สังเกตอย่างไร ซี่ไหนฟันแท้-ฟันน้ำนม

Monday, May 9th, 2011

จากเมเนเจอร์ออนไลน์
วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
ข้อมูลจาก myfirstbrain.com
วิธีง่ายๆ ที่จะทราบว่าเด็กมีฟันกรามแท้หรือยัง คือให้นับฟันของลูก เด็กจะมีฟันน้ำนมทั้งหมด 20 ซี่ โดยแบ่งเป็นฟันบน 10 ซี่และฟันล่าง 10 ซี่ ซึ่งจะขึ้นครบเมื่ออายุก่อน 3 ขวบ”

ลูก มีฟันคล้ายๆ ฟันคุดขึ้นมาสองซี่ช่วงฟันหน้า แฟนบอกว่าปล่อยไว้อาจทำให้ฟันเกได้ แต่จะถอนออกก็กลัวแกเจ็บ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นฟันน้ำนมหรือฟันแท้ (ที่โผล่เกินขึ้นมา) จะต้องทำอย่างไรดี

เท่าที่ฟังคุณแม่อธิบายมา คิดว่าน่าจะเป็นฟันเกินของฟันแท้ที่บริเวณฟันหน้าบน ซึ่งจะสามารถวินิจฉัยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยการให้ทันตแพทย์เด็กตรวจดู พร้อมทั้งถ่ายภาพรังสีของฟันซี่หน้าบน และฟังดูน่าจะเป็นฟันเกินชนิดที่หันตัวฟันลงในทิศทางเดียวกับฟันปกติ ทำให้สามารถขึ้นมาในช่องปากได้เหมือนฟันปกติ แนะนำว่ารอให้ฟันเกินขึ้นมาจนเต็มซี่ก่อนแล้วจึงให้ทันตแพทย์เด็กถอนออก ซึ่งมักจะทำการถอนได้โดยไม่ยุ่งยาก แต่ควรพาลูกไปปรึกษาคุณหมอก่อน เพื่อให้ลูกเกิดความคุ้นเคย และให้คุณหมอมีโอกาสสร้างสัมพันธ์และสร้างความไว้วางใจกับลูกด้วยค่ะ

…คุณหมอจะเป็นผู้พิจารณาว่า ควรถอนฟันเกินนั้นออกเมื่อไร ในกรณีที่ฟันเกินไปขวางทางขึ้นของฟันแท้ในบริเวณนั้น การถอนฟันเกินออกเร็วก็จะช่วยให้ฟันแท้ขึ้นมาในช่องปากในตำแหน่งใกล้เคียง ปกติได้มากขึ้น แต่ถ้าฟันเกินนั้นไม่ได้ไปขวางทางการขึ้นของฟันแท้ เช่น จะพบได้บ่อยที่ฟันเกินขึ้นไปทางเพดานด้านหลังของฟันแท้ซี่หน้าบน การถอนฟันเกินออกเร็วหรือช้าก็ไม่ส่งผลให้ฟันเก

จะสังเกตได้อย่างไรว่าฟันของลูกซี่ไหนเป็นฟันน้ำ นม หรือฟันแท้คะ เพราะไม่เคยได้จดเอาไว้เลยค่ะ จำๆ ไว้ก็ลืมหมด ตอนนี้ก็ทำเพียงให้ลูกดูแลสุขฟันให้ดี เขาอายุ 7 ปี 7 เดือนแล้ว

