<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>คลีนิกทันตแพทย์สมเกียรติ จัดฟัน,ดัดฟัน,รักษารากฟัน,อุดฟัน,ใส่ฟัน,ฟอกสีฟัน,ขูดหินปูน SKDentalclinic.com &#187; กระดูกขากรรไกร</title>
	<atom:link href="http://www.skdentalclinic.com/tag/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b8%a3/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.skdentalclinic.com</link>
	<description>จัดฟัน,ทำฟัน,ดัดฟัน,รักษารากฟัน,อุดฟัน,ใส่ฟัน,ฟอกสีฟัน,ขูดหินปูน</description>
	<lastBuildDate>Thu, 26 Jan 2012 07:17:10 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3</generator>
		<item>
		<title>เสริมสุขภาพฟัน กินดีไม่มีผุ</title>
		<link>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88.html</link>
		<comments>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 28 Jan 2011 07:07:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>malinee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[กรดโอลีโนอิค]]></category>
		<category><![CDATA[กระดูกขากรรไกร]]></category>
		<category><![CDATA[บริโภคผักและผลไม้]]></category>
		<category><![CDATA[ลูกเกด]]></category>
		<category><![CDATA[สารโพลีฟีนอลในชาเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[สารไซลิทอลด้วย]]></category>
		<category><![CDATA[สารไอโซทิโอไซยาแนตท์]]></category>
		<category><![CDATA[หลีกเลี่ยงพฤติกรรมการทานอาหารก่อนนอนตอนกลางคืน]]></category>
		<category><![CDATA[เมล็ดองุ่นแห้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟเบอร์สูง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.skdentalclinic.com/?p=104</guid>
		<description><![CDATA[อาหารที่รับประทานเข้าไปก็มีส่วนต่อสุขภาพฟัน ยิ่งถ้าเน้นดื่มกาแฟ เหล้า เบียร์ ขบเคี้ยวของหวาน อมลูกกวาดที่อุดมไปด้วยน้ำตาล และมีพฤติกรรมสูบบุหรี่เป็นประจำ ฟันสีขาวสะอาดตาก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็นสีเหลือง ดำแถมยังเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ยิ่งถ้าชอบรับประทานอาหารก่อนนอนตอนกลางคืน ยิ่งเป็นการเพิ่มโอกาสเกิดฟันผุ ทว่าไม่อยากฟันผุ ไม่เพียงแค่หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารและลดพฤติกรรมข้างต้นเท่านั้น เพราะผู้อ่านรักษ์สุขภาพฟัน ควรหันมาบริโภคผักและผลไม้ที่มีเส้นใยหรือไฟเบอร์สูง อาทิ ฝรั่ง แอปเปิ้ล เพื่อทำความสะอาดฟัน หากให้เด็กรับประทานผัก-ผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูงก็จะช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของกระดูกขากรรไกรได้ดี ยังมีกรดโอลีโนอิค ที่สามารถป้องกันแบคทีเรียในช่องปาก ซึ่งหาได้จากการรับประทานลูกเกดหรือเมล็ดองุ่นแห้ง ส่วนการดื่มชาเขียว