สาเหตุการผุของฟันแท้ซี่แรก

Tuesday, November 17th, 2009

เนื่องจากผู้ปกครองเข้าใจคิดว่า ฟันซี่นี้เป็นฟันน้ำนม เพราะฟันแท้ซี่แรกนี้ ไม่ได้ขึ้นแทนที่ฟันน้ำนม แต่จะขึ้นต่อจากฟันกรามน้ำนมซี่สุดท้าย จึงไม่ได้สนใจดูแล และนำเด็กไปรับการอุดฟันจากทันตแพทย์ ถึงแม้จะเห็นว่า ฟันของเด็กผุเป็นรูดำแล้วก็ตาม เพราะคิดว่า เป็นฟันน้ำนมถึงถูกถอนก็มีฟันแท้ ขึ้นมาแทนที่

ฟันน้ำนมผุอยู่ก่อนเป็นเหตุให้ฟันแท้ซี่แรกผุตามไปด้วย
ลักษณะบนด้านบดเคี้ยวของฟันซี่นี้มีร่องลึกทำให้เศษอาหารไปติดหมักหมม เกิดกรดทำลายเนื้อฟันได้ง่าย และด้านข้างที่ติดกระพุ้งแก้มก็มักจะผุ เนื่องจาก เศษอาหารเข้าไปติด ถึงแม้เด็กแปรงฟันบ้วนปากเองก็มักไม่ออก ต้องอาศัย ผู้ปกครองช่วยแปรงฟันให้เศษอาหารจึงออกมา เพราะตรงตำแหน่งนั้น กระพุ้งแก้มหนีบชิดกับฟันมาก

ในขณะเด็กอายุ 5-6 ปี เป็นระยะที่เด็กไปโรงเรียนเป็นวัยที่ชอบกินจุบกินจิบ โดยเฉพาะขนมหวาน ๆ เช่น ท๊อฟฟี่ ลูกกวาด ช็อคโกแลต น้ำหวาน ซึ่งเป็นตัวการทำให้เกิดกรดทำลายฟันให้ผุ ซึ่งบางโรงเรียนจะเป็นแหล่งขายเสียเอง หรือมิฉะนั้น จะมีพ่อค้าหัวใสมาตั้งร้านขายขนมอยู่หน้าโรงเรียน เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะเจ้าของโรงเรียนบางโรงเรียน ครูบางคนขาดความรู้ และไม่เห็นความสำคัญ ในเรื่องนี้ ซึ่งผู้เขียนคิดว่า ถึงเวลาแล้วที่ทั้งผู้ปกครอง เจ้าของโรงเรียน ตลอดจนครูต้องหันมาร่วมมือกัน เพื่อให้บุตรหลาน และนักเรียนของท่าน ไม่เป็นโรคฟันผุ และถูกถอนฟันซี่ที่สำคัญมากซี่นี้ไป โดยทุกคนต้องช่วยกระตุ้นให้เด็ก ดูแลความสะอาดในช่องปาก เลือกรับอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหาร ที่ทำลายฟัน ครูควรแนะนำให้เด็กแปรงฟันหลังอาหารกลางวันที่โรงเรียนจะช่วยลด การเกิดฟันผุได้มาก มีหลายโรงเรียนที่เด็กแปรงฟันหลังอาหารกลางวันที่โรงเรียน หลังจากเด็กปฏิบัติตัวเช่นนี้เป็นประจำ ครูได้บอกกับผู้เขียนเองว่าเด็กฟันสะอาดขึ้น โรคฟันผุน้อยลงและมีผลกระทบให้เด็กเป็นไข้หวัดน้อยลงด้วย

ฟันซี่นี้ขึ้นก่อนฟันแท้ซี่อื่น ๆ จึงทำหน้าที่บดเคี้ยวอาหารหนักที่สุด ประกอบกับ ตำแหน่งที่ขึ้นอยู่ติดโคนสุดของกระพุ้งแก้มยากต่อการที่เด็กจะทำความสะอาด เมื่อรับประทานอาหารเข้าไป เศษอาหารจะติดหมักหมมอยู่ตรงนั้น ทำให้ฟันผุมากยิ่งขึ้น