ลูกอายุประมาณ 7 ขวบครึ่ง น่าจะมีฟันแท้เริ่มขึ้นทั้งบริเวณฟันหน้าและฟันกรามค่ะ โดยฟันแท้ที่บริเวณฟันหน้าจะขึ้นมาแทนที่ฟันน้ำนม โดยคิดตามหลักง่ายๆว่า ฟันน้ำนมซี่ไหนขึ้นมาในช่องปากก่อน ฟันน้ำนมซี่นั้นก็จะหลุดก่อน ตัวอย่างเช่น เด็กจะมีฟันน้ำนมคู่แรกขึ้นที่บริเวณฟันหน้าล่างเมื่ออายุประมาณ 6-8 เดือน ฟันน้ำนมคู่นี้ก็จะเป็นคู่แรกที่เริ่มเปลี่ยนเป็นฟันแท้เมื่อเด็กอายุประมาณ 6-7 ปี ถ้าเด็กมีฟันน้ำนมขึ้นเร็วเช่นเริ่มขึ้นซี่แรกเมื่ออายุเพียง 3-4 เดือน เด็กคนนั้นก็จะเปลี่ยนฟันแท้เร็วตามไปด้วย บางคนอายุเพียง 5 ขวบกว่า ฟันน้ำนมซี่แรกก็เริ่มโยกหลุดแล้ว ซึ่งตรงข้ามกับเด็กที่ฟันน้ำนมซี่แรกขึ้นช้าเกือบ 1 ขวบ ฟันน้ำนมก็จะหลุดช้าด้วยเช่นกัน บางคนช้าถึง 7 ขวบกว่าก็พบได้ โดยทั่วไปการที่ฟันน้ำนมขึ้นเร็วหรือช้า ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับการเจริญเติบโตของร่างกายส่วนอื่น

“วิธี ง่ายๆ ที่จะทราบว่าเด็กมีฟันกรามแท้หรือยัง คือให้นับฟันของลูก เด็กจะมีฟันน้ำนมทั้งหมด 20 ซี่ โดยแบ่งเป็นฟันบน 10 ซี่และฟันล่าง 10 ซี่ ซึ่งจะขึ้นครบเมื่ออายุก่อน 3 ขวบ”

ลูก มีฟันคล้ายๆ ฟันคุดขึ้นมาสองซี่ช่วงฟันหน้า แฟนบอกว่าปล่อยไว้อาจทำให้ฟันเกได้ แต่จะถอนออกก็กลัวแกเจ็บ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นฟันน้ำนมหรือฟันแท้ (ที่โผล่เกินขึ้นมา) จะต้องทำอย่างไรดี

เท่าที่ฟังคุณแม่อธิบายมา คิดว่าน่าจะเป็นฟันเกินของฟันแท้ที่บริเวณฟันหน้าบน ซึ่งจะสามารถวินิจฉัยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยการให้ทันตแพทย์เด็กตรวจดู พร้อมทั้งถ่ายภาพรังสีของฟันซี่หน้าบน และฟังดูน่าจะเป็นฟันเกินชนิดที่หันตัวฟันลงในทิศทางเดียวกับฟันปกติ ทำให้สามารถขึ้นมาในช่องปากได้เหมือนฟันปกติ แนะนำว่ารอให้ฟันเกินขึ้นมาจนเต็มซี่ก่อนแล้วจึงให้ทันตแพทย์เด็กถอนออก ซึ่งมักจะทำการถอนได้โดยไม่ยุ่งยาก แต่ควรพาลูกไปปรึกษาคุณหมอก่อน เพื่อให้ลูกเกิดความคุ้นเคย และให้คุณหมอมีโอกาสสร้างสัมพันธ์และสร้างความไว้วางใจกับลูกด้วยค่ะ

…คุณหมอจะเป็นผู้พิจารณาว่า ควรถอนฟันเกินนั้นออกเมื่อไร ในกรณีที่ฟันเกินไปขวางทางขึ้นของฟันแท้ในบริเวณนั้น การถอนฟันเกินออกเร็วก็จะช่วยให้ฟันแท้ขึ้นมาในช่องปากในตำแหน่งใกล้เคียง ปกติได้มากขึ้น แต่ถ้าฟันเกินนั้นไม่ได้ไปขวางทางการขึ้นของฟันแท้ เช่น จะพบได้บ่อยที่ฟันเกินขึ้นไปทางเพดานด้านหลังของฟันแท้ซี่หน้าบน การถอนฟันเกินออกเร็วหรือช้าก็ไม่ส่งผลให้ฟันเก