ทีมีสารโพลีฟีนอลก็ช่วยลดโอกาสที่จะเกิดฟันผุได้ เนื่องจากสารดังกล่าวมีประสิทธิภาพยับยั้งการเกาะติดของแบคทีเรียตัวการทำฟันผุ ในอาหารสไตล์ญี่ปุ่น เครื่องเทศปรุงรสจัดจ้าน อย่าง วาซาบิ ที่มีสารไอโซทิโอไซยาแนตท์ มีคุณสมบัติต้านการผลิตเอนไซม์ที่ก่อให้เกิดหินปูน ที่ขาดไม่ได้ต้องดื่มนมวัว เพราะโปรตีนในนมวัวมี CPP-ACP ช่วยซ่อมแซมฟันที่เริ่มผุในระยะแรก กระตุ้นแร่ธาตุให้กลับคืนสู่ฟัน ทำให้ฟันแข็งแรง ไม่ว่าจะรับประทานอาหารชนิดใด อย่าลืมทำความสะอาดฟันด้วยการแปรงฟันอย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน และเคี้ยวหมากฝรั่งที่มีส่วนผสมของสารไซลิทอลด้วย. takecareDD@gmail.com ที่มาข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อาหารที่รับประทานเข้าไปก็มีส่วนต่อสุขภาพฟัน ยิ่งถ้าเน้นดื่มกาแฟ เหล้า เบียร์ ขบเคี้ยวของหวาน อมลูกกวาดที่อุดมไปด้วยน้ำตาล และมีพฤติกรรมสูบบุหรี่เป็นประจำ ฟันสีขาวสะอาดตาก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็นสีเหลือง ดำแถมยังเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ยิ่งถ้าชอบรับประทานอาหารก่อนนอนตอนกลางคืน ยิ่งเป็นการเพิ่มโอกาสเกิดฟันผุ</p>
<p>ทว่าไม่อยากฟันผุ ไม่เพียงแค่หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารและลดพฤติกรรมข้างต้นเท่านั้น เพราะผู้อ่านรักษ์สุขภาพฟัน ควรหันมาบริโภคผักและผลไม้ที่มีเส้นใยหรือไฟเบอร์สูง อาทิ ฝรั่ง แอปเปิ้ล เพื่อทำความสะอาดฟัน หากให้เด็กรับประทานผัก-ผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูงก็จะช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของกระดูกขากรรไกรได้ดี</p>
<p>ยังมีกรดโอลีโนอิค ที่สามารถป้องกันแบคทีเรียในช่องปาก ซึ่งหาได้จากการรับประทานลูกเกดหรือเมล็ดองุ่นแห้ง ส่วนการดื่มชาเขียว ทีมีสารโพลีฟีนอลก็ช่วยลดโอกาสที่จะเกิดฟันผุได้ เนื่องจากสารดังกล่าวมีประสิทธิภาพยับยั้งการเกาะติดของแบคทีเรียตัวการทำฟันผุ</p>
<p>ในอาหารสไตล์ญี่ปุ่น เครื่องเทศปรุงรสจัดจ้าน อย่าง วาซาบิ ที่มีสารไอโซทิโอไซยาแนตท์ มีคุณสมบัติต้านการผลิตเอนไซม์ที่ก่อให้เกิดหินปูน ที่ขาดไม่ได้ต้องดื่มนมวัว เพราะโปรตีนในนมวัวมี CPP-ACP ช่วยซ่อมแซมฟันที่เริ่มผุในระยะแรก กระตุ้นแร่ธาตุให้กลับคืนสู่ฟัน ทำให้ฟันแข็งแรง</p>
<p>ไม่ว่าจะรับประทานอาหารชนิดใด อย่าลืมทำความสะอาดฟันด้วยการแปรงฟันอย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน และเคี้ยวหมากฝรั่งที่มีส่วนผสมของสารไซลิทอลด้วย.</p>
<p><a href="mailto:takecareDD@gmail.com">takecareDD@gmail.com</a><br />
ที่มาข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นิสัยทีมีผลต่อตัวฟัน</title>
		<link>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99.html</link>
