิบัติได้ตามนี้ รับรองว่าฟันลูกสวยได้เพราะคุณแม่ช่วยจริงๆ ค่ะ (หน้าพิเศษ Hospital Healthcare)

คัดลอกจาก http://article.zubzip.com/?article-%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A2-%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89–5537

การเคลือบฟัน

Thursday, August 20th, 2009

คัดลอก จากนิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 22 ฉบับที่ 7 กรกฎาคม 2541
ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

วิธีการป้องกันฟันผุที่ง่ายและได้ผลดีที่สุดก็คือ การแปรงฟันให้สะอาด ปราศจากคราบอาหาร ที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดฟันผุดังคำที่ว่า รักฟันให้หมั่นแปรงนั่นเอง

การแปรงฟันไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องรู้หลักการที่ถูกต้อง และฝึกความชำนาญจึงจะสามารถแปรงฟันได้สะอาดพอ

การเกิดฟันผุมักจะเกิดขึ้นบริเวณผิวฟันที่ไม่เรียบ เช่นบริเวณที่เป็นหลุม หรือร่องฟัน เนื่องจากร่องฟันนี้มักจะแคบจนขนแปรงสีฟันไม่สามารถแทรกเข้าไปทำความสะอาดได้ ฉะนั้นเมื่อมีเศษอาหารตกค้างอยู่ก็จะทำให้ฟันซี่นั้นผุได้

เด็กในช่วงระหว่าง 3-7 ปี จะเป็นระยะที่ฟันน้ำนมขึ้นทั้ง 20 ซี่ และเริ่มมีฟันกรามถาวร ขึ้นมาในช่องปากแล้ว แต่เป็นช่วงอายุที่เด็กยังไม่สามารถใช้มือทำอะไรได้คล่องแคล่ว จึงมักจะแปรงฟันได้ไม่สะอาดพอ อีกทั้งฟันน้ำนมหรือฟันถาวรที่เพิ่งขึ้น นั้นมักจะมีหลุม หรือร่องฟันค่อนข้างลึก จึงเกิดฟันผุได้ง่าย จนทำให้ต้องสูญเสียฟันนั้นไปก่อนเวลา อันสมควร ฉะนั้นเพื่อช่วยป้องกันฟันผุ ทันตแพทย์จึงใช้วิธีการเคลือบฟันที่เรียกว่า ซีลแลนท์ (Sealant) ซึ่งมักจะทำบนด้านบดเคี้ยวของฟันกราม ทั้งฟันน้ำนมและฟันกรามถาวร

สารซีลแลนท์มีลักษณะเป็นของเหลว เมื่อนำมาทาเคลือบฟันแล้วจะแข็งตัวได้เอง โดยขบวนการทางเคมี หรืออาจเป็นชนิดที่แข็งตัวโดยการถูกฉายแสงสีฟ้า ในปัจจุบันสารเคลือบฟันนี้มีใช้อยู่ 2 ชนิด ได้แก่ ชนิดพลาสติกเรซิน และชนิดแก้วไอโอโนเมอร์ มีให้เลือกใช้ตามความพอใจของทันตแพทย์แต่ละคน คือมีทั้งชนิดสีขาวขุ่น และชนิดใส ซึ่งชนิดมีสีขาวขุ่น จะทึบแสงแลดูไม่ค่อยสวย และจะบังไม่ให้เห็นรอยผุใต้สารซีลแลนท์ที่อาจเกิดได้หลังจากใช้งานไประยะหนึ่ง ส่วนชนิดใส จะแลดูสวยงามกว่า แต่จะมองเห็นขอบเขตไม่ชัดเจน ยากที่จะตรวจสอบ หากทามากหรือหนาเกินไป

ก่อนทำการเคลือบฟัน ทันตแพทย์จะตรวจให้แน่ใจว่าฟันซี่นั้นไม่ผุอยู่ก่อนแล้ว จึงขัดฟันให้สะอาดด้วยผงขัดฟัน หลังจากล้างแล้วเป่าให้แห้ง แล้วจึงทากรด สำหรับกัดผิวฟัน ทิ้งไว้สักครู่ล้างออก จากนั้นใช้พู่กันทาสารซีลแลนท์ตรงบริเวณที่ต้องการ ให้วัสดุแข็งตัว ติดแน่นกับผิวฟัน