จะสังเกตได้อย่างไรว่าฟันของลูกซี่ไหนเป็นฟันน้ำ นม หรือฟันแท้คะ เพราะไม่เคยได้จดเอาไว้เลยค่ะ จำๆ ไว้ก็ลืมหมด ตอนนี้ก็ทำเพียงให้ลูกดูแลสุขฟันให้ดี เขาอายุ 7 ปี 7 เดือนแล้ว

ลูกอายุประมาณ 7 ขวบครึ่ง น่าจะมีฟันแท้เริ่มขึ้นทั้งบริเวณฟันหน้าและฟันกรามค่ะ โดยฟันแท้ที่บริเวณฟันหน้าจะขึ้นมาแทนที่ฟันน้ำนม โดยคิดตามหลักง่ายๆว่า ฟันน้ำนมซี่ไหนขึ้นมาในช่องปากก่อน ฟันน้ำนมซี่นั้นก็จะหลุดก่อน ตัวอย่างเช่น เด็กจะมีฟันน้ำนมคู่แรกขึ้นที่บริเวณฟันหน้าล่างเมื่ออายุประมาณ 6-8 เดือน ฟันน้ำนมคู่นี้ก็จะเป็นคู่แรกที่เริ่มเปลี่ยนเป็นฟันแท้เมื่อเด็กอายุประมาณ 6-7 ปี ถ้าเด็กมีฟันน้ำนมขึ้นเร็วเช่นเริ่มขึ้นซี่แรกเมื่ออายุเพียง 3-4 เดือน เด็กคนนั้นก็จะเปลี่ยนฟันแท้เร็วตามไปด้วย บางคนอายุเพียง 5 ขวบกว่า ฟันน้ำนมซี่แรกก็เริ่มโยกหลุดแล้ว ซึ่งตรงข้ามกับเด็กที่ฟันน้ำนมซี่แรกขึ้นช้าเกือบ 1 ขวบ ฟันน้ำนมก็จะหลุดช้าด้วยเช่นกัน บางคนช้าถึง 7 ขวบกว่าก็พบได้ โดยทั่วไปการที่ฟันน้ำนมขึ้นเร็วหรือช้า ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับการเจริญเติบโตของร่างกายส่วนอื่น

ทญ. กุลยา รัตนปรีดากุล
…ส่วนฟันกรามแท้ซี่แรกจะขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกับฟันแท้ซี่หน้าล่างขึ้น คือช่วงอายุประมาณ 6-7 ปี แตกต่างกันที่ว่าไม่ได้ขึ้นแทนที่ฟันน้ำนม แต่ขึ้นเข้าไปด้านในช่องปาก หลังฟันกรามน้ำนมซี่สุดท้าย โดยมีรูปร่างคล้ายฟันกรามน้ำนมซี่สุดท้าย แต่มีขนาดใหญ่กว่าฟันกรามน้ำนมประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ โดยเริ่มขึ้นจากฟันกรามแท้คู่ล่างก่อน และประมาณ 6 เดือนหลังนั้น ฟันกรามแท้คู่บนจึงเริ่มขึ้น ในเด็กบางคนขณะที่ฟันกรามแท้ขึ้น เด็กอาจรู้สึกเจ็บระบมที่เหงือกและเคี้ยวอาหารไม่สะดวกอยู่ระยะหนึ่ง แต่ส่วนมากฟันจะขึ้นมาได้โดยไม่มีปัญหาอะไร และเนื่องจากฟันกรามแท้ทั้ง 4 ซี่แรกนี้ จะขึ้นมาโดยไม่มีฟันน้ำนมหลุด บ่อยครั้งที่พ่อแม่จะไม่ทราบว่ามีฟันขึ้นใหม่ พอเห็นอีกครั้งอาจขึ้นเต็มซี่แล้ว ก็จะคิดว่าเป็นฟันน้ำนม และเนื่องจากเป็นฟันที่อยู่ลึกเด็กมักทำความสะอาดได้ไม่ถึง จึงมักพบว่าฟันกรามแท้ซี่นี้จะผุเร็วภายหลังจากขึ้นมาในช่องปากเพียงไม่กี่ ปี ระยะนี้จึงต้องการการดูแลจากผู้ใหญ่ให้ช่วยแปรงฟันให้ถึงฟันกรามแท้ซี่ในสุด ให้สะอาดทุกวัน

