ฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุได้จริงหรือ?

Thursday, November 24th, 2011

ข้อมูลโดย : นิตยสาร Health Today, Updated: 27/02/2008

เรื่อง: ทพ.พจนารถ พุ่มประกอบศรี

 

โรคฟันเป็นโรคที่เกิดขึ้นกับทุกคน หากจะรักษาโรคฟันผุโดยวิธีการแก้ไข
คืออุดฟันให้ฟันดีทุกๆ ซี่ ในทุกๆ คน โดยปราศจากการคิดหาวิธีป้องกันควบคู่ไปด้วย
คงไม่สามารถไล่ทันหรือพิชิตฟันผุให้ลดลงได้
อีกทั้งยังต้องใช้งบประมาณอย่างมากมากมหาศาลชนิดที่ถมเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักเต็ม

 

เราจะต้องผลิตทันตแพทย์เท่าไหร่ จึงจะพอกับประชากร 60 ล้านคน

เราจะต้องสูญเสียงบประมาณเท่าไหร่ในการซื้ออุปกรณ์วัสดุทางทันตกรรม

 

ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องยากยิ่งที่เน้นไปที่การแก้ไขให้ตรงจุด

 

มีหลายประเทศที่เน้นการป้องกัน เพื่อสู้กับโรคฟันผุโดยใช้สารฟลูออไรด์(fluoride)
ไม่ว่าจะเติมลงในน้ำประปา น้ำดื่ม หรือใช้ในรูปของยาเม็ดและน้ำยาบ้วนปาก ฯลฯ

การใช้ฟลูออไรด์ในการป้องกันฟันผุทั่วโลกใช้มานานกว่า 50 ปี แล้ว
โดยนักวิจัยทางทันตแพทย์ศาสตร์ ได้ศึกษาทดลอง และติดตามผลของฟลูออไรด์จากธรรมชาติ
การใช้ฟลูออไรด์ในรูปแบบต่างๆ ในห้องทดลอง และคลีนิกพบว่า

 

ฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุได้อย่างไร?

 

การใช้ฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุ เราใช้ได้ 2 รูปแบบ คือ

 

  • แบบรับประทาน
    พวกที่ผลิตมาสำหรับรับประทานนั้น
    มาในรูปของยาเม็ด ยาน้ำ ผสมกับน้ำดื่ม ได้จากน้ำธรรมชาติ และในอาหารทะเล ผักต่างๆ
  • แบบสัมผัสโดยตรง
    พวกที่ใช้สัมผัสหรือใช้ทาเฉพาะที่ผิวฟันก็มีในรูปของวุ้นข้นๆ
    หรือเจล และที่เรามักเห็นคุ้นตาก็คือ ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก

 

การใช้ฟลูออไรด์สำหรับป้องกันฟันผุให้มีประสิทธิภาพดีที่สุดนั้นต้องใช้ทั้งกินและทาที่ผิวฟันโดยตรง
และอยู่ในระยะเวลาที่เหมาะสม คือในแต่ละอายุให้ปริมาณไม่เท่ากัน
และวิธีใช้ที่แตกต่างกัน
ผู้ปกครองควรที่จะรับรู้วิธีการใช้ฟลูออไรด์อย่างถูกต้องและเหมาะสมจากทันตแพทย์

 

ฟลูออไรด์ในรูปแบบต่างๆ

 

  • ฟลูออไรด์ในน้ำประปา
    ความคิดที่จะใช้ระบบป้องกันฟันผุในชุมชนใหญ่ๆ ให้ได้ผลมีประสิทธิภาพ
    และเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุดนั้นได้มีการศึกษาและทดลองกันอย่างแพร่หลาย
    และมาสรุปตรงว่าถ้าเราใช้ฟลูออไรด์เติมในน้ำประปาให้มีปริมาณ 1 ส่วน
    ในล้านส่วนแล้วจะช่วยลดฟันผุได้ถึง 50-60 %
    ข้อเท็จจริงเหล่านี้จะเห็นได้จากความสำเร็จในหลายๆประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ
    นิวซีแลนด์
    และสิงคโปร์

    สำหรับประเทศไทยเราได้ศึกษาการใช้ฟลูออไรด์ในน้ำประปามาเป็นระยะเวลาพอสมควร
    และน่าจะได้รับการพิจารณาเป็นโครงการระดับชาติ ที่จะช่วยลดอัตราฟันผุ
    เช่นเดียวกับหลายประเทศที่ประสบความสำเร็จในเรื่องนี้อย่างยิ่ง

  • ฟลูออไรด์ชนิดเม็ดและน้ำ
    เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะให้เด็กรับประทานฟลูออไรด์
    สำหรับชนิดน้ำใช้หยดให้เด็กทารกรับประทานตั้งแต่เกิดจนกระทั่งฟันขึ้น
    พอรู้จักเคี้ยวอาหารจึงเปลี่ยนมาเป็นชนิดเม็ดในเด็กอายุ 2-3 ขวบขึ้นไป
    หากรับประทานตั้งแต่เกิดจนอายุ 14 ปี
    จะทำให้ฟลูออไรด์มีประสิทธิภาพสูงสุดไปเสริมให้ฟันเข็งแรงสมบูรณ์
  • น้ำยาบ้วนปากฟลูออไรด์ช่วยลดฟันผุได้ 20-25 %
  • ยาสีฟันฟลูออไรด์ช่วยลดฟันผุได้ 20 %
  • ฟลูออไรด์เจล ที่ใช้ในคลีนิกทันตกรรม
    เป็นฟลูออไรด์ที่มีความเข้มข้นสูง ใช้ในการเคลือบหรือทาที่ฟันโดยตรงโดยทันตแพทย์
    ทำทุกๆ 6 เดือน จะช่วยลดฟันผุได้ 20-30 %