สารเคลือบหลุมและร่องฟันนี้มีอายุการใช้งานประมาณ 3-5 ปี แต่อาจสึกกร่อนหรือหลุด ออกไปก่อนเนื่องจากการเคี้ยว จึงควรให้ทันตแพทย์ตรวจเป็นระยะอย่างน้อยปีละครั้ง หรือทุก 6 เดือน ถ้าพบว่าชำรุดไปก็สามารถทำใหม่ได้ หรือถ้าเกิดฟันผุขึ้นก็ต้องอุดฟัน ด้วยวัสดุอุดฟัน ที่เหมาะสมต่อไป

อย่างไรก็ตามการเคลือบฟันนี้ ก็ยังไม่สามารถป้องกันฟันผุได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ จำเป็นที่เราจะต้องดูแลสุขภาพช่องปากให้ดีด้วยการแปรงฟันอย่างถูกวิธี รับประทานอาหารที่ช่วยในการทำความสะอาดฟัน เช่น ฝรั่ง หรือสับปะรด เป็นต้น เพื่อให้ปลอดจากโรคฟันผุได้นอกจากการเคลือบฟันเพื่อป้องกันฟันผุแล้ว การเคลือบฟันยังช่วยในการป้องกันอาการเสียวฟันได้อีกด้วย

การแปรงฟันที่ผิดวิธี เช่น การใช้แปรงสีฟันทีแข็ง หรือแปรงฟันแรงเกินไป การแปรงไปมาตามแนวขอบเหงือก ก็จะทำให้เหงือกร่น ฟันสึกบริเวณใกล้ขอบเหงือก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญทำให้เกิดอาการเสียวฟันขึ้นมาได้ เนื่องจากโดยปกติผิวฟันชั้นนอกจะปิดทับเนื้อฟันชั้นเดนทีนเอาไว้ เมื่อหายไปเนื้อฟันซึ่งไวต่อความรู้สึกจะถูกเปิดออก เมื่อสัมผัสกับน้ำลาย อาหารเปรี้ยว หรือหวานจัดก็เกิดเสียวฟันขึ้นมาได้ โดยปกติทันตแพทย์จะแนะนำให้ลดอาการเสียวฟันโดยการใช้ยาสีฟันเฉพาะที่มี ตัวยาลดการเสียวฟัน โดยต้องแปรงฟันให้สะอาดเพื่อตัวยาจะได้สัมผัสกับฟัน และออกฤทธิได้เต็มที่ ซึ่งต้องใช้อย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 6-8 สัปดาห์

ถ้าฟันที่มีอาการเสียวนั้นมีการสึกเป็นร่องลึกด้วย ก็จะต้องอุดฟันบริเวณนั้นเสียก่อน แต่ในบางครั้งผู้ป่วยมีอาการเสียวฟันมากทันตแพทย์จำเป็นต้องบรรเทาอาการให้ก่อน โดยทายาเคลือบฟันให้ ยาเคลือบฟันนี้มีส่วนผสมของสารคลอเฮกซิดีน และสารอื่น นอกจากจะช่วยลดการเสียวฟันได้แล้วยังมีฤทธิในการยับยั้งการเจริญของเชื้อในช่องปาก ป้องกันการเกิดคราบอาหารเกาะติดฟันได้อีกด้วย

วิธีการเคลือบฟันในกรณีนี้ทำได้ง่าย โดยทันตแพทย์จะทายาที่ผิวฟัน ที่ได้ขัดทำความสะอาด ดีแล้ว หลังจากนั้นปล่อยให้แห้ง ประมาณ 15-30 วินาที แต่การทาเคลือบเพื่อลดอาการ เสียวฟันนี้จะได้ผลในระยะไม่นานนักเนื่องจากหลุดง่าย จำเป็นต้องทำซ้ำในกรณีที่ยังไม่ดีขึ้น จึงควรแก้ปัญหาด้วยการดูแลสุขภาพฟันให้ถูกต้องโดยการแปรงฟันให้สะอาด ถูกวิธี และใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์เป็นประจำก็จะช่วยให้เรามีฟันและเหงือกที่แข็งแรง ไม่มีการเสียวฟัน และห่างไกลจากโรคฟันผุได้แน่นอน

ทญ.ฉวีวรรณ ภักดีธนากุล

ลูกรักฟันดี เริ่มที่ซี่แรก

Friday, February 6th, 2009

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 มกราคม 2552 08:34 น.

