กินอาหารเพื่อสุขภาพฟัน

Monday, August 1st, 2011

มื่อเรารับประทานอาหารผ่านเข้าไปในช่องปาก แบคทีเรีย ซึ่งอยู่ในรูปของแผ่นบางๆ เหนียว ที่เรียกว่า Plaque (แผ่นคราบ) จะเปลี่ยนอาหารเหล่านั้นให้เป็นกรดทำลายฟันและเหงือก

พ.ต.ท.ทพ.พจนารถ พุ่มประกอบศรี

 อาหารเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับร่างกาย แต่อีกด้านหนึ่งการกินไม่เลือก ไม่ระมัดระวังก็มีโทษสำหรับร่างกายเช่นกัน ตอนนี้เรารณรงค์ในการเลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ อาหารที่รับประทานแล้วน้ำหนักไม่เพิ่ม ไม่อ้วน อาหารที่กินแล้วไม่ก่อให้เกิดโรค เช่น ไขมันอุดตันในเลือด โรคหัวใจ ทางทันตกรรมก็เช่นกัน เราให้ความสำคัญในเรื่องอาหารอย่างมากในการป้องกันโรคฟันผุ โรคเหงือก

แบคทีเรียเหล่านี้ชอบอาหารหวาน อาหารที่เป็นแป้งมาก หลังรับประทานอาหารหากยังไม่แปรงฟันทันที แบคทีเรียเหล่านี้ก็ทำหน้าที่สร้างกรดไปเรื่อยๆ ดังนั้นยิ่งรับประทานอาหารบ่อยๆ 3 มื้อหลักแล้วยังมีแทรกระหว่างมื้อ อาหารก็สัมผัสกับฟันมากขึ้นโอกาสที่ฟันและเหงือกก็ถูกทำลายมากขึ้น

อะไรบ้างที่ ควร หรือ ไม่ควร ในการดูแลรักษาสุขภาพฟัน
DO (ควรปฏิบัติ)

  • ควรรับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่ ให้เกิดความสมดุล
  • - ขนมปัง ข้าว Cereal อาหารที่มีกากใย
    - ผลไม้
    - ผัก
    - เนื้อปลา ถั่ว
    - นม ชีส โยเกิต
  • ถ้าหากจะทานอาหารว่างลดอาหารพวกแป้ง น้ำตาล ให้ทาน ผัก ผลไม้แทน
  • แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์
  • ทำความสะอาดซอกฟันด้วยไหมขัดฟัน Dental Floss
  • พบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน

 DONT (ไม่ควร)

  •  ไม่ควรให้น้ำตาลสัมผัสฟันนานๆ
  • - ลดการอมลูกอม
    - ขนมกรอบๆ เหนียวๆ ติดฟัน
  • น้ำอัดลม (Soft drink) มีน้ำตาลเยอะมาก 1 กระป๋อง บางยี่ห้อมีน้ำตาล 11 ช้อนกาแฟ ดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำอัดลม อย่าดื่มน้ำอัดลมทุกมื้ออาหาร
  • ไม่สูบบุหรี่ เพราะมีผลต่อ- ฟันเปลี่ยนสี
    - เสี่ยงต่อโรคเหงือก
    - เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในช่องปาก ลำคอ

 กุญแจสำคัญในการเลือกรับประทานอาหารอย่างชาญฉลาดไม่ใช่จะไม่กินพวกแป้ง น้ำตาลเลย แต่ต้องระวังในการกินและคิดก่อนกินทุกครั้ง เพราะอาหารมีผลต่อสุขภาพของเรา ถ้าเราสามารถควบคุมและผักให้เป็นนิสัยก็จะส่งให้สุขภาพของเราดี และยิ้มได้อย่างสวยงาม

 

ที่มาข้อมูล : นิตยสาร Health Today

สธ.ส่งเสริมสุขภาพช่องปากเด็กวัยเรียน

Thursday, September 10th, 2009

โดย ASTV เมเนเจอร์ออนไลน์ วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2552

ทันตแพทย์สุธา เจียรมณีโชติชัย ผู้อำนวยการกองทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ปัญหาสุขภาพช่องปากเด็กในวัยเรียน เป็นเรื่องที่นานาประเทศให้ความสำคัญ หลังพบว่ามีอัตราเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากพฤติกรรมการบริโภคอาหารหวาน ขนมกรุบกรอบ และน้ำอัดลม ประกอบกับการดูแลสุขภาพช่องปากในวัยเด็กยังทำได้ไม่ดี จึงได้ให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนานาชาติการส่งเสริมสุขภาพช่องปากเด็กวัยเรียนภาคพื้นเอเชีย ครั้งที่ 5 (ACOHPSC) ระหว่างวันที่ 10-12 กันยายนนี้ ที่ จ.ภูเก็ต
        ผู้อำนวยการกองทันตสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์สุขภาพช่องปากเด็กวัยเรียนของไทยในปัจจุบันว่า มีความรุนแรงมากกว่าประเทศอื่น เนื่องจากพบว่าเด็กไทยมีปัญหาฟันผุ ร้อยละ 60 เฉลี่ย 2 ซี่ต่อคน ซึ่งกรมอนามัยและกระทรวงศึกษาธิการ จึงได้ร่วมรณรงค์จัดทำโครงการ สพฐ.อ่อนหวาน เพื่อประกาศนโยบายโรงเรียนปลอดน้ำอัดลมและขนมกรุบกรอบในพื้นที่นำร่อง 12 จังหวัด ซึ่งเป็นการส่งสัญญานให้นานาชาติรับรู้ถึงการขับเคลื่อนนโยบายที่จะนำไปสู่การลดอัตราปัญหาสุขภาพช่องปากของเด็กวัยเรี
ยนได้