<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>คลีนิกทันตแพทย์สมเกียรติ จัดฟัน,ดัดฟัน,รักษารากฟัน,อุดฟัน,ใส่ฟัน,ฟอกสีฟัน,ขูดหินปูน SKDentalclinic.com &#187; ฟลูออไรด์</title>
	<atom:link href="http://www.skdentalclinic.com/tag/%e0%b8%9f%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b9%8c/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.skdentalclinic.com</link>
	<description>จัดฟัน,ทำฟัน,ดัดฟัน,รักษารากฟัน,อุดฟัน,ใส่ฟัน,ฟอกสีฟัน,ขูดหินปูน</description>
	<lastBuildDate>Thu, 26 Jan 2012 07:17:10 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3</generator>
		<item>
		<title>ฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุได้จริงหรือ?</title>
		<link>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%9f%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b8%e0%b9%84.html</link>
		<comments>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%9f%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b8%e0%b9%84.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 Nov 2011 08:17:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>malinee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำยาบ้วนปาก]]></category>
		<category><![CDATA[ฟลูออไรด์]]></category>
		<category><![CDATA[ฟลูออไรด์เจล]]></category>
		<category><![CDATA[ฟันผุ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.skdentalclinic.com/?p=159</guid>
		<description><![CDATA[ข้อมูลโดย : นิตยสาร Health Today, Updated: 27/02/2008 เรื่อง: ทพ.พจนารถ พุ่มประกอบศรี &#160; โรคฟันเป็นโรคที่เกิดขึ้นกับทุกคน หากจะรักษาโรคฟันผุโดยวิธีการแก้ไข คืออุดฟันให้ฟันดีทุกๆ ซี่ ในทุกๆ คน โดยปราศจากการคิดหาวิธีป้องกันควบคู่ไปด้วย คงไม่สามารถไล่ทันหรือพิชิตฟันผุให้ลดลงได้ อีกทั้งยังต้องใช้งบประมาณอย่างมากมากมหาศาลชนิดที่ถมเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักเต็ม &#160; เราจะต้องผลิตทันตแพทย์เท่าไหร่ จึงจะพอกับประชากร 60 ล้านคน เราจะต้องสูญเสียงบประมาณเท่าไหร่ในการซื้ออุปกรณ์วัสดุทางทันตกรรม &#160; ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องยากยิ่งที่เน้นไปที่การแก้ไขให้ตรงจุด &#160; มีหลายประเทศที่เน้นการป้องกัน เพื่อสู้กับโรคฟันผุโดยใช้สารฟลูออไรด์(fluoride) ไม่ว่าจะเติมลงในน้ำประปา น้ำดื่ม หรือใช้ในรูปของยาเม็ดและน้ำยาบ้วนปาก ฯลฯ การใช้ฟลูออไรด์ในการป้องกันฟันผุทั่วโลกใช้มานานกว่า 50 ปี แล้ว โดยนักวิจัยทางทันตแพทย์ศาสตร์ ได้ศึกษาทดลอง และติดตามผลของฟลูออไรด์จากธรรมชาติ การใช้ฟลูออไรด์ในรูปแบบต่างๆ ในห้องทดลอง และคลีนิกพบว่า &#160; ฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุได้อย่างไร? &#160; การใช้ฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุ เราใช้ได้ 2 รูปแบบ คือ &#160; แบบรับประทาน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><cite>ข้อมูลโดย : นิตยสาร Health Today, </cite>Updated: 27/02/2008</p>
<p><strong>เรื่อง: ทพ.พจนารถ พุ่มประกอบศรี</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โรคฟันเป็นโรคที่เกิดขึ้นกับทุกคน หากจะรักษาโรคฟันผุโดยวิธีการแก้ไข<br />
คืออุดฟันให้ฟันดีทุกๆ ซี่ ในทุกๆ คน โดยปราศจากการคิดหาวิธีป้องกันควบคู่ไปด้วย<br />
คงไม่สามารถไล่ทันหรือพิชิตฟันผุให้ลดลงได้<br />
อีกทั้งยังต้องใช้งบประมาณอย่างมากมากมหาศาลชนิดที่ถมเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักเต็ม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เราจะต้องผลิตทันตแพทย์เท่าไหร่ จึงจะพอกับประชากร 60 ล้านคน</p>
<p>เราจะต้องสูญเสียงบประมาณเท่าไหร่ในการซื้ออุปกรณ์วัสดุทางทันตกรรม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องยากยิ่งที่เน้นไปที่การแก้ไขให้ตรงจุด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มีหลายประเทศที่เน้นการป้องกัน เพื่อสู้กับโรคฟันผุโดยใช้สารฟลูออไรด์(fluoride)<br />
ไม่ว่าจะเติมลงในน้ำประปา น้ำดื่ม หรือใช้ในรูปของยาเม็ดและน้ำยาบ้วนปาก ฯลฯ</p>
<p>การใช้ฟลูออไรด์ในการป้องกันฟันผุทั่วโลกใช้มานานกว่า 50 ปี แล้ว<br />
โดยนักวิจัยทางทันตแพทย์ศาสตร์ ได้ศึกษาทดลอง และติดตามผลของฟลูออไรด์จากธรรมชาติ<br />
การใช้ฟลูออไรด์ในรูปแบบต่างๆ ในห้องทดลอง และคลีนิกพบว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุได้อย่างไร?</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การใช้ฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุ เราใช้ได้ 2 รูปแบบ คือ</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><strong>แบบรับประทาน</strong><br />
พวกที่ผลิตมาสำหรับรับประทานนั้น<br />
มาในรูปของยาเม็ด ยาน้ำ ผสมกับน้ำดื่ม ได้จากน้ำธรรมชาติ และในอาหารทะเล ผักต่างๆ</li>
<li><strong>แบบสัมผัสโดยตรง</strong><br />
พวกที่ใช้สัมผัสหรือใช้ทาเฉพาะที่ผิวฟันก็มีในรูปของวุ้นข้นๆ<br />
หรือเจล และที่เรามักเห็นคุ้นตาก็คือ ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>การใช้ฟลูออไรด์สำหรับป้องกันฟันผุให้มีประสิทธิภาพดีที่สุดนั้นต้องใช้ทั้งกินและทาที่ผิวฟันโดยตรง<br />