ยังมีผู้เข้าใจว่าการดูแลรักษาฟันเริ่มที่ฟันแท้ ความจริงแล้วฟันแท้จะดีได้ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาฟันน้ำนมด้วย

แต่น่าเป็นห่วงเมื่อเห็นผลการสำรวจเด็กไทยกลุ่มอายุ 3 ปี เมื่อปี 2548 พบว่า เด็กไทยมีปัญหาฟันน้ำนมผุถึงร้อยละ 60 และเฉพาะในพื้นที่อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี จากการสำรวจของ ทันตแพทย์วสันต์ สายเสวีกุล และคณะ พบว่าฟันน้ำนมผุถึงร้อยละ 52 และเมื่อปี 2550 พบว่ามีอัตราเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 69.7 นอกจากนี้ในเด็กแต่ละคนมีฟันผุเฉลี่ยถึง 2 ซี่

สาเหตุหลักมาจากการเลี้ยงดูของผู้ปกครองที่ปล่อยให้เด็กดื่มนมจนหลับคาขวด รวมถึงการดื่มนมชนิดหวาน หรือเครื่องดื่มที่มีรสหวาน ขาดการทำความสะอาดในช่องปาก เด็กไม่แปรงฟัน หรือเด็กแปรงฟันเอง แต่ไม่สะอาด รวมไปจนถึงการเสริมฟลูออไรด์ที่ไม่ต่อเนื่อง นำมาสู่ผลที่ทำให้เด็กอายุ 0-3 ปี เกิดฟันผุขึ้นมาได้ และอาจส่งผลไปถึงฟันแท้ในอนาคตได้

ดังนั้นเมื่อเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา ทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ได้ให้การสนับสนุนดำเนินโครงการสร้างเสริมทันตสุขภาพในเด็ก 0-3 ปี อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี โดยเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. 2551 และจะสิ้นสุดโครงการในวันที่ 31 มี.ค. 2552 เพื่อที่จะลดอัตราฟันผุของเด็กกลุ่มนี้ในพื้นที่ให้น้อยลง และให้ความรู้ผู้ปกครองในการเลี้ยงดูลูก และกระตุ้นให้เห็นความสำคัญในการดูแลช่องปากของลูกน้อย รวมถึงการให้ความรู้แก่อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.)ในพื้นที่เพื่อกระจายความรู้ไปสู่ชุมชนให้มากขึ้นด้วย

ทพ.วสันต์ ทันตแพทย์ประจำโรงพยาบาลพานทอง จ.ชลบุรี ผู้รับผิดชอบโครงการนี้ เล่าถึงการดำเนินโครงการที่ผ่านมากว่า 9 เดือนว่า โครงการมีพื้นที่เป้าหมาย 4 ตำบลคือ ต.พานทอง ต.หนองตำลึง ต.บ้านเก่า และ ต.บางนาง การดำเนินงานที่ผ่านมาได้มีการจัดอบรมให้ความรู้แก่ อสม. ในพื้นที่ร่วมกับสถานีอนามัย องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาลตำบลพานทอง และคณะทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมเป็นวิทยากร นอกจากนี้ยังลงพื้นที่สถานีอนามัยเพื่อให้ความรู้ผู้ปกครองที่มีลูกเล็กเป็นการกระตุ้นให้เห็นความสำคัญ และให้ฟลูออไรด์วานิช (เคลือบฟัน) กับเด็กที่เริ่มมีฟันน้ำนมขึ้นแล้ว

ในการลงพื้นที่ครั้งล่าสุดที่สถานีอนามัยหนองตำลึง เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ปกครอง และให้ฟลูออไรด์วานิชกับเด็ก ผู้ปกครองหลายคนพาลูกหลานมาร่วมอบรม พร้อมทั้งซักถามด้วยความสนใจ เพื่อที่ความรู้เหล่านี้จะถูกนำไปใช้ เมื่อกลับไปถึงบ้าน