…วิธีง่ายๆ ที่จะทราบว่าเด็กมีฟันกรามแท้หรือยัง คือให้นับฟันของลูกค่ะ เด็กจะมีฟันน้ำนมทั้งหมด 20 ซี่ โดยแบ่งเป็นฟันบน 10 ซี่และฟันล่าง 10 ซี่ ซึ่งจะขึ้นครบเมื่ออายุก่อน 3 ขวบ ถ้าคุณแม่นับฟันล่างทั้งหมดได้ 12 ซี่ ก็แสดงว่ามีฟันกรามแท้ขึ้นมาด้านซ้ายและขวาด้านละซี่แล้ว ลองสังเกตดูจะเห็นว่าเป็นฟันที่มีรูปร่างเหมือนที่หมอได้อธิบายไปหรือไม่ และฟันแท้จะมีสีอมเหลืองมากกว่าฟันน้ำนมซึ่งมีสีค่อนข้างขาวกว่า ส่วนฟันหน้าก็สังเกตจากสีที่เหลืองกว่าในฟันแท้ ฟันซี่ใหญ่และยาวกว่า และส่วนปลายฟันแท้ซี่หน้าทั้งฟันบนและล่าง เมื่อขึ้นมาใหม่ๆ จะมีหยักที่ปลายฟัน ไม่เรียบเหมือนฟันน้ำนม

…วิธีหนึ่งที่เด็กๆ ซึ่งเป็นคนไข้ของหมอนิยมทำคือ จะหากล่องเล็กๆ เก็บสะสมฟันน้ำนมที่หลุดไว้ทุกซี่ค่ะ พอซี่ไหนหลุดเด็กก็จะเอาไปเก็บในกล่องใส่ฟัน เด็กจะสามารถบอกหมอได้ทุกครั้งที่มาตรวจฟัน 6 เดือนว่าเขาเหลือฟันน้ำนมในปากกี่ซี่ โดยเอา 20 ตั้งลบด้วยจำนวนฟันในกล่องค่ะ ก็เป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติของฟันในปากของพวกเค้าเองค่ะ

ลูกชายมีโครงหน้าค่อนข้างใหญ่ แล้วเขามักจะมีอาการปวดกรามบ่อยๆ ไม่แน่ใจว่ามีปัญหาเกี่ยวกับขากรรไกรหรือไม่ จะสามารถพาไปตรวจได้อย่างไรบ้างคะ รบกวนแนะนำทีค่ะ

พอดีคุณแม่ไม่ได้บอกมาว่าลูกชายอายุเท่าไรแล้ว หมอขออธิบายเป็นกลางๆ นะคะว่า อาการปวดกรามที่คุณแม่อธิบายมา อาจเป็นปัญหาจากการปวดกล้ามเนื้อที่ใช้ในการบดเคี้ยวอาหารหรืออาจเป็นปัญหา ที่การอักเสบของบริเวณข้อต่อขากรรไกรก็ได้ แนะนำให้ปรึกษาทันตแพทย์เฉพาะทางเกี่ยวกับระบบบดเคี้ยวและความเจ็บปวดของขา กรรไกรและใบหน้าค่ะ ซึ่งจะปรึกษาได้ตามคณะทันตแพทย์ทุกแห่งและโรงพยาบาลและคลินิกทันตกรรมขนาด ใหญ่ โดยควรโทรศัพท์สอบถามให้แน่ใจว่ามีคุณหมอสาขานี้และทำการนัดหมายก่อน