และอยู่ในระยะเวลาที่เหมาะสม คือในแต่ละอายุให้ปริมาณไม่เท่ากัน<br />
และวิธีใช้ที่แตกต่างกัน<br />
ผู้ปกครองควรที่จะรับรู้วิธีการใช้ฟลูออไรด์อย่างถูกต้องและเหมาะสมจากทันตแพทย์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ฟลูออไรด์ในรูปแบบต่างๆ</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><strong>ฟลูออไรด์ในน้ำประปา</strong><br />
ความคิดที่จะใช้ระบบป้องกันฟันผุในชุมชนใหญ่ๆ ให้ได้ผลมีประสิทธิภาพ<br />
และเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุดนั้นได้มีการศึกษาและทดลองกันอย่างแพร่หลาย<br />
และมาสรุปตรงว่าถ้าเราใช้ฟลูออไรด์เติมในน้ำประปาให้มีปริมาณ 1 ส่วน<br />
ในล้านส่วนแล้วจะช่วยลดฟันผุได้ถึง 50-60 %<br />
ข้อเท็จจริงเหล่านี้จะเห็นได้จากความสำเร็จในหลายๆประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ<br />
นิวซีแลนด์<br />
และสิงคโปร์</p>
<p>สำหรับประเทศไทยเราได้ศึกษาการใช้ฟลูออไรด์ในน้ำประปามาเป็นระยะเวลาพอสมควร<br />
และน่าจะได้รับการพิจารณาเป็นโครงการระดับชาติ ที่จะช่วยลดอัตราฟันผุ<br />
เช่นเดียวกับหลายประเทศที่ประสบความสำเร็จในเรื่องนี้อย่างยิ่ง</li>
<li><strong>ฟลูออไรด์ชนิดเม็ดและน้ำ</strong><br />
เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะให้เด็กรับประทานฟลูออไรด์<br />
สำหรับชนิดน้ำใช้หยดให้เด็กทารกรับประทานตั้งแต่เกิดจนกระทั่งฟันขึ้น<br />
พอรู้จักเคี้ยวอาหารจึงเปลี่ยนมาเป็นชนิดเม็ดในเด็กอายุ 2-3 ขวบขึ้นไป<br />
หากรับประทานตั้งแต่เกิดจนอายุ 14 ปี<br />
จะทำให้ฟลูออไรด์มีประสิทธิภาพสูงสุดไปเสริมให้ฟันเข็งแรงสมบูรณ์</li>
<li><strong>น้ำยาบ้วนปากฟลูออไรด์</strong>ช่วยลดฟันผุได้ 20-25 %</li>
<li><strong>ยาสีฟันฟลูออไรด์</strong>ช่วยลดฟันผุได้ 20 %</li>
<li><strong>ฟลูออไรด์เจล</strong> ที่ใช้ในคลีนิกทันตกรรม<br />
เป็นฟลูออไรด์ที่มีความเข้มข้นสูง ใช้ในการเคลือบหรือทาที่ฟันโดยตรงโดยทันตแพทย์<br />
ทำทุกๆ 6 เดือน จะช่วยลดฟันผุได้ 20-30 %</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับผู้สูงอายุฟลูออไรด์ก็มีบทบาทในการป้องกันรากฟันผุในกรณีที่มีเหงือกร่น<br />
คนที่ได้รับฟลูออไรด์ปริมาณที่เหมาะสมจะมีการผุของรากฟันต่ำกว่าคนที่ไม่ได้ใช้ฟลูออไรด์<br />
และในกรณีที่เป็นผู้ที่ต้องได้รับการฉายแสงจากการรักษามะเร็งในช่องปาก การใช้<br />
ฟลูออไรด์ เข้มข้นเคลือบฟันให้เนื้อฟันแข็งแรงขึ้น<br />
และก็ช่วยลดอัตราการผุของฟันได้อย่างดี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในกรณีที่มีการเสียวฟันจากคอฟันสึก<br />
การใช้ฟลูออไรด์เข้มข้นก็จะช่วยลดอาการเสียวฟันได้เช่นกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่นักวิจัยทางทันตแพทย์ค้นคว้าจนสามารถนำฟลูออไรด์มาช่วยป้องกันฟันผุจนให้ผลที่น่าพอใจ<br />
แต่ก็ยังมีองค์ประกอบอื่นๆ ที่ช่วยเสริมให้สุขภาพช่องปากสมบูรณ์ขึ้น คือ<br />
การสร้างอุปนิสัยในการดูแลฟัน และเหงือกโดยการแปรงฟันอย่างถูกวิธี<br />
การใช้เส้นใยไนล่อนขัดฟัน การเลือกรับประทานอาหารอย่างถูกต้อง<br />
ตลอดจนพบทันตแพทย์ตรวรจฟันทุกครึ่งปี<br />
ถ้าทำได้เช่นนี้ก็เชื่อว่าคุณคงจะมีสุขภาพช่องปากที่สมบูรณ์แข็งแรงตลอดไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ที่มาข้อมูล :</strong> นิตยสาร Health Today</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%9f%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b8%e0%b9%84.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กินอาหารเพื่อสุขภาพฟัน</title>
		<link>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99.html</link>
		<comments>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Aug 2011 08:23:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>malinee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[dental floss]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำอัดลม]]></category>
		<category><![CDATA[ฟลูออไรด์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.skdentalclinic.com/?p=146</guid>
		<description><![CDATA[มื่อเรารับประทานอาหารผ่านเข้าไปในช่องปาก แบคทีเรีย ซึ่งอยู่ในรูปของแผ่นบางๆ เหนียว ที่เรียกว่า Plaque (แผ่นคราบ) จะเปลี่ยนอาหารเหล่านั้นให้เป็นกรดทำลายฟันและเหงือก พ.ต.ท.ทพ.พจนารถ พุ่มประกอบศรี  อาหารเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับร่างกาย แต่อีกด้านหนึ่งการกินไม่เลือก ไม่ระมัดระวังก็มีโทษสำหรับร่างกายเช่นกัน ตอนนี้เรารณรงค์ในการเลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ อาหารที่รับประทานแล้วน้ำหนักไม่เพิ่ม ไม่อ้วน อาหารที่กินแล้วไม่ก่อให้เกิดโรค เช่น ไขมันอุดตันในเลือด โรคหัวใจ ทางทันตกรรมก็เช่นกัน เราให้ความสำคัญในเรื่องอาหารอย่างมากในการป้องกันโรคฟันผุ โรคเหงือก แบคทีเรียเหล่านี้ชอบอาหารหวาน อาหารที่เป็นแป้งมาก หลังรับประทานอาหารหากยังไม่แปรงฟันทันที แบคทีเรียเหล่านี้ก็ทำหน้าที่สร้างกรดไปเรื่อยๆ ดังนั้นยิ่งรับประทานอาหารบ่อยๆ 3 มื้อหลักแล้วยังมีแทรกระหว่างมื้อ อาหารก็สัมผัสกับฟันมากขึ้นโอกาสที่ฟันและเหงือกก็ถูกทำลายมากขึ้น อะไรบ้างที่ ควร หรือ ไม่ควร ในการดูแลรักษาสุขภาพฟัน DO (ควรปฏิบัติ) ควรรับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่ ให้เกิดความสมดุล - ขนมปัง ข้าว Cereal อาหารที่มีกากใย - ผลไม้ - ผัก - เนื้อปลา ถั่ว - นม ชีส [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มื่อเรารับประทานอาหารผ่านเข้าไปในช่องปาก แบคทีเรีย ซึ่งอยู่ในรูปของแผ่นบางๆ เหนียว ที่เรียกว่า Plaque (แผ่นคราบ) จะเปลี่ยนอาหารเหล่านั้นให้เป็นกรดทำลายฟันและเหงือก</p>