		<comments>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Oct 2009 04:06:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>malinee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[กระดูกขากรรไกร]]></category>
		<category><![CDATA[การดูดนิ้ว]]></category>
		<category><![CDATA[การสบฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่่องมือจัดฟัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99.html</guid>
		<description><![CDATA[คัดลอกข้อมูลจากงานจุฬาฯวิชาการ 48 โดย คณะทันตแพทยศาสตร์ จัดแสดงที่ ศาลาพระเกี้ยว ท่านสามารถอ่านรายละเอียดทั้งหมดได้ที่ http://www.pharm.chula.ac.th/physiopharm/2548_sem2/group13-1.html นิสัยที่เกี่ยวกับช่องปากที่ทำให้เกิดผลเสียต่อตัวฟัน กระดูกขากรรไกร และใบหน้าที่พบได้บ่อยในวัยเด็กเล็ก ได้แก่ การดูดนิ้ว การดูดนิ้วนับเป็นพฤติกรรมปกติในเด็กทารก ที่ใช้ปากเพื่อดูดนม และทำความรู้จักกับสิ่งใหม่ ๆ รอบตัว โดยทั่วไปเมื่อเด็กโตขึ้นจะค่อย ๆ เลิกดูดนิ้วไปเอง ในกรณีที่เด็กยังคงมีนิสัยดูดนิ้วหรือจุกนมปลอมหลังอายุ 3-4 ปี จัดเป็นความผิดปกติที่ควรแก้ไข เพราะการดูดนิ้วบ่อย ๆ และนาน ๆ อาจทำให้เกิดฟันหน้าสบเปิด (ฟันหน้าบนและล่างไม่สบกัน) ฟันยื่น หรือ ฟันหลังสบผิดปกติได้ กลไกของแรงที่ส่งผลถึงฟันในขณะดูดนิ้ว 1. แรงของนิ้วที่อยู่ในปากด้านที่ติดกับฟันบนจะดันฟันบนให้ขยับตัวออกมาทางด้านหน้า และแหงนตัวสูงขึ้น มีผลทำให้ฟันหน้ายื่น 2. แรงของนิ้วที่อยู่ในปากด้านที่ติดกับฟันหน้าล่าง จะกดฟันหน้าล่างให้จมลงและถูกผลักให้เอียงเข้าไปทางด้านลิ้น มีผลให้ฟันหน้าล่างหลุบเข้ามาด้านในและซ้อนเก 3. การอมนิ้วทำให้ต้องอ้าปากมากกว่าปกติ เมื่อฟันหลังบนและล่างอยู่ห่างจากกันนาน ๆ อาจทำให้เดการยาวของฟันหลังเข้าหากัน มีผลให้ฟันหน้าบนและล่างกัดกันได้น้อยกว่าปกติ นอกจากนี้ แรงกดจากกล้ามเนื้อข้างแก้มในขณะดูดนิ้ว ยังอาจมีผลต่อตำแหน่งของฟันกรามบน โดยฟันกรามบนจะถูกบีบเข้าหากัน ทำให้ขากรรไกรบนแคบ และ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คัดลอกข้อมูลจากงานจุฬาฯวิชาการ 48<br />
โดย คณะทันตแพทยศาสตร์<br />
จัดแสดงที่ ศาลาพระเกี้ยว<br />
ท่านสามารถอ่านรายละเอียดทั้งหมดได้ที่ http://www.pharm.chula.ac.th/physiopharm/2548_sem2/group13-1.html</p>
<p>นิสัยที่เกี่ยวกับช่องปากที่ทำให้เกิดผลเสียต่อตัวฟัน กระดูกขากรรไกร และใบหน้าที่พบได้บ่อยในวัยเด็กเล็ก ได้แก่ การดูดนิ้ว </p>
<p>การดูดนิ้วนับเป็นพฤติกรรมปกติในเด็กทารก ที่ใช้ปากเพื่อดูดนม และทำความรู้จักกับสิ่งใหม่ ๆ รอบตัว โดยทั่วไปเมื่อเด็กโตขึ้นจะค่อย ๆ เลิกดูดนิ้วไปเอง </p>
<p>ในกรณีที่เด็กยังคงมีนิสัยดูดนิ้วหรือจุกนมปลอมหลังอายุ 3-4 ปี จัดเป็นความผิดปกติที่ควรแก้ไข เพราะการดูดนิ้วบ่อย ๆ และนาน ๆ อาจทำให้เกิดฟันหน้าสบเปิด (ฟันหน้าบนและล่างไม่สบกัน) ฟันยื่น หรือ ฟันหลังสบผิดปกติได้</p>
<p>กลไกของแรงที่ส่งผลถึงฟันในขณะดูดนิ้ว<br />