หนึ่งในผู้เข้าอบรม ชนกานต์ ยาปัญ คุณแม่ที่มีลูกน้อยวัย 4 เดือนเศษ เธอเป็นแม่บ้านจึงมีเวลามากพอที่จะเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง บอกว่าทุกครั้งที่มีการอบรมเรื่องการดูแลสุขภาพเด็กเธอจะสนใจเข้าร่วม และความรู้ที่ได้ก็นำไปใช้กับลูก แม้ว่าลูกจะดื่มนมตัวเอง แต่ทุกครั้งเธอจะทำความสะอาดโดยใช้ผ้าเช็ดปากเพื่อล้างคราบนม หรือป้อนน้ำตาม รวมถึงพาลูกมารับฟลูออไรด์ตามที่แพทย์กำหนด

การเอาใจใส่สุขภาพช่องปากของลูกเช่นที่ชนกานต์ทำอยู่นี้ มีผลให้เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน เมื่อเธอบอกว่าลูกคนแรกของเธอที่ตอนนี้อายุ 6 ขวบแล้ว ฟันแท้เริ่มขึ้น แต่พบว่าไม่มีฟันผุเลย เนื่องจากเธอปฏิบัติเช่นนี้กับลูกคนแรกเช่นกัน

ส่วน รัชนี กรรณีวงษ์ คุณแม่ที่มีลูกวัย 6 เดือน บอกว่า ฟันน้ำนมของลูกขึ้นตั้งแต่อายุ 4 เดือนแล้ว จึงพาลูกมารับฟลูออไรด์ เธอบอกว่า “น้องแทน” เป็นลูกคนที่สอง ซึ่งเธอมีโอกาสได้เลี้ยงเอง จึงนำความรู้ที่ได้รับจากการอบรมไปใช้ ด้วยการทำความสะอาดช่องปากให้ลูกทุกวันๆละ 2 ครั้ง

“โชคดีที่ลูกคนนี้ได้มีโอกาสเลี้ยงเอง ลูกจึงได้ดื่มนมแม่ ไม่ต้องดื่มนมจากขวด ทำให้ดูแลได้ง่ายขึ้น ลูกคนแรกตอนนี้อายุ 8 ขวบแล้วไม่ได้เลี้ยงดูเอง ไม่ได้ดูแลเขาแบบนี้ ตอนนี้ฟันแท้ขึ้นแล้วเขามีฟันผุทั้งปากเลย เพราะชอบกินขนมหวาน ลูกอม ตอนนี้ต้องพาไปหาหมอฟันอยู่บ่อยๆ” รัชนีเล่าถึงผลของการไม่มีเวลาดูแลสุขภาพช่องปากลูกคนแรกที่ผ่านมา จึงทำให้วันนี้เธอนำความรู้ที่ได้จากการอบรมมาดูแลลูกเล็กคนถัดมา

แม้โครงการนี้จะทำในพื้นที่เพียงแค่ 4 ตำบลของจังหวัดชลบุรีก็ตาม แต่ ทพ.วสันต์ กล่าวว่า โครงการลักษณะนี้เป็นการส่งเสริมมากกว่าการรักษา เกิดผลเป็นรูปธรรมพิสูจน์ได้จากสถิติปัญหาฟันผุในเด็กปฐมวัยเขตอำเภอพานทองลดลงจาก 69.7 เปอร์เซ็นต์ ลดลงเหลือ 38 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหลังจากนี้จะต้องมีการประเมินผลอีกครั้งหนึ่งถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น แต่ถ้าเราไม่มีการส่งเสริม เราจะวนอยู่กับการรักษา ซึ่งต้องทำอยู่ตลอดไปไม่รู้เมื่อใดจะแก้ปัญหาได้ ประกอบกับปัจจัยในเรื่องของค่ารักษาก็เป็นอุปสรรคสำหรับประชาชนต่อการเข้าถึงการรักษาด้วย