<p><strong>พ.ต.ท.ทพ.พจนารถ พุ่มประกอบศรี</strong></p>
<p> อาหารเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับร่างกาย แต่อีกด้านหนึ่งการกินไม่เลือก ไม่ระมัดระวังก็มีโทษสำหรับร่างกายเช่นกัน ตอนนี้เรารณรงค์ในการเลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ อาหารที่รับประทานแล้วน้ำหนักไม่เพิ่ม ไม่อ้วน อาหารที่กินแล้วไม่ก่อให้เกิดโรค เช่น ไขมันอุดตันในเลือด โรคหัวใจ ทางทันตกรรมก็เช่นกัน เราให้ความสำคัญในเรื่องอาหารอย่างมากในการป้องกันโรคฟันผุ โรคเหงือก</p>
<p>แบคทีเรียเหล่านี้ชอบอาหารหวาน อาหารที่เป็นแป้งมาก หลังรับประทานอาหารหากยังไม่แปรงฟันทันที แบคทีเรียเหล่านี้ก็ทำหน้าที่สร้างกรดไปเรื่อยๆ ดังนั้นยิ่งรับประทานอาหารบ่อยๆ 3 มื้อหลักแล้วยังมีแทรกระหว่างมื้อ อาหารก็สัมผัสกับฟันมากขึ้นโอกาสที่ฟันและเหงือกก็ถูกทำลายมากขึ้น</p>
<p><strong>อะไรบ้างที่ ควร หรือ ไม่ควร ในการดูแลรักษาสุขภาพฟัน<br />
DO (ควรปฏิบัติ)</strong></p>
<ul>
<li>ควรรับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่ ให้เกิดความสมดุล</li>
<li>- ขนมปัง ข้าว Cereal อาหารที่มีกากใย<br />
- ผลไม้<br />
- ผัก<br />
- เนื้อปลา ถั่ว<br />
- นม ชีส โยเกิต</li>
<li>ถ้าหากจะทานอาหารว่างลดอาหารพวกแป้ง น้ำตาล ให้ทาน ผัก ผลไม้แทน</li>
<li>แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์</li>
<li>ทำความสะอาดซอกฟันด้วยไหมขัดฟัน Dental Floss</li>
<li>พบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน</li>
</ul>
<p> <strong>DONT (ไม่ควร)</strong></p>
<ul>
<li> ไม่ควรให้น้ำตาลสัมผัสฟันนานๆ</li>
<li>- ลดการอมลูกอม<br />
- ขนมกรอบๆ เหนียวๆ ติดฟัน</li>
<li>น้ำอัดลม (Soft drink) มีน้ำตาลเยอะมาก 1 กระป๋อง บางยี่ห้อมีน้ำตาล 11 ช้อนกาแฟ ดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำอัดลม อย่าดื่มน้ำอัดลมทุกมื้ออาหาร</li>
<li>ไม่สูบบุหรี่ เพราะมีผลต่อ- ฟันเปลี่ยนสี<br />
- เสี่ยงต่อโรคเหงือก<br />
- เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในช่องปาก ลำคอ</li>
</ul>
<p> <strong>กุญแจสำคัญในการเลือกรับประทานอาหารอย่างชาญฉลาดไม่ใช่จะไม่กินพวกแป้ง น้ำตาลเลย แต่ต้องระวังในการกินและคิดก่อนกินทุกครั้ง เพราะอาหารมีผลต่อสุขภาพของเรา ถ้าเราสามารถควบคุมและผักให้เป็นนิสัยก็จะส่งให้สุขภาพของเราดี และยิ้มได้อย่างสวยงาม</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ที่มาข้อมูล :</strong> นิตยสาร Health Today</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สธ.รณรงค์เด็กไทยดื่มนมฟลูออไรด์ทุกคนทุกวันป้องกันฟันผุ</title>
		<link>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%aa%e0%b8%98-%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%9f.html</link>
		<comments>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%aa%e0%b8%98-%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%9f.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 May 2011 05:47:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>malinee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[The Borrow Foundation]]></category>
		<category><![CDATA[นมเสริมฟลูออไรด์]]></category>
		<category><![CDATA[ฟลูออไรด์]]></category>
		<category><![CDATA[สภาวะทันตสุขภาพแห่งชาติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.skdentalclinic.com/?p=129</guid>
		<description><![CDATA[โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 12 พฤษภาคม 2554 สธ.รณรงค์ให้เด็กนักเรียนดื่มนมฟลูออไรด์ทุกคน ทุกวัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุครบ 84 พรรษา ซึ่งทรงห่วงใยเด็กไทย เพื่อให้เด็กไทยแข็งแรง ฟันไม่ผุ วันนี้ (12พ.ค.) ดร.นพ.สมยศ ดีรัศมี อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผสภาวะทันตสุขภาพแห่งชาติพบว่า เด็กอายุ 6 ปี เป็นโรคฟันผุร้อยละ 87.4 สำหรับเด็กอายุ 12 ปี เป็นโรคฟันผุร้อยละ 57.3 และคาดว่าจะมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะเด็กในเขตกรุงเทพมหานครและเขตชนบท กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จึงได้ร่วมกับโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินโครงการนมฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุในประเทศไทยขึ้น ภายใต้การสนับสนุนด้านวิชาการจากองค์การอนามัยโลก และงบประมาณสนับสนุนบางส่วนจากมูลนิธิ The Borrow Foundation ประเทศอังกฤษ ด้วยการผลิตนมเสริมฟลูออไรด์ในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ตั้งแต่ปี 2543 นำร่องในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ดร.นพ.สมยศ กล่าวต่อว่า โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เป็นโครงการแรกที่ริเริ่มการผลิตนมฟลูออไรด์ในประเทศไทย มีเด็กนักเรียนเข้าร่วมโครงการจำนวน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์<br />