1. แรงของนิ้วที่อยู่ในปากด้านที่ติดกับฟันบนจะดันฟันบนให้ขยับตัวออกมาทางด้านหน้า และแหงนตัวสูงขึ้น มีผลทำให้ฟันหน้ายื่น </p>
<p>2. แรงของนิ้วที่อยู่ในปากด้านที่ติดกับฟันหน้าล่าง จะกดฟันหน้าล่างให้จมลงและถูกผลักให้เอียงเข้าไปทางด้านลิ้น มีผลให้ฟันหน้าล่างหลุบเข้ามาด้านในและซ้อนเก </p>
<p>3. การอมนิ้วทำให้ต้องอ้าปากมากกว่าปกติ เมื่อฟันหลังบนและล่างอยู่ห่างจากกันนาน ๆ อาจทำให้เดการยาวของฟันหลังเข้าหากัน มีผลให้ฟันหน้าบนและล่างกัดกันได้น้อยกว่าปกติ </p>
<p>นอกจากนี้ แรงกดจากกล้ามเนื้อข้างแก้มในขณะดูดนิ้ว ยังอาจมีผลต่อตำแหน่งของฟันกรามบน โดยฟันกรามบนจะถูกบีบเข้าหากัน ทำให้ขากรรไกรบนแคบ และ มีการสบคร่อมของฟันหลังผิดปกติ </p>
<p>• ผลเสียของการดูดนิ้ว </p>
<p>- ฟันหน้ายื่น </p>
<p>- ฟันหน้าสบเปิด </p>
<p>- มีลิ้นออกมาแทรกขณะกลืน<br />
เมื่อฟันหน้าสบเปิด (ฟันหน้าบนและล่างไม่ชนกัน) จะทำให้ขาดเครื่องช่วยกันลิ้นทั้งในเวลาปกติและในขณะกลืน เด็กจึงมักยื่นลิ้นออกมาแทรก ระหว่างฟันบนและฟันล่าง ซึ่งมีผลให้ฟันหน้าสบเปิดมากขึ้น </p>
<p>• ลักษณะและความรุนแรงของความผิดปกติขึ้นอยู่กับ </p>
<p>- ระยะเวลา เป็นปัจจัยสำคัญที่สุด กล่าวคืน ยิ่งดูดนาน จะยิ่งมีความผิดปกติมาก </p>
<p>- แรงที่ใช้ในการดูด </p>
<p>- ตำแหน่งการวางนิ้ว มีผลต่อทิศทางของแรงซึ่งอาจทำให้เกิดความผิดปกติของฟันได้ต่าง ๆ กัน </p>
<p>การกัดเล็บ<br />
เด็กที่ใช้ฟันหน้ากัดเล็บ หรือวัตถุอื่นบ่อย ๆ นอกจากจะเป็นการเปิดช่องทางให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้โดยง่ายแล้ว ยังอาจทำให้เกิดความผิดปกติของตำแหน่งฟัน ฟันสึก หรือ เหงือกร่น ได้ </p>
<p>เด็กบางคนอาจชอบกัดหรือดูดริมฝีปากล่างเล่นบ่อย ๆ โดยไม่รู้ตัว ทำให้ฟันหน้าได้รับแรงเพิ่มขึ้นจนอาจมีตำแหน่งผิดปกติได้ เช่น ฟันหน้าบนยื่น ฟันหน้าล่างล้มเข้าด้านในและซ้อนเก เป็นต้น </p>
<p>การกลืนผิดปกติ </p>
<p>หมายถึง ลักษณะการใช้ลิ้นยื่นออกมาดุนฟันหน้าขณะกลืนน้ำลาย พบได้บ่อย ในเด็กที่ดูดนิ้ว จุกนมปลอม หรือดูดขวดนมนาน ๆ การที่ลิ้นแทรกอยู่ระหว่างฟันหน้าจนเป็นนิสัยอาจทำให้ฟันหน้าห่าง หรือ ฟันยื่น หรือ ฟันหน้าสบเปิดได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของลิ้นในขณะกลืนว่าจะทำให้แรงที่มากกว่ากกว่าปกติเกิดกับฟันบริเวณใด </p>
<p>คำแนะนำ </p>
<p>ความผิดปกติของฟันน้ำนมที่เกิดจากลักษณะนิสัย จะไม่มีผลต่อฟันแท้ ถ้าสามารถเลิกนิสัยนั้นได้ก่อนที่ฟันแท้จะขึ้น ดังนั้น หากพบนิสัยผิดปกติเหล่านี้ในเด็กเล็กควรพยายามดำเนินการแก้ไขเป็นลำดับ ดังนี้ </p>
<p>1. เบี่ยงเบนความสนใจ โดยให้เด็กมีกิจกรรมอื่นทดแทน เช่น การวาดภาพ การต่อรูป หรือการร้องเพลง หากเด็กดูดนิ้วหรือจุกนมในช่วงเวลากลางคืน เมื่อหลับแล้วให้ค่อย ๆ ดึงมือ หรือจุกนมออกทุกครั้ง </p>