…โดยอาจพอทุเลาอาการเบื้องต้นได้ด้วยการประคบร้อน บริเวณที่มีอาการปวด หรือรับประทานยาแก้ปวดร่วมด้วย แต่ก็เป็นเพียงการรักษาที่ปลายเหตุ ซึ่งอาการก็อาจกลับมาเป็นอีกถ้าได้รับการวินิจฉัยและรักษาต้นเหตุให้ถูกต้อง ค่ะ…

::: ทญ. กุลยา รัตนปรีดากุล :::
ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาทันตกรรมสำหรับเด็ก

อายุเท่าไหร่ที่เริ่มจัดฟันได้

Thursday, March 3rd, 2011

การจัดฟันนั้นจะขึ้นอยู่กับลักษณะของการสบฟันและการเจริญเติบโตของขากรรไกร ถึงแม้ในเด็กจะสามารถเริ่มจัดฟันในขณะที่มีฟันแท้ แต่ก็ควรได้รับการตรวจเบื้องต้นเมื่ออายุ 8 ปี เพราะหากพบปัญหาที่จะรุนแรงขึ้นถ้าไม่ได้รับการแก้ไข เราสามารถเริ่มจัดฟันในฟันน้ำนมหรือในฟันชุดผสมได้ คืออายุตั้งแต่ 8-10 ปี ซึ่งมักจะเป็นเป้าหมายในการรักษาเฉพาะเรื่อง หรือเป็นการจัดฟันเพียงบางส่วนเท่านั้น แต่โดยส่วนใหญ่เด็กมักพร้อมจัดฟันเมื่อฟันน้ำนมซี่สุดท้ายใกล้หลุด ซึ่งจะอยู่ในอายุประมาณ 10-12 ปี

ลูกรักฟันดี เริ่มที่ซี่แรก

Friday, February 6th, 2009

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 มกราคม 2552 08:34 น.

ยังมีผู้เข้าใจว่าการดูแลรักษาฟันเริ่มที่ฟันแท้ ความจริงแล้วฟันแท้จะดีได้ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาฟันน้ำนมด้วย

แต่น่าเป็นห่วงเมื่อเห็นผลการสำรวจเด็กไทยกลุ่มอายุ 3 ปี เมื่อปี 2548 พบว่า เด็กไทยมีปัญหาฟันน้ำนมผุถึงร้อยละ 60 และเฉพาะในพื้นที่อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี จากการสำรวจของ ทันตแพทย์วสันต์ สายเสวีกุล และคณะ พบว่าฟันน้ำนมผุถึงร้อยละ 52 และเมื่อปี 2550 พบว่ามีอัตราเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 69.7 นอกจากนี้ในเด็กแต่ละคนมีฟันผุเฉลี่ยถึง 2 ซี่

สาเหตุหลักมาจากการเลี้ยงดูของผู้ปกครองที่ปล่อยให้เด็กดื่มนมจนหลับคาขวด รวมถึงการดื่มนมชนิดหวาน หรือเครื่องดื่มที่มีรสหวาน ขาดการทำความสะอาดในช่องปาก เด็กไม่แปรงฟัน หรือเด็กแปรงฟันเอง แต่ไม่สะอาด รวมไปจนถึงการเสริมฟลูออไรด์ที่ไม่ต่อเนื่อง นำมาสู่ผลที่ทำให้เด็กอายุ 0-3 ปี เกิดฟันผุขึ้นมาได้ และอาจส่งผลไปถึงฟันแท้ในอนาคตได้

ดังนั้นเมื่อเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา ทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ได้ให้การสนับสนุนดำเนินโครงการสร้างเสริมทันตสุขภาพในเด็ก 0-3 ปี อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี โดยเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. 2551 และจะสิ้นสุดโครงการในวันที่ 31 มี.ค. 2552 เพื่อที่จะลดอัตราฟันผุของเด็กกลุ่มนี้ในพื้นที่ให้น้อยลง และให้ความรู้ผู้ปกครองในการเลี้ยงดูลูก และกระตุ้นให้เห็นความสำคัญในการดูแลช่องปากของลูกน้อย รวมถึงการให้ความรู้แก่อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.)ในพื้นที่เพื่อกระจายความรู้ไปสู่ชุมชนให้มากขึ้นด้วย