วันที่ 12 พฤษภาคม 2554<br />
 สธ.รณรงค์ให้เด็กนักเรียนดื่มนมฟลูออไรด์ทุกคน ทุกวัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุครบ 84 พรรษา ซึ่งทรงห่วงใยเด็กไทย เพื่อให้เด็กไทยแข็งแรง ฟันไม่ผุ</p>
<p>       วันนี้ (12พ.ค.) ดร.นพ.สมยศ ดีรัศมี อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผสภาวะทันตสุขภาพแห่งชาติพบว่า เด็กอายุ 6 ปี เป็นโรคฟันผุร้อยละ 87.4 สำหรับเด็กอายุ 12 ปี เป็นโรคฟันผุร้อยละ 57.3 และคาดว่าจะมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะเด็กในเขตกรุงเทพมหานครและเขตชนบท กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จึงได้ร่วมกับโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินโครงการนมฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุในประเทศไทยขึ้น ภายใต้การสนับสนุนด้านวิชาการจากองค์การอนามัยโลก และงบประมาณสนับสนุนบางส่วนจากมูลนิธิ The Borrow Foundation ประเทศอังกฤษ ด้วยการผลิตนมเสริมฟลูออไรด์ในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ตั้งแต่ปี 2543 นำร่องในพื้นที่กรุงเทพมหานคร</p>
<p>       ดร.นพ.สมยศ กล่าวต่อว่า โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เป็นโครงการแรกที่ริเริ่มการผลิตนมฟลูออไรด์ในประเทศไทย มีเด็กนักเรียนเข้าร่วมโครงการจำนวน 35,000 คน ทดลองดื่มนมฟลูออไรด์พาสเจอร์ไรด์ขนาด 200 มิลลิตร/ถุง และมีปริมาณฟลูออไรด์ 0.5 มิลลิกรัม/ถุง ซึ่งเป็นขนาดที่องค์การอนามัยโลกแนะนำสำหรับเด็กอายุ 3-6 ปี เฉลี่ย 160-170 วันต่อ 1 ปีการศึกษา และผลการประเมินพบว่า เด็กที่เริ่มดื่มนมฟลูออไรด์ตั้งแต่ชั้นอนุบาลและประถมศึกษาปีที่ 1 ต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปีนั้น สามารถลดโรคฟันผุในฟันแท้ได้มากกว่าเด็กที่ไม่ได้ดื่มนมฟลูออไรด์ถึงร้อยละ 34.4 นอกจากนี้ ผลการศึกษาปริมาณฟลูออไรด์โดยรวมที่ได้รับในแต่ละวันของเด็กที่ดื่มนมฟลูออไรด์พบว่า อยู่ในเกณฑ์ปกติ ปลอดภัยและไม่จำเป็นต้องรับประทานฟลูออไรด์เสริมรูปแบบอื่น แต่ควรให้เด็กแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ตามปกติ</p>
<p>       ดร.นพ.สมยศ กล่าวอีกว่า กรมอนามัยยังได้ร่วมกับกรุงเทพมหานคร จัดทำโครงการนมฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุในกรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุ 50 พรรษาขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 โดยขยายความครอบคลุมให้เด็กทั้งหมดในกรุงเทพมหานครได้ดื่มนมฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุ และกรมอนามัยยังได้ขยายโครงการนมฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุในต่างจังหวัด ได้แก่ จังหวัดชุมพร ขอนแก่น สุราษฎร์ธานี สระแก้วและชลบุรี ส่งผลให้ขณะนี้มีเด็กนักเรียนรวมกว่า 700,000 คน ได้ดื่มนมฟลูออไรด์ ที่ผลิตจากโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา และโรงนมอื่นที่มีการพัฒนาโรงนมเพื่อผลิตฟลูออไรด์ ซึ่งได้การรับรองระบบ GMP Codex ตามมาตรฐานสากล มีนักวิทยาศาสตร์การอาหาร มีชุดตรวจฟลูออไรด์จาก The Borrow Foundation มีการฝึกอบรมจากโครงการสวนจิตรลดา ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และได้รับการติดตามในการผลิตทั้งก่อนและระหว่างการผลิตทุกปี ซึ่งขณะนี้มีจำนวน 16 แห่งทั่วประเทศ และจากผลการประเมินพบว่า นมฟลูออไรด์ในปริมาณที่เหมาะสมสามารถลดฟันผุในเด็กที่ดื่มต่อเนื่อง 2 ปี ขึ้นไป ทั้งในฟันแท้และฟันน้ำนมโดยไม่พบผลเสียในเรื่องฟันตกกระ และในปี 2554 นี้ โครงการนมฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุ จะเริ่มดำเนินการในจังหวัดกระบี่ รวมถึงจะสนับสนุนการขยายการดำเนินงานในพื้นที่ซึ่งที่มีปัญหาฟันผุสูงและมีฟลูออไรด์ในน้ำบริโภคต่ำกว่ามาตรฐาน 17 จังหวัด ที่มีความพร้อมโดยเฉพาะในภาคใต้และภาคอีสาน</p>
<p>       “ทั้งนี้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญ พระชนมายุครบ 84 พรรษา และทรงห่วงใยสุขภาพเด็กไทย กรมอนามัยจะรณรงค์ให้เด็กนักเรียนทุกพื้นที่ได้ดื่มนมทุกคน ทุกวัน เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง และฟันไม่ผุต่อไป”อธิบดีกรมอนามัย กล่าว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%aa%e0%b8%98-%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%9f.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Do’s Don’ts เคี้ยวให้ฟันปลอดภัย</title>
		<link>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/do%e2%80%99s-don%e2%80%99ts-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2.html</link>
		<comments>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/do%e2%80%99s-don%e2%80%99ts-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 09 May 2011 07:34:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>malinee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[ฟลูออไรด์]]></category>
		<category><![CDATA[หมอฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคฟันผุ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคเหงือก. ฝน้ำอัดลม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.skdentalclinic.com/?p=125</guid>