<p>2. อธิบาย ให้เด็กเข้าใจว่า นิสัยเกี่ยวกับช่องปากอาจทำให้เกิดผลเสียอย่างไรได้บ้าง ในกรณีที่เด็กโตที่จะรับฟังเหตุผล พยายามพูดคุยกับเด็กวัยต่าง ๆ ด้วยคำง่าย ๆ หลีกเลี่ยงการลงโทษ หรือดุว่าอย่างรุนแรง เพราะอาจทำให้เกิดความกดดันต่อเด็ก โดยทั่วไปเด็กที่โตพอ จะเข้าใจเหตุผลและเต็มใจที่จะเลิกนิสัยนั้น ถ้ามีการชักจูงที่ดี ไม่ควรบังคับเด็ก แต่ควรใช้วิธีพูดคุยเพื่อจูงใจมากกว่า </p>
<p>3. ใช้เครื่องเตือนใจ เพื่อป้องกันการเผลอในเด็กที่เต็มใจให้ความร่วมมือ เช่น ใช้พลาสเตอร์พันหลวม ๆ ที่นิ้ว เมื่อเด็กเอานิ้วเข้าปากจะรู้สึกต่างจากเดิม ช่วยเตือนใจให้เด็กรู้ตัวว่าจะไม่ทำพฤติกรรมอย่างนั้นอีก </p>
<p>4.ให้กำลังใจแก่เด็กเมื่อเด็กลด หรือเลิกนิสัยได้ (อาจเป็นคำชมเชย หรือ ให้รางวัล เป็นต้น) </p>
<p>5. ปรึกษาทันตแพทย์ หากเด็กยังสามารถเลิกนิสัยได้เอง ทันตแพทย์อาจใช้เครื่องมือจัดฟันบางชนิดใส่ให้เด็กเพื่อให้เด็กเตือนใจ และขัดขวางไม่ให้มีพฤติกรรมนั้นโดยง่าย </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฟันคุดเจ้าปัญหา</title>
		<link>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2.html</link>
		<comments>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2009 07:06:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>malinee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[กระดูกขากรรไกร]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[ฟันกราม]]></category>
		<category><![CDATA[ฟันคุด]]></category>
		<category><![CDATA[ฟันฝัง]]></category>
		<category><![CDATA[ฟันวิสดอม]]></category>
		<category><![CDATA[รากฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[เศษอาหาร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2.html</guid>
		<description><![CDATA[ที่มา ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ] คัดลอก จากนิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 23 ฉบับที่ 2 กุมภาพันธ์ 2542 ] ฟันคุด คือ อะไร คำว่า &#8220;คุด&#8221; เป็นคำกริยา มีความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน แปลว่า งอก งอ อยู่ในกระดูกไม่โผล่ออกมาตามปกติ เช่น หนวดคุด รากคุด โดยธรรมชาติ ขากรรไกรจะมีขนาดพอเหมาะสำหรับฟัน 28 ซี่ แต่คนเรามีการสร้างฟันทั้งสิ้นจำนวน 32 ซี่ ฟันบางซี่จึงขึ้นไม่ได้ จะคุดอยู่ในกระดูก เป็นบางส่วน หรืออยู่ใต้กระดูกทั้งซี่ อาจอยู่ในลักษณะตั้งตรง เอียง หรือนอนในแนวระนาบ และมักจะอยู่ชิดกับฟันข้างเคียงเสมอ พบว่าบางซี่ อาจจะมีเหงือกปกคลุมอยู่บางส่วน และมีบางส่วนของฟันโผล่พ้นเหงือกขึ้นมา หรืออาจจะมีเหงือกคลุมฟันอยู่ทั้งซี่ โดยมองไม่เห็นฟันเลยก็มี ฟันกรามซี่สุดท้ายมักขึ้นไม่ได้ เกิดเป็นฟันคุด ฟันที่พบว่าเป็นฟันคุดบ่อยที่สุด คือ ฟันกรามซี่สุดท้าย ซึ่งมีชื่อเรียกว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ที่มา ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]<br />