ทพ.วสันต์ ทันตแพทย์ประจำโรงพยาบาลพานทอง จ.ชลบุรี ผู้รับผิดชอบโครงการนี้ เล่าถึงการดำเนินโครงการที่ผ่านมากว่า 9 เดือนว่า โครงการมีพื้นที่เป้าหมาย 4 ตำบลคือ ต.พานทอง ต.หนองตำลึง ต.บ้านเก่า และ ต.บางนาง การดำเนินงานที่ผ่านมาได้มีการจัดอบรมให้ความรู้แก่ อสม. ในพื้นที่ร่วมกับสถานีอนามัย องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาลตำบลพานทอง และคณะทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมเป็นวิทยากร นอกจากนี้ยังลงพื้นที่สถานีอนามัยเพื่อให้ความรู้ผู้ปกครองที่มีลูกเล็กเป็นการกระตุ้นให้เห็นความสำคัญ และให้ฟลูออไรด์วานิช (เคลือบฟัน) กับเด็กที่เริ่มมีฟันน้ำนมขึ้นแล้ว

ในการลงพื้นที่ครั้งล่าสุดที่สถานีอนามัยหนองตำลึง เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ปกครอง และให้ฟลูออไรด์วานิชกับเด็ก ผู้ปกครองหลายคนพาลูกหลานมาร่วมอบรม พร้อมทั้งซักถามด้วยความสนใจ เพื่อที่ความรู้เหล่านี้จะถูกนำไปใช้ เมื่อกลับไปถึงบ้าน

หนึ่งในผู้เข้าอบรม ชนกานต์ ยาปัญ คุณแม่ที่มีลูกน้อยวัย 4 เดือนเศษ เธอเป็นแม่บ้านจึงมีเวลามากพอที่จะเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง บอกว่าทุกครั้งที่มีการอบรมเรื่องการดูแลสุขภาพเด็กเธอจะสนใจเข้าร่วม และความรู้ที่ได้ก็นำไปใช้กับลูก แม้ว่าลูกจะดื่มนมตัวเอง แต่ทุกครั้งเธอจะทำความสะอาดโดยใช้ผ้าเช็ดปากเพื่อล้างคราบนม หรือป้อนน้ำตาม รวมถึงพาลูกมารับฟลูออไรด์ตามที่แพทย์กำหนด

การเอาใจใส่สุขภาพช่องปากของลูกเช่นที่ชนกานต์ทำอยู่นี้ มีผลให้เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน เมื่อเธอบอกว่าลูกคนแรกของเธอที่ตอนนี้อายุ 6 ขวบแล้ว ฟันแท้เริ่มขึ้น แต่พบว่าไม่มีฟันผุเลย เนื่องจากเธอปฏิบัติเช่นนี้กับลูกคนแรกเช่นกัน

ส่วน รัชนี กรรณีวงษ์ คุณแม่ที่มีลูกวัย 6 เดือน บอกว่า ฟันน้ำนมของลูกขึ้นตั้งแต่อายุ 4 เดือนแล้ว จึงพาลูกมารับฟลูออไรด์ เธอบอกว่า “น้องแทน” เป็นลูกคนที่สอง ซึ่งเธอมีโอกาสได้เลี้ยงเอง จึงนำความรู้ที่ได้รับจากการอบรมไปใช้ ด้วยการทำความสะอาดช่องปากให้ลูกทุกวันๆละ 2 ครั้ง