		<description><![CDATA[หากถามว่าอวัยวะอะไรที่แข็งแรงที่สุดในร่างกาย ฟันที่ใช้เคี้ยวอาหาร นี่แหละ แต่ถึงจะแข็งอย่างไรก็มีโอกาสสูญเสียจากโรคฟันผุโรคเหงือกได้ พ.ต.ท.ทพ.พจนารถ พุ่มประกอบศรี หากถามว่าอวัยวะอะไรที่แข็งแรงที่สุดในร่างกาย ฟันที่ใช้เคี้ยวอาหาร นี่แหละ แต่ถึงจะแข็งอย่างไรก็มีโอกาสสูญเสียจากโรคฟันผุโรคเหงือกได้ มีอีกอย่างที่บางท่านคิดไม่ถึงหรือไม่ค่อยระวัง คือการใช้ฟันผิดประเภทมากกว่าการใช้เคี้ยวอาหารเพียงอย่างเดียว เราสามารถยืดอายุฟันออกไปได้ ถ้าระมัดระวังว่าอะไร ควรกัดควรเคี้ยวมีอะไร? Don&#8217; t ถึงแม้ว่าฟันจะแข็งมาก แต่มีโอกาสแตกหักขึ้นได้ เพราะการที่ไปกัดของแข็งมากๆ เช่น ใช้ฟันแทนที่เปิดฝาเบียร์ ฝาน้ำอัดลม อย่าทำครับ อย่าใช้ฟันขบกัดของแข็งจนเป็นนิสัยประจำ เช่น กัดก้านแว่นตา ปากกา กัดเข็มเย็บผ้า หรือคาบไปค์นานๆ ฟันจะสึกโค้งตามวัสดุที่กัด อย่าเคี้ยวหรือใช้ฟันกัดของที่เหนียวมากๆ อย่าใช้ฟันกัดเปลือกผลไม้ที่แข็งมากๆ เช่น เมล็ดเกาลัก หรือขบแตงโมจนเป็นนิสัยเมล็ด อย่าใช้ฟันกัดก้ามปู แทะกระดูก หากคุณที่มีฟันที่เคยอุดไว้ เนื้อฟันที่เหลือจะน้อยลง พึ่งระลึกเสมอว่า ความแข็งแรงลดลงไปด้วยเช่นกัน บางท่านต้องมาพบหมอฟันอย่างฉุกเฉินด้วยฟันหน้าหักเพราะไปใช้ฟันกัดก้ามปู การใช้ฟันหากเราระมัดระวังรู้จักสภาพฟันของเราดีก็จะช่วยลดอุบัติเหตุหรือหลีกเลี่ยงอันตรายกับฟันได้ ถ้าอยากให้ฟันแข็งแรงอยู่กับเรานานๆ ต้องทำอย่างนี้ Dos เคี้ยวอาหารที่นุ่มและไม่เหนียว ห้ามใช้ฟันเป็นเครื่องมือในการกัด แทะ หรือเปิดสิ่งของต่างๆ อย่าเคี้ยวหมากฝรั่งที่มีส่วนผสมของน้ำตาล รับประทานอาหารที่เป็นกากใย เช่น ผลไม้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หากถามว่าอวัยวะอะไรที่แข็งแรงที่สุดในร่างกาย ฟันที่ใช้เคี้ยวอาหาร นี่แหละ แต่ถึงจะแข็งอย่างไรก็มีโอกาสสูญเสียจากโรคฟันผุโรคเหงือกได้</p>
<p>พ.ต.ท.ทพ.พจนารถ พุ่มประกอบศรี<br />
หากถามว่าอวัยวะอะไรที่แข็งแรงที่สุดในร่างกาย ฟันที่ใช้เคี้ยวอาหาร นี่แหละ แต่ถึงจะแข็งอย่างไรก็มีโอกาสสูญเสียจากโรคฟันผุโรคเหงือกได้ มีอีกอย่างที่บางท่านคิดไม่ถึงหรือไม่ค่อยระวัง คือการใช้ฟันผิดประเภทมากกว่าการใช้เคี้ยวอาหารเพียงอย่างเดียว เราสามารถยืดอายุฟันออกไปได้ ถ้าระมัดระวังว่าอะไร ควรกัดควรเคี้ยวมีอะไร? </p>
<p>Don&#8217; t<br />
ถึงแม้ว่าฟันจะแข็งมาก แต่มีโอกาสแตกหักขึ้นได้ เพราะการที่ไปกัดของแข็งมากๆ เช่น ใช้ฟันแทนที่เปิดฝาเบียร์ ฝาน้ำอัดลม อย่าทำครับ<br />
อย่าใช้ฟันขบกัดของแข็งจนเป็นนิสัยประจำ เช่น กัดก้านแว่นตา ปากกา กัดเข็มเย็บผ้า หรือคาบไปค์นานๆ ฟันจะสึกโค้งตามวัสดุที่กัด<br />
อย่าเคี้ยวหรือใช้ฟันกัดของที่เหนียวมากๆ<br />
อย่าใช้ฟันกัดเปลือกผลไม้ที่แข็งมากๆ เช่น เมล็ดเกาลัก หรือขบแตงโมจนเป็นนิสัยเมล็ด<br />
อย่าใช้ฟันกัดก้ามปู แทะกระดูก </p>
<p>หากคุณที่มีฟันที่เคยอุดไว้ เนื้อฟันที่เหลือจะน้อยลง พึ่งระลึกเสมอว่า ความแข็งแรงลดลงไปด้วยเช่นกัน บางท่านต้องมาพบหมอฟันอย่างฉุกเฉินด้วยฟันหน้าหักเพราะไปใช้ฟันกัดก้ามปู การใช้ฟันหากเราระมัดระวังรู้จักสภาพฟันของเราดีก็จะช่วยลดอุบัติเหตุหรือหลีกเลี่ยงอันตรายกับฟันได้ </p>
<p>ถ้าอยากให้ฟันแข็งแรงอยู่กับเรานานๆ ต้องทำอย่างนี้ </p>
<p>Dos<br />
เคี้ยวอาหารที่นุ่มและไม่เหนียว<br />
ห้ามใช้ฟันเป็นเครื่องมือในการกัด แทะ หรือเปิดสิ่งของต่างๆ<br />
อย่าเคี้ยวหมากฝรั่งที่มีส่วนผสมของน้ำตาล<br />
รับประทานอาหารที่เป็นกากใย เช่น ผลไม้ ช่วยขัดกวาดทำความสะอาดฟัน แทนอาหารที่มีน้ำตาลเหนียวๆ </p>
<p>ที่สำคัญอย่าลืมว่า หลังการเคี้ยวมื้อหลักๆ แล้วควรทำความสะอาดฟันอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการแปรงฟันหลังอาหารทุกมื้อ ใช้ไหมขัดซอกฟันทำความสะอาดด้านข้างของฟัน และอมน้ำยาบ้วนปาก หรือใช้ฟลูออไรด์เสริมความแข็งแรงให้ฟัน </p>
<p>การดูแลสุขภาพฟันอย่างจริงจัง เลือกอาหาร พบทันตแพทย์เป็นประจำหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่างๆ ในการใช้ฟันบดเคี้ยว คุณก็จะมีสุขภาพที่แข็งแรง มีรอยยิ้มที่ประทับใจ ปฏิบัติตามข้อแนะนำข้างต้น เพิ่มความแข็งแรงให้ฟัน และความสะอาดในช่องปากตลอดไป </p>
<p>ที่มาข้อมูล : นิตยสาร Health Today</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/do%e2%80%99s-don%e2%80%99ts-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กินต้องเลือกเพื่อ เหงือกและฟัน</title>
		<link>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%87%e0%b8%b7%e0%b8%ad.html</link>
		<comments>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%87%e0%b8%b7%e0%b8%ad.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 20 Apr 2011 07:29:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>malinee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[การบดเคี้ยว]]></category>
		<category><![CDATA[คราบอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ฟลูออไรด์]]></category>
		<category><![CDATA[ฟอสฟอรัส]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพฟันและเหงือก]]></category>
		<category><![CDATA[แคลเซียม]]></category>
		<category><![CDATA[แบคทีเรีย]]></category>
		<category><![CDATA[โปรตีน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคเหงือกอักเสบ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.skdentalclinic.com/?p=120</guid>