คัดลอก จากนิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 23 ฉบับที่ 2 กุมภาพันธ์ 2542 ]<br />
ฟันคุด คือ อะไร  </p>
<p>คำว่า &#8220;คุด&#8221; เป็นคำกริยา มีความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน แปลว่า งอก งอ อยู่ในกระดูกไม่โผล่ออกมาตามปกติ เช่น หนวดคุด รากคุด </p>
<p>โดยธรรมชาติ ขากรรไกรจะมีขนาดพอเหมาะสำหรับฟัน 28 ซี่ แต่คนเรามีการสร้างฟันทั้งสิ้นจำนวน 32 ซี่ ฟันบางซี่จึงขึ้นไม่ได้ จะคุดอยู่ในกระดูก เป็นบางส่วน หรืออยู่ใต้กระดูกทั้งซี่ อาจอยู่ในลักษณะตั้งตรง เอียง หรือนอนในแนวระนาบ และมักจะอยู่ชิดกับฟันข้างเคียงเสมอ พบว่าบางซี่ อาจจะมีเหงือกปกคลุมอยู่บางส่วน และมีบางส่วนของฟันโผล่พ้นเหงือกขึ้นมา หรืออาจจะมีเหงือกคลุมฟันอยู่ทั้งซี่ โดยมองไม่เห็นฟันเลยก็มี </p>
<p>ฟันกรามซี่สุดท้ายมักขึ้นไม่ได้ เกิดเป็นฟันคุด  </p>
<p>ฟันที่พบว่าเป็นฟันคุดบ่อยที่สุด คือ ฟันกรามซี่สุดท้าย ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ฟันวิสดอม<br />
โดยปกติ ฟันกรามซี่นี้จะงอกขึ้นมาในช่องปากเป็นซี่สุดท้าย ในช่วง อายุก่อน 20 ปีและจะอยู่ในสุดของขากรรไกร มักจะขึ้นเอียง ๆ และโผล่พ้นเหงือกบางส่วน ซึ่งพบว่า 9 คนใน 10 คน จะมีฟันอย่างน้อย 1 ซี่ อยู่ใต้เหงือก และมีอาการผิดปกติ ซึ่งได้แก่ อาการปวดบวม มีการติดเชื้อของเหงือกและฟัน ตลอดจนอาจจะทำให้มีอาการปวดศรีษะ หรือปวดหูโดยไม่ทราบสาเหตุ นอกจากนี้ ฟันกรามน้อย และฟันเขี้ยว ก็อาจจะคุดได้เช่นกัน แต่มักจะคุดแบบฝังตัวอยู่ใต้กระดูกทั้งซี่ กรณีที่ว่านี้จะเรียกเฉพาะไปอีกว่า ฟันฝัง ฟันคุดทำให้เกิดปัญหาได้หลายประการ จึงควรถอนออก </p>
<p>การถอนฟันคุดมีวัตถุประสงค์หลายประการ ได้แก่ </p>
<p>เพื่อป้องกันการอักเสบของเหงือกที่ปกคลุมฟัน เพราะจะมีเศษ อาหารเข้าไปติดอยู่ใต้เหงือก แล้วไม่สามารถทำความสะอาดได้ เชื้อแบคทีเรียที่มาสะสมอยู่จะทำให้เหงือกอักเสบ ปวดและเป็นหนอง ถ้าทิ้งไว้การอักเสบจะลุกลามไปใต้คาง หรือใต้ลิ้น ซึ่งจะทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรคไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้ง่าย นับว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่ง มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยเลยที่ต้องเข้านอนโรงพยาบาล เพื่อรักษาการติดเชื้อจากฟันคุดนี้<br />
เพื่อป้องกันฟันข้างเคียงผุ ซอกฟันระหว่างฟันคุดกับฟันกรามซี่ ที่สองที่อยู่ชิดกันนั้น ทำความสะอาดได้ยาก เพราะเป็นซอกหลืบ เล็กและแคบ เศษอาหารจะติดค้างอยู่ทำให้เกิดฟันผุได้ทั้งสองซี่<br />
เพื่อป้องกันการละลายตัวของกระดูก แรงดันจากฟันคุดที่ พยายามดันขึ้นมา จะทำให้กระดูกรอบรากฟัน หรือรากฟันข้างเคียงถูกทำลายไป<br />
เพื่อป้องกันการเกิดถุงน้ำหรือเนื้องอก ฟันคุดที่ทิ้งไว้นานไปจะ ก่อปัญหา อาจเกิดเป็นถุงน้ำ แล้วโตขึ้นโดยไม่แสดงอาการเลย จนในที่สุดเกิดเป็นเนื้องอกทำลายฟันซี่ข้างเคียง และกระดูกรอบ ๆ บริเวณนั้น<br />
เพื่อป้องกันกระดูกขากรรไกรหัก เนื่องด้วยการมีฟันคุดฝังอยู่ จะทำให้กระดูกบริเวณนั้นบางกว่าที่อื่น เกิดเป็นจุดอ่อน เมื่อเวลาได้รับอุบัติเหตุ หรือกระทบกระแทก กระดูกขากรรไกรบริเวณนั้นจะหักได้ง่าย<br />
วัตถุประสงค์อื่น ๆ เช่น ในการจัดฟัน ต้องถอนฟันกรามซี่ที่ สาม ออกเสียก่อนเพื่อให้ง่ายต่อการเคลื่อนฟันซี่อื่น ๆ </p>
<p>ควรถอนฟันคุดก่อนอายุ 25 ปี  </p>
<p>พบว่าฟันคุดส่วนใหญ่ทำให้เกิดปัญหาได้ 3 ใน 4 ของฟันกรามซี่สุดท้ายที่โผล่บางส่วนขึ้นมาในช่องปาก จะทำให้เกิดอาการต่าง ๆ ดังที่กล่าวมาแล้ว ฉะนั้นจึงควรถอนออกเสีย ช่วงอายุที่เหมาะสมคือ ก่อนอายุ 25 ปี เนื่องจากมีผู้ทำการศึกษาในต่างประเทศ โดยศึกษาผู้ป่วยจำนวน 9,500 คน มีอายุตั้งแต่ 12-83 ปี มีฟันคุดจำนวน 16,000 ซี่ พบว่า คนอายุ 24 ปี ขึ้นไป จะมีโอกาสเกิดอาการแทรกซ้อนมากกว่าคนอายุน้อยกว่านี้ ถึง 4 เท่า เพราะคนอายุน้อย แผลถอนฟันจะหายได้เร็วกว่า และฟันคุดนั้นก็เจริญไม่เต็มที่ การถอนก็จะทำได้ง่ายกว่า</p>
<p>การถอนฟันคุดไม่น่ากลัวอย่างที่คิด </p>
<p>คนส่วนใหญ่กลัวการถอนฟันอยู่แล้ว โดยเฉพาะเมื่อต้องถอนฟันคุด ซึ่งจำเป็นต้องเปิดเหงือก ให้เห็นฟันที่คุดอยู่ได้มากที่สุด และบางครั้งก็จำเป็นต้องกรอเอากระดูกที่อยู่เหนือฟันซี่นั้นออก เพื่อให้เอาฟันคุดออกได้ จากนั้นก็ทำความสะอาดแผล แล้วเย็บแผลไว้ด้วยเส้นไหมชนิดไม่ละลายเอง จึงต้องมาให้ทันตแพทย์ตัดเอาไหมออกหลังจากนั้น ประมาณ 7-10 วัน </p>
<p>ในการผ่าตัดทันตแพทย์จะใช้ยาชาฉีดเฉพาะที่ เพื่อไม่ให้มีความเจ็บปวด ขณะทำการผ่าตัด ส่วนใหญ่จะไม่ต้องใช้ยาสลบ จึงไม่จำเป็นต้องนอนพักหลังการผ่าตัด ผู้ป่วยสามารถทำงานได้ตามปกติในวันเดียว </p>
<p>การถอนฟันคุดนี้ใช้เวลาไม่นาน </p>
<p>โดยปกติการถอนฟันคุดซี่หนึ่งจะใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นกับ </p>
<p>ความเอียง และตำแหน่งของฟันคุดซี่นั้น<br />
ถ้าฟันเอียงและอยู่ลึกลงไปใต้กระดูกมากการเอาฟันนั้นออกจะยากขึ้น<br />
ลักษณะรากฟัน รากฟันที่โค้ง หรือ งอจะเป็นปัญหาในการถอนฟัน<br />
สภาพฟันคุดนั้น ถ้าปล่อยให้ฟันนั้นผุด้วย อาจจะเอาออกยากขึ้น เพราะฟันจะเปราะ<br />
กระดูกรอบ ๆ รากฟัน ที่มีความหนาแน่นมาก จะเอาฟันออกได้ยาก<br />
ลักษณะของฟันข้างเคียง ฟันข้างเคียงอาจจะบังฟันคุด เข้าไปถึงได้ยาก<br />
การยึดแน่นของฟันกับกระดูก บางครั้งรากฟันคุดเกิดเชื่อมเข้ากับกระดูกขากรรไกร จะเอาฟันคุดออกได้ยากขึ้น </p>
<p>อันตรายจากการถอนฟันคุดอาจพบได้บ้าง </p>
<p>ระหว่างผ่าตัด อาจจะทำให้เลือดออกมาก หรือเกิดอันตรายต่อเส้นประสาทฟัน และฟันข้างเคียง<br />
หลังการผ่าตัด อาจจะมีเลือดออกมา เกิดการติดเชื้อ หรือกระดูกเบ้าฟันที่ถอนอักเสบ ผู้ป่วยอาจจะอ้าปากไม่ขึ้น หรืออ้าปากได้น้อยกว่าปกติ<br />