 

สำหรับผู้สูงอายุฟลูออไรด์ก็มีบทบาทในการป้องกันรากฟันผุในกรณีที่มีเหงือกร่น
คนที่ได้รับฟลูออไรด์ปริมาณที่เหมาะสมจะมีการผุของรากฟันต่ำกว่าคนที่ไม่ได้ใช้ฟลูออไรด์
และในกรณีที่เป็นผู้ที่ต้องได้รับการฉายแสงจากการรักษามะเร็งในช่องปาก การใช้
ฟลูออไรด์ เข้มข้นเคลือบฟันให้เนื้อฟันแข็งแรงขึ้น
และก็ช่วยลดอัตราการผุของฟันได้อย่างดี

 

ในกรณีที่มีการเสียวฟันจากคอฟันสึก
การใช้ฟลูออไรด์เข้มข้นก็จะช่วยลดอาการเสียวฟันได้เช่นกัน

 

เป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่นักวิจัยทางทันตแพทย์ค้นคว้าจนสามารถนำฟลูออไรด์มาช่วยป้องกันฟันผุจนให้ผลที่น่าพอใจ
แต่ก็ยังมีองค์ประกอบอื่นๆ ที่ช่วยเสริมให้สุขภาพช่องปากสมบูรณ์ขึ้น คือ
การสร้างอุปนิสัยในการดูแลฟัน และเหงือกโดยการแปรงฟันอย่างถูกวิธี
การใช้เส้นใยไนล่อนขัดฟัน การเลือกรับประทานอาหารอย่างถูกต้อง
ตลอดจนพบทันตแพทย์ตรวรจฟันทุกครึ่งปี
ถ้าทำได้เช่นนี้ก็เชื่อว่าคุณคงจะมีสุขภาพช่องปากที่สมบูรณ์แข็งแรงตลอดไป

 

ที่มาข้อมูล : นิตยสาร Health Today

ประโยชน์จากเปลือกทุเรียนพัฒนาเป็นน้ำยาบ้วนปาก

Monday, November 10th, 2008

MCOT News 10 November 2008
ยา
นักวิจัยคณะเภสัชฯ จุฬาฯนำเปลือกทุเรียนส่วนที่ขาว ๆ ตัดหนาม

เลาะเปลือกสีเขียวทิ้ง เพื่อกำจัดสารเคมีต่าง ๆ ทั้งยาฆ่าแมลง สารเร่งทุเรียน จากนั้น นำส่วนเปลือกขาว ๆ มาสกัด

ได้สารบริสุทธิ์ มีความเป็นกรดอ่อน ๆ นำไปทดสอบพบว่า

ทำเป็นพลาสเตอร์ปิดแผล รักษาแผลที่ผิวหนังหายได้ดี

อาจารย์คณะทันตะฯ จุฬาฯ จึงนำมาต่อยอดพัฒนาเป็น “น้ำยาบ้วนปาก”

น้ำสีเหลือง ๆ ที่คุณผู้อ่านเห็นนี่แหละค่ะ สกัดจากเปลือกทุเรียน

นำสารสกัดไปพัฒนาในรูปแบบยาสีฟันเพื่อป้องกันโรคฟันผุ

น้ำยาบ้วนปาก รสชาติไม่เผ็ดร้อน ทดสอบในอาหารเลี้ยงเชื้อแบคทีเรีย

พบว่า ฆ่าแบคทีเรียในช่องปากได้ เป็นที่น่าพอใจ

น้ำยาบ้วนปากจะมีรสชาติเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ ไม่เผ็ดร้อน

คุณผู้อ่านที่สนใจผลิตภัณฑ์น้ำยาบ้วนปากจากเปลือกทุเรียน

รศ.ทพ.ดร.พสุธา ธัญญะกิจไพศาล ผู้ช่วยคณบดีคณะทันตแพทย์ศาสตร์ จุฬาฯ บอกว่า งาน “จุฬาฯวิชาการ ปี 2551″ จัดขึ้นระหว่าง

วันที่ 26 – 30 พฤศจิกายน 2551 ที่ จุฬาฯ

น้ำยาบ้วนปากจำเป็นแค่ไหน

Monday, July 7th, 2008

น้ำยาบ้วนปากมีอยู่ 3 ประเภท

  1. น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ เพื่อช่วยให้เนื้อฟันมีความแข้งแรงขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ฟันผุง่าย สามารถใช้ได้เป็นประจำ
  2. น้ำยาบ้วนปากที่มีโปตัสเซียมไนเตรทเพื่อแก้เสียวฟัน เหมาะสำหรับผู้มีปัญหาเหงือกร่นจนรากฟันโผล่ทำให้เสียวฟันง่าย
  3. น้ำยาบ้วนปากชนิดฆ่าเชื้อแบคทีเรีย  เหมาะสำหรับใช้ชั่วคราวเวลาที่แปรงฟันไม่ได้หลังผ่าตัดในช่องปาก  การใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน จะฆ่าเชื้อแบคทีเรียในช่องปากจนหมด  เกิดการเสียสมดุลย์อาจเกิดการติดเชื้อราได้ง่ายขึ้น