		<description><![CDATA[ข้อมูลโดย : นิตยสาร Health Today, Updated: 06/03/2008 อาหารทุกชนิดที่เราทานจะผ่านทางปาก คราบอาหารที่หลงเหลือจากการบดเคี้ยว จะถูกเปลี่ยนเป็นกรดทำลายฟันโดยแบคทีเรีย&#8230; การเลือกรับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่เหล่า มีผลต่อการเสริมสุขภาพให้แข็งแรง ในมุมกลับกัน การกินไม่เลือก ก็มีผลเสียต่อสุขภาพ การได้สารอาหารครบมีความจำเป็นต่อสุขภาพฟันและเหงือก เราพบว่าถ้าขาดอาหารโรคเหงือกอักเสบจะลุกลามเร็วมาก แรงต้านทานต่อการอักเสบจะลดน้อยลง สารอาหารที่เพียงพอจะมีผลดีต่อการเจริญเติบโตของฟันในเด็ก หญิงตั้งครรภ์ควรได้รับอาหารครบทุกหมู่เหล่าที่มีผลต่อการสร้างฟัน โดยเฉพาะธาตุแคลเซียม ฟอสฟอรัส และ ฟลูออไรด์ โปรตีน วิตามิน ต่างๆ จริงๆ แล้วฟันของเด็กเริ่มเกิดขึ้นเมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ได้ 6 สัปดาห์ อาหารที่คุณแม่ทานย่อมมีผลต่อฟันลูกอย่างแน่นอน อาหารทำให้เกิดฟันผุและเหงือกอักเสบ อาหารทุกชนิดที่เราทานจะผ่านทางปาก โดยมีการบดเคี้ยวสัมผัสกับเหงือกเป็นด่านแรก คราบอาหารที่หลงเหลือจากการบดเคี้ยว จะถูกเปลี่ยนเป็นกรดทำลายฟันโดยแบคทีเรีย อาหารที่ช่วยส่งเสริมทำให้เกิดฟันผุและเหงือกอักเสบ น้ำตาล ที่ใช้ในการปรุงอาหาร ขนม น้ำตาลในผลไม้ น้ำตาลที่อยู่ในนม น้ำตาลที่ผสมในอาหารสำเร็จรูป เครื่องปรุงต่างๆ เช่น ซอสมะเขือเทศ น้ำสลัด น้ำผึ้งที่ผสมในขนม น้ำตาลเหล่านี้มีส่วนที่ทำให้ฟันผุและเหงือกอักเสบได้ง่าย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องหยุดรับประทานทั้งหมด เพราะร่างกายยังต้องการสารอาหาร ที่มีในนม ผลไม้ ผัก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ข้อมูลโดย : นิตยสาร Health Today, Updated: 06/03/2008<br />
อาหารทุกชนิดที่เราทานจะผ่านทางปาก คราบอาหารที่หลงเหลือจากการบดเคี้ยว จะถูกเปลี่ยนเป็นกรดทำลายฟันโดยแบคทีเรีย&#8230;<br />
การเลือกรับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่เหล่า มีผลต่อการเสริมสุขภาพให้แข็งแรง ในมุมกลับกัน การกินไม่เลือก ก็มีผลเสียต่อสุขภาพ การได้สารอาหารครบมีความจำเป็นต่อสุขภาพฟันและเหงือก เราพบว่าถ้าขาดอาหารโรคเหงือกอักเสบจะลุกลามเร็วมาก แรงต้านทานต่อการอักเสบจะลดน้อยลง<br />
สารอาหารที่เพียงพอจะมีผลดีต่อการเจริญเติบโตของฟันในเด็ก หญิงตั้งครรภ์ควรได้รับอาหารครบทุกหมู่เหล่าที่มีผลต่อการสร้างฟัน โดยเฉพาะธาตุแคลเซียม ฟอสฟอรัส และ ฟลูออไรด์ โปรตีน วิตามิน ต่างๆ จริงๆ แล้วฟันของเด็กเริ่มเกิดขึ้นเมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ได้ 6 สัปดาห์ อาหารที่คุณแม่ทานย่อมมีผลต่อฟันลูกอย่างแน่นอน</p>
<p>อาหารทำให้เกิดฟันผุและเหงือกอักเสบ<br />
อาหารทุกชนิดที่เราทานจะผ่านทางปาก โดยมีการบดเคี้ยวสัมผัสกับเหงือกเป็นด่านแรก คราบอาหารที่หลงเหลือจากการบดเคี้ยว จะถูกเปลี่ยนเป็นกรดทำลายฟันโดยแบคทีเรีย</p>
<p>อาหารที่ช่วยส่งเสริมทำให้เกิดฟันผุและเหงือกอักเสบ</p>
<p>น้ำตาล ที่ใช้ในการปรุงอาหาร ขนม น้ำตาลในผลไม้ น้ำตาลที่อยู่ในนม น้ำตาลที่ผสมในอาหารสำเร็จรูป เครื่องปรุงต่างๆ เช่น ซอสมะเขือเทศ น้ำสลัด น้ำผึ้งที่ผสมในขนม น้ำตาลเหล่านี้มีส่วนที่ทำให้ฟันผุและเหงือกอักเสบได้ง่าย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องหยุดรับประทานทั้งหมด เพราะร่างกายยังต้องการสารอาหาร ที่มีในนม ผลไม้ ผัก</p>
<p>แป้ง เป็นอาหารที่ทำให้เกิดพลังงาน (มีอยู่ใน ข้าว ขนมปัง ขนม ฯลฯ) ในมุมกลับกันก็ทำให้เกิดฟันผุและเหงือกอักเสบได้ง่ายเช่นกัน</p>
<p>กินต้องเลือก เพื่อให้สุขภาพฟันดีเราต้องปรับวิธีการกิน และรูปแบบการกินเสียใหม่ ผมขอแนะนำว่า</p>
<p>ลดการทานอาหารระหว่างมื้อ ยิ่งกินบ่อย เพิ่มความถี่ในการกิน จำนวนกรดที่เกิดจากแบคทีเรีย ก็มีโอกาสสัมผัสกับผิวฟันมากขึ้น ฟันผุ เหงือกอักเสบง่ายขึ้น ตัวอย่างง่ายๆ ในเด็กที่หลับคาขวดนม มักจะมีฟันผุทั้งปากก่อนฟันแท้ขึ้น หรือคนที่ทานอาหารว่างอยู่เรื่อย จะมีฟันผุและเหงือกอักเสบมากกว่าคนที่ทานอาหารตามมื้อ</p>
<p>ลดทานอาหารหวานเหนียวๆ ติดฟันง่าย เช่น ท้อฟฟี่ น้ำเชื่อมที่มากับขนม น้ำอัดลม อาหารพวกแป้งที่แปรรูป เช่น ขนมปังกรอบ อาหารหวานสำเร็จรูปบางอย่าง เราควรดูฉลากเพื่อตรวจปริมาณน้ำตาล คงต้องเลือกและลดเสีย ไม่ควรทานบ่อยๆ เลือกทานผลไม้เป็นอาหารว่างแทนขนม สุขภาพฟันดี อย่าลืม กินต้องเลือก และแปรงฟันหลังอาหารทุกมื้อ ใช้ยาสีฟันที่มีฟูลออไรด์ ป้องกันฟันผุ ใช้ไหมขัดฟัน ทำความสะอาดตามซอกฟัน พบทันตแพทย์ ปี 2 ครั้ง</p>
<p>ถ้าคุณระวังเรื่องอาหารสักหน่อยและทำความสำอาดทุกครั้งหลงรับประทานเป็นประจำ เชื่อแน่ว่าคุณจะมีสุขภาพฟันและเหงือกดีตลอดไป</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%87%e0%b8%b7%e0%b8%ad.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โรคฟันผุ</title>
		<link>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b8.html</link>
		<comments>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b8.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 15 Oct 2009 06:01:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>malinee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[plaque]]></category>
		<category><![CDATA[ฟลูออไรด์]]></category>
		<category><![CDATA[ฟันผุ]]></category>