“โชคดีที่ลูกคนนี้ได้มีโอกาสเลี้ยงเอง ลูกจึงได้ดื่มนมแม่ ไม่ต้องดื่มนมจากขวด ทำให้ดูแลได้ง่ายขึ้น ลูกคนแรกตอนนี้อายุ 8 ขวบแล้วไม่ได้เลี้ยงดูเอง ไม่ได้ดูแลเขาแบบนี้ ตอนนี้ฟันแท้ขึ้นแล้วเขามีฟันผุทั้งปากเลย เพราะชอบกินขนมหวาน ลูกอม ตอนนี้ต้องพาไปหาหมอฟันอยู่บ่อยๆ” รัชนีเล่าถึงผลของการไม่มีเวลาดูแลสุขภาพช่องปากลูกคนแรกที่ผ่านมา จึงทำให้วันนี้เธอนำความรู้ที่ได้จากการอบรมมาดูแลลูกเล็กคนถัดมา

แม้โครงการนี้จะทำในพื้นที่เพียงแค่ 4 ตำบลของจังหวัดชลบุรีก็ตาม แต่ ทพ.วสันต์ กล่าวว่า โครงการลักษณะนี้เป็นการส่งเสริมมากกว่าการรักษา เกิดผลเป็นรูปธรรมพิสูจน์ได้จากสถิติปัญหาฟันผุในเด็กปฐมวัยเขตอำเภอพานทองลดลงจาก 69.7 เปอร์เซ็นต์ ลดลงเหลือ 38 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหลังจากนี้จะต้องมีการประเมินผลอีกครั้งหนึ่งถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น แต่ถ้าเราไม่มีการส่งเสริม เราจะวนอยู่กับการรักษา ซึ่งต้องทำอยู่ตลอดไปไม่รู้เมื่อใดจะแก้ปัญหาได้ ประกอบกับปัจจัยในเรื่องของค่ารักษาก็เป็นอุปสรรคสำหรับประชาชนต่อการเข้าถึงการรักษาด้วย

“ถ้าเราไม่ทำเรื่องของการเสริมสร้างป้องกัน เรื่องของฟันผุในเด็กจะต้องเพิ่มมากขึ้น และจะต้องเข้ามาดูแลในเรื่องของการรักษามากขึ้นด้วย ซึ่งถ้าหากเด็กรุ่นต่อๆ ไปมีการป้องกันมากขึ้น มีฟันผุน้อยลงการรักษาก็จะต้องน้อยลงด้วยในอนาคต” นี่คือเป้าหมายของโครงการที่ ทพ.วสันต์ อยากให้เกิดขึ้น

อย่าลืมว่า ปัญหาสุขภาพฟันเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของเด็ก ฟันมีหน้าที่ในการบดเคี้ยวอาหาร ถ้าฟันมีปัญหาอาจจะส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กได้ รวมถึงปัญหาการเจ็บป่วยด้วยโรคบางโรคซึ่งมีสาเหตุมาจากช่องปากและฟัน ไปจนถึงเรื่องของสภาพจิตใจของเด็กเมื่อโตขึ้น

เริ่มดูแลฟันลูกน้อยตั้งแต่วันนี้ เพื่อที่ในอนาคตเราจะได้พูดได้อย่างเต็มปากว่า “ยิ้มสดใส เด็กไทยฟันดี”

วิธีดูแลให้เด็กเล็กๆมีสุขภาพฟันดี 

Thursday, July 17th, 2008

 

การที่เด็กจะมีสุขภาพฟันดีได้นั้น   คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมตั้งแต่ก่อนตั้งท้องเลยค่ะ

  • ก่อนตั้งครรภ์ คุณแม่ต้องจัดการเรื่องฟันผุ  ,เหงือกอักเสบ หรือโรคปริทันต์อักเสบให้เรียบร้อย (มีงานวิจัยบ่งชี้ว่าโรคปริทันต์อักเสบ ทำให้คลอดก่อนกำหนด ทารกจะมีน้ำหนักตัวน้อยกว่ามาตราฐาน )
  • ระหว่างตั้งครรภ์  ต้องดูแลให้ฟันและเหงือกมีสุขภาพดีตลอดการตั้งครรภ์   เพราะการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงนี้จะทำให้เหงือกอักเสบง่ายกว่