“ถ้าเราไม่ทำเรื่องของการเสริมสร้างป้องกัน เรื่องของฟันผุในเด็กจะต้องเพิ่มมากขึ้น และจะต้องเข้ามาดูแลในเรื่องของการรักษามากขึ้นด้วย ซึ่งถ้าหากเด็กรุ่นต่อๆ ไปมีการป้องกันมากขึ้น มีฟันผุน้อยลงการรักษาก็จะต้องน้อยลงด้วยในอนาคต” นี่คือเป้าหมายของโครงการที่ ทพ.วสันต์ อยากให้เกิดขึ้น

อย่าลืมว่า ปัญหาสุขภาพฟันเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของเด็ก ฟันมีหน้าที่ในการบดเคี้ยวอาหาร ถ้าฟันมีปัญหาอาจจะส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กได้ รวมถึงปัญหาการเจ็บป่วยด้วยโรคบางโรคซึ่งมีสาเหตุมาจากช่องปากและฟัน ไปจนถึงเรื่องของสภาพจิตใจของเด็กเมื่อโตขึ้น

เริ่มดูแลฟันลูกน้อยตั้งแต่วันนี้ เพื่อที่ในอนาคตเราจะได้พูดได้อย่างเต็มปากว่า “ยิ้มสดใส เด็กไทยฟันดี”

ทำไมต้องผ่าฟันคุด

Tuesday, July 8th, 2008

ฟันคุดคือฟันที่งอกขึ้นมาในช่องปากไม่ได้  จากสาเหตุต่างๆ เช่น

  1. ฟันมีรากโค้งมากจนเกิดการล็อคตัวเองในขากรรไกร
  2. มีฟันซี่อื่นขวางอยู่  มักพบในฟันกรามน้อยล่างซี่ที่สองเนื่องมาจากการถอนฟันน้ำนมซี่ที่สองก่อนเวลาอันควร
  3. ฟันซี่นั้นล้มเอียงอยู่ในขากรรไกร เป็นกรณีที่พบมากที่สุด และมักเกิดกับฟันกรามแท้ล่างซี่ที่3

อาการ
ฟันกรามแท้ซี่ที่สามซึ่งขึ้นไม่ได้เต็มซี่  ทำให้เกิดเศษอาหารติดค้างสะสมได้ง่าย ทำความสะอาดยาก จึงมักเกิดการอักเสบบวม อ้าปากได้เล็กน้อย  นอกจากนี้ยังทำให้ฟันกรามแท้ซี่ที่สองที่ฟันคุดเอียงชนอยู่เกิดการผุ  ซึ่งถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจลุกลามจนถึงขั้นต้องรักษารากฟัน
วิธีรักษา
ฟันคุดไม่สามารถงอกขึ้นมาได้เนื่องจากติดล็อคในขากรรไกร การถอนออกตรงๆจึงเป็นไปไม่ได้ ต้องแยกฟันคุดออกเป็นส่วนๆและดึงออกมาทีละส่วน  จึงควรพบกับทันตแพทย์เฉพาะทางศัลยกรรม  ควรเอาฟันคุดออกตั้งแต่อายุน้อย เพราะทำได้ง่ายกว่าตอนอายุมากแล้ว ที่สำคัญคือ แผลจะหายเร็วกว่าด้วย

เรื่องฟันแท้ซี่แรกในชีวิต

Sunday, July 6th, 2008

คุณๆทราบมั้ยคะว่า ฟันแท้ซี่แรกในชีวิตขึ้นตอนอายุ 6ขวบ  โดยจะงอกถัดจากฟันน้ำนมซี่สุดท้ายโดยไม่มีฟันน้ำนมซี่ใดหลุด  ผู้ปกครองจึงไม่ทราบว่าเป็นฟันแท้และไม่ได้ให้ความใส่ใจ พบบ่อยๆว่าผุจนต้องถอน  การป้องกันไม่ให้ผุทำได้ง่ายมาก โดยวิธีเคลือบหลุมร่องฟัน เสียค่าใช้จ่ายไม่มาก วิธีทำไม่ยุ่งยาก  ใช้เวลาไม่นาน  หมอขอแนะนำให้ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานอายุ6-7 ขวบรีบพาบุตรหลานของท่านไปพบทันตแพทย์เพื่อเคลือบหลุมร่องฟันนะคะ