		<category><![CDATA[เคลือบฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[เนื้อฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[เสียวฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นประสาท]]></category>
		<category><![CDATA[แบคทีเรีย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b8.html</guid>
		<description><![CDATA[การเกิดโรคฟันผุ มาจากปัจจัย 4 ประการ ซึ่งมีความสัมพันธ์กัน ได้แก่ แผ่นคราบจุลินทรีย์ อาหารประเภทแป้งน้ำตาล ตัวฟัน และเวลา โดยแบคทีเรียที่มีอยู่ตามปกติในช่องปากจะทำปฏิกิริยากับคราบ (Plaque) ที่ติดค้างอยู่ตามซอกฟัน และผิวเคลือบฟัน ซึ่งเราขจัดออกไปได้ไม่หมด เกิดเป็นกรดขึ้น ซึ่งกรดสามารถทำลายผิวเคลือบฟัน ก่อให้เกิดโรคฟันผุขึ้นได้หาก pH ในปากมีค่าต่ำกว่า 5.5 บ่อย ๆ และเป็นเวลานาน อาการ การผุของฟัน จะเริ่มขึ้นที่ชั้นผิวเคลือบฟันก่อน โดยจะเห็นเป็นจุดดำเล็ก ๆ หรือเป็นเส้นดำตามร่องฟันด้านบดเคี้ยว หรือเนื้อฟันมีสีขาวขุ่นผิดปกติ ระยะนี้มักไม่พบอาการเสียวฟันหรือปวดฟันแต่อย่างใด ซึ่งการทำความสะอาดฟันที่ดี สามารถชลอการลุกลามของโรคฟันผุได้ แต่หากเราปล่อยไว้ไม่ดูแล ฟันผุลุกลามไปถึงขั้นเนื้อฟัน จะมีอาการเสียวฟันเมื่อเคี้ยวอาหาร หรือเมื่อกระทบของเย็น บางครั้งอาจมีอาการปวดได้ แต่หากเรายังปล่อยทิ้งไว้จนฟันผุลุกลามไปถึงขั้นโพรงประสาทฟัน ซึ่งมีเส้นเลือดและเส้นประสาท จะทำให้อาการปวดรุนแรงมากขึ้น อาจถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับก็มี แม้ได้รับยาแก้ปวด บางครั้งก็อาจไม่ทุเลาอาการปวดได้ แลถ้าผุลุกลามมากอาจทำให้รากฟันอักเสบและเป็นหนอง เงือกบวม หรือแก้มบวมได้ ซึ่งระยะนี้ไม่สามารถอุดฟันด้วยวิธีปกติทั่วไปได้ ต้องรักษาครองรากฟัน ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้เวลารักษานาน และสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย บางครั้งอาจต้องสูยเสียฟัน เนื่องจากผุลุกลามมาก ไม่สามารถเก็บรักษาฟันซี่นั้นไว้ได้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>     การเกิดโรคฟันผุ มาจากปัจจัย 4 ประการ ซึ่งมีความสัมพันธ์กัน ได้แก่ แผ่นคราบจุลินทรีย์ อาหารประเภทแป้งน้ำตาล ตัวฟัน และเวลา โดยแบคทีเรียที่มีอยู่ตามปกติในช่องปากจะทำปฏิกิริยากับคราบ (Plaque) ที่ติดค้างอยู่ตามซอกฟัน และผิวเคลือบฟัน  ซึ่งเราขจัดออกไปได้ไม่หมด  เกิดเป็นกรดขึ้น  ซึ่งกรดสามารถทำลายผิวเคลือบฟัน ก่อให้เกิดโรคฟันผุขึ้นได้หาก pH ในปากมีค่าต่ำกว่า 5.5 บ่อย ๆ และเป็นเวลานาน</p>
<p>อาการ<br />
       การผุของฟัน จะเริ่มขึ้นที่ชั้นผิวเคลือบฟันก่อน โดยจะเห็นเป็นจุดดำเล็ก ๆ หรือเป็นเส้นดำตามร่องฟันด้านบดเคี้ยว  หรือเนื้อฟันมีสีขาวขุ่นผิดปกติ  ระยะนี้มักไม่พบอาการเสียวฟันหรือปวดฟันแต่อย่างใด  ซึ่งการทำความสะอาดฟันที่ดี สามารถชลอการลุกลามของโรคฟันผุได้  แต่หากเราปล่อยไว้ไม่ดูแล ฟันผุลุกลามไปถึงขั้นเนื้อฟัน จะมีอาการเสียวฟันเมื่อเคี้ยวอาหาร หรือเมื่อกระทบของเย็น บางครั้งอาจมีอาการปวดได้ แต่หากเรายังปล่อยทิ้งไว้จนฟันผุลุกลามไปถึงขั้นโพรงประสาทฟัน ซึ่งมีเส้นเลือดและเส้นประสาท จะทำให้อาการปวดรุนแรงมากขึ้น อาจถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับก็มี แม้ได้รับยาแก้ปวด บางครั้งก็อาจไม่ทุเลาอาการปวดได้  แลถ้าผุลุกลามมากอาจทำให้รากฟันอักเสบและเป็นหนอง เงือกบวม หรือแก้มบวมได้ ซึ่งระยะนี้ไม่สามารถอุดฟันด้วยวิธีปกติทั่วไปได้  ต้องรักษาครองรากฟัน ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้เวลารักษานาน และสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย บางครั้งอาจต้องสูยเสียฟัน เนื่องจากผุลุกลามมาก ไม่สามารถเก็บรักษาฟันซี่นั้นไว้ได้  ซึ่งจะมีผลกระทบด้านการบดเคี้ยวจะมีประสิทธิภาพลดลง และต้องใช้ฟันเทียม ซึ่งมีค้าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นโดยไม่จำเป็น</p>
<p>การป้องกัน<br />
       โรคฟันผุ เป็นดรคที่ไม่สามารถรักษาและป้องกันได้โดยวิธีการกินยา เมื่อมีฟันผุก็ต้องรักษาด้วยการอุดฟัน หรือถอนฟันเท่านั้น  ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคฟันผุเรามีวิธีปฏิบัติได้ด้วยตนเองอย่างง่าย ๆ ดังนี้</p>
<p>     1. รักษาสุขภาพอนามัยช่องปากให้สะอาดด้วยการแปรงฟันอย่างถูกวิธี ร่วมกับการใช้ไหมขัดฟัน ควรแหรงฟันหลังรับประทานอาหารเสร็จทุกครั้ง  หรือถ้าทำได้ไม่สะดวก ก็ใช้วิธีบ้วนน้ำแรง ๆ หลาย ๆ ครั้ง</p>
<p>     2. รับประทานอาหารที่ดี และมีประโยชน์ต่อฟัน เช่น อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ผักและผลไม้ หลีกเลี่ยงอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล ซึ่งเป็นอาหารที่ส่งเสริมให้ฟันผุได้ง่าย</p>
<p>     3. ไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจฟันทุก ๆ 6 เดือน หรืออย่างน้อยปีละครั้ง</p>
<p>     4. ใช้ฟลูออไรด์เพื่อป้องกันฟันผุ และทำให้ฟันแข็งแรง ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ร่วมกับการรับประทานยาน้ำ/ยาเม็ดฟลูออไรด์ (ในเด็ก) การอมน้ำยาฟลูออไรด์ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้</p>
<p>โดย ทพญ.โฉมไฉไล เอกจิตต์<br />
งานทันตกรรม   โรงพยาบาลศิริราช<br />
ได้รับข้อมูลจาก http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=99</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b8.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การดูแลฟันทารกน้อย</title>
		<link>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2.html</link>
		<comments>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 Sep 2009 04:20:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>malinee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[นมขวด]]></category>
		<category><![CDATA[นมแม่]]></category>
		<category><![CDATA[ฝ้าขาวในปาก]]></category>
		<category><![CDATA[ฟลูออไรด์]]></category>
		<category><![CDATA[เหงือก]]></category>
		<category><![CDATA[แปรงสีฟัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2.html</guid>
		<description><![CDATA[ได้รับข้อมูลจาก www.thaiparents.com สำหรับการเลี้ยงลูกนั้น นมแม่จะมีผลดีต่อสุขภาพในช่องปากของทารก โอกาสเกิดฝ้าขาวในปากจะน้อยกว่าการเลี้ยงด้วยนมขวด แต่หากจำเป็น ต้องเลี้ยงด้วยนมขวด ควรปฏิบัติดังนี้ 1 ให้ทารกดูดน้ำตามหลังดูดนมขวด เพื่อชะล้างคราบนมที่ตกค้างในปาก โอกาสเกิดฝ้าขาวในปากจะลดลง 2 ไม่ปล่อยให้เด็กหลับคาขวดนม เพราะจะทำให้เกิดปัญหาฟันผุลุกลาม อย่างรวดเร็ว การทำความช่องปากทารก ทารกอายุ 6 &#8211; 7 เดือน ฟันหน้าเริ่มขึ้น ควรใช้ผ้านุ่มสะอาดพันปลายนิ้วชุบ น้ำต้มสุกเช็ดเหงือกและฟัน เช้า &#8211; เย็น เพื่อทำความสะอาดและเป็นการฝึก ให้เด็กคุ้นเคยกับการทำความสะอาดช่องปาก ต่อไปเด็กจะยอมรับการ แปรงฟันได้ดี เด็กวัย 6 เดือนขึ้นไป อาจให้รับประทานฟลูออไรด์เสริมเพื่อ ให้ฟันแข็งแรง แต่จะต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของทันตแพทย์เท่านั้น เด็กวัยขวบครึ่ง ฟันกรามน้ำนมเริ่มขึ้น ควรใช้แปรงสีฟันที่มีขนอ่อนนุ่ม แปรงฟันให้เด็ก โดยยังไม่ต้องใช้ยาสีฟัน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ได้รับข้อมูลจาก www.thaiparents.com</p>
<p>สำหรับการเลี้ยงลูกนั้น นมแม่จะมีผลดีต่อสุขภาพในช่องปากของทารก โอกาสเกิดฝ้าขาวในปากจะน้อยกว่าการเลี้ยงด้วยนมขวด แต่หากจำเป็น ต้องเลี้ยงด้วยนมขวด ควรปฏิบัติดังนี้ </p>
<p>1 ให้ทารกดูดน้ำตามหลังดูดนมขวด เพื่อชะล้างคราบนมที่ตกค้างในปาก โอกาสเกิดฝ้าขาวในปากจะลดลง</p>
<p>2 ไม่ปล่อยให้เด็กหลับคาขวดนม เพราะจะทำให้เกิดปัญหาฟันผุลุกลาม อย่างรวดเร็ว</p>
<p>การทำความช่องปากทารก </p>
<p>ทารกอายุ 6 &#8211; 7 เดือน ฟันหน้าเริ่มขึ้น ควรใช้ผ้านุ่มสะอาดพันปลายนิ้วชุบ น้ำต้มสุกเช็ดเหงือกและฟัน เช้า &#8211; เย็น เพื่อทำความสะอาดและเป็นการฝึก ให้เด็กคุ้นเคยกับการทำความสะอาดช่องปาก ต่อไปเด็กจะยอมรับการ แปรงฟันได้ดี เด็กวัย 6 เดือนขึ้นไป อาจให้รับประทานฟลูออไรด์เสริมเพื่อ ให้ฟันแข็งแรง แต่จะต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของทันตแพทย์เท่านั้น </p>
<p>เด็กวัยขวบครึ่ง ฟันกรามน้ำนมเริ่มขึ้น ควรใช้แปรงสีฟันที่มีขนอ่อนนุ่ม แปรงฟันให้เด็ก โดยยังไม่ต้องใช้ยาสีฟัน </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>น้ำยาบ้วนปากจำเป็นแค่ไหน</title>
		<link>http://www.skdentalclinic.com/interest/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b9%84.html</link>
		<comments>http://www.skdentalclinic.com/interest/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b9%84.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 Jul 2008 02:40:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[interest]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำยาบ้วนปาก]]></category>
		<category><![CDATA[ฟลูออไรด์]]></category>
		<category><![CDATA[ฟันผุ]]></category>
		<category><![CDATA[เหงือกร่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.skdentalclinic.com/?p=15</guid>
		<description><![CDATA[น้ำยาบ้วนปากมีอยู่ 3 ประเภท น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ เพื่อช่วยให้เนื้อฟันมีความแข้งแรงขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ฟันผุง่าย สามารถใช้ได้เป็นประจำ น้ำยาบ้วนปากที่มีโปตัสเซียมไนเตรทเพื่อแก้เสียวฟัน เหมาะสำหรับผู้มีปัญหาเหงือกร่นจนรากฟันโผล่ทำให้เสียวฟันง่าย น้ำยาบ้วนปากชนิดฆ่าเชื้อแบคทีเรีย  เหมาะสำหรับใช้ชั่วคราวเวลาที่แปรงฟันไม่ได้หลังผ่าตัดในช่องปาก  การใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน จะฆ่าเชื้อแบคทีเรียในช่องปากจนหมด  เกิดการเสียสมดุลย์อาจเกิดการติดเชื้อราได้ง่ายขึ้น]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>น้ำยาบ้วนปากมีอยู่ 3  ประเภท</p>
<ol>
<li>น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์  เพื่อช่วยให้เนื้อฟันมีความแข้งแรงขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ฟันผุง่าย  สามารถใช้ได้เป็นประจำ</li>
<li>น้ำยาบ้วนปากที่มีโปตัสเซียมไนเตรทเพื่อแก้เสียวฟัน  เหมาะสำหรับผู้มีปัญหาเหงือกร่นจนรากฟันโผล่ทำให้เสียวฟันง่าย</li>
<li>น้ำยาบ้วนปากชนิดฆ่าเชื้อแบคทีเรีย   เหมาะสำหรับใช้ชั่วคราวเวลาที่แปรงฟันไม่ได้หลังผ่าตัดในช่องปาก   การใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน จะฆ่าเชื้อแบคทีเรียในช่องปากจนหมด   เกิดการเสียสมดุลย์อาจเกิดการติดเชื้อราได้ง่ายขึ้น</li>
</ol>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.skdentalclinic.com/interest/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b9%84.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