ทั้งนี้โอกาสที่จะเกิดอันตรายนั้นมีน้อยมาก ทันตแพทย์จะต้องใช้ความรู้ความสามารถในการป้องกัน และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้ได้ ผู้ป่วยก็ต้องปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัด ตามที่ทันตแพทย์แนะนำโดยเคร่งครัด </p>
<p>การป้องกันอันตรายจากการถอนฟันคุด </p>
<p>การให้ทันตแพทย์ตรวจเป็นประจำปีละ 2 ครั้ง ร่วมกับการเอกซเรย์ฟันกรามซี่ที่สาม จะบอกได้ว่ามีที่พอจะขึ้นหรือไม่ ถ้าเป็นฟันคุดก็จำเป็นต้องถอนออก มิฉะนั้นอาจจะเกิดปัญหาขึ้นมากมาย ตามที่กล่าวมาแล้ว </p>
<p> ทญ.ฉวีวรรณ ภักดีธนากุล </p>
<p>ขอบคุณนิตยสารใกล้หมอ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่ </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทันตกรรมรากเทียมคืออะไร</title>
		<link>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84.html</link>
		<comments>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 22 Aug 2008 03:23:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>malinee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[กระดูกขากรรไกร]]></category>
		<category><![CDATA[ทันตกรรมรากเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[ฟันปลอมถอดไ้ด้]]></category>
		<category><![CDATA[แพทย์เฉพาะทาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.skdentalclinic.com/?p=25</guid>
		<description><![CDATA[11 กุมภาพันธ์ 2551 ข่าวสารจากทันตแพทยสภา บางครั้งผู้ป่วยไม่ต้องการใช้ฟันปลอมแบบถอดได้ และสภาพฟันในปากไม่เหมาะสมในการทำฟันปลอมชนิดติดแน่น ทำให้มีการคิดค้นทันตกรรมรากเทียมมาทดแทนรากฟันตามธรรมชาติที่เสียไป โดยการฝังรากเทียม ซึ่งมีลักษณะเป็นเกลียวลงไปในกระดูกขากรรไกรแล้วรอประมาณ 3-6 เดือน เพื่อให้กระดูกมายึดติดกับรากเทียม จึงต่อชิ้นฟันปลอมเข้ากับรากเทียม แต่ในปัจจุบัน ต้องรับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทาง และมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงทีเดียว]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>11 กุมภาพันธ์ 2551 ข่าวสารจากทันตแพทยสภา</p>
<p>บางครั้งผู้ป่วยไม่ต้องการใช้ฟันปลอมแบบถอดได้  และสภาพฟันในปากไม่เหมาะสมในการทำฟันปลอมชนิดติดแน่น  ทำให้มีการคิดค้นทันตกรรมรากเทียมมาทดแทนรากฟันตามธรรมชาติที่เสียไป  โดยการฝังรากเทียม ซึ่งมีลักษณะเป็นเกลียวลงไปในกระดูกขากรรไกรแล้วรอประมาณ 3-6  เดือน เพื่อให้กระดูกมายึดติดกับรากเทียม  จึงต่อชิ้นฟันปลอมเข้ากับรากเทียม<br />
แต่ในปัจจุบัน  ต้องรับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทาง และมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงทีเดียว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.skdentalclinic.com/uncategorized/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