เด็กขาดความรู้ในการดูแลรักษาความสะอาดในช่องปาก การเลือกรับประทานอาหารที่บำรุงฟัน และหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำลายฟัน

สธ.เผย ‘ลวดดัดฟันแฟชั่น’ มีสารพิษเพียบ อาจถึงตาย

Friday, August 22nd, 2008

13 พฤษภาคม 2551 จากทันตแพทยสภา

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันยังพบวัยรุ่นจำนวนมากนิยมจัดฟันหรือดัดฟัน ทั้งแบบดัดฟันจริงและดัดฟันตามแฟชั่น ทำให้ผู้จำหน่ายหัวใสนำลวดดัดฟันแฟชั่นมาจำหน่ายในราคาถูก และหาซื้อได้ตามตลาดนัดและเปิดท้ายขายของทั่วไป ราคาไม่เกินหลักร้อยบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับการดัดฟันโดยทันตแพทย์จะมีค่าใช้จ่ายสูงและขั้นตอนที่ยุ่งยาก ทำให้ลวดดัดฟันแฟชั่นได้รับความนิยมด้วยราคาที่ไม่แพง
‘ลวดดัดฟันแฟชั่นที่วางขายทั่วไปมีลักษณะเป็นลวดสเตนเลส ซึ่งเป็นลวดที่ร้อยดอกไม้ และมีการใส่ลูกปัดหลากสี พลาสติกยาง หรือกากเพชร และจากการตรวจสอบพบว่ามีสารปนเปื้อนหลายชนิด เช่น ตะกั่ว พลวง ซิลิเนียม โครเมียม สารหนู และอื่นๆ ซึ่งสารเหล่านี้หากสะสมในร่างกายปริมาณมากจะก่อให้เกิดผลต่อไตทำให้ไตวายอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้’ นายชวรัตน์ กล่าว
นายชวรัตน์ กล่าวต่อว่า ลวดดัดฟันจัดเป็นเครื่องมือแพทย์ทั่วไปที่ต้องขออนุญาตนำเข้าจาก อย. และมีมาตรฐานตามที่กำหนด แต่ลวดดัดฟันแฟชั่นที่ขายตามตลาดนัดนั้น ไม่จัดเป็นเครื่องมือแพทย์ วัสดุก็ไม่ได้มาตรฐาน วิธีการที่ผู้ซื้อลวดดัดฟันแฟชั่นใช้นั้น พบว่ามีการนำลวดมาวางไว้บนฟัน แล้วสอดปลายลวดเข้าไปในซอกฟันเพื่อเกี่ยวไม่ให้ลวดหลุดออก นับว่าเป็นอันตรายอย่างมาก เพราะภายในช่องปากมีน้ำลาย ซึ่งมีความเป็นกรด-ด่าง โดยจะทำปฏิกิริยากับสีที่เคลือบลูกปัด ทำให้สารที่เคลือบอยู่นั้นละลายออกมาและสะสมในร่างกาย นอกจากนี้ ลวดที่ใช้ก็อาจจะเกี่ยวกับกระพุ้งแก้ม เหงือก หรืออวัยวะในช่องปาก หากเป็นลวดที่ไม่ผ่านขั้นตอนการฆ่าเชื้อหรือไม่สะอาด ก็จะทำให้เกิดแผลติดเชื้อได้
‘การที่เราจะจัดหรือดัดฟันจึงไม่ควรซื้อลวดดัดฟันมาใช้เอง หากจำเป็นต้องจัดหรือดัดฟัน ต้องปรึกษาโดยตรงกับทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่โรงพยาบาลหรือคลินิกที่ได้มาตรฐาน โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับทันตแพทย์ที่ทำการรักษาได้ โดยเข้าไปในเว็บไซต์ของสมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย ซึ่งจะมีรายชื่อของทันตแพทย์ที่ผ่านการฝึกฝนและขึ้นทะเบียนไว้แล้ว เพราะถ้าแพทย์ไม่มีความรู้ และใช้อุปกรณ์และเครื่องมือดัดฟันที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็จะก่อให้เกิดอันตรายและเกิดผลเสียกับผู้ใช้บริการอย่างคาดไม่ถึงได้’ นายชวรัตน์ กล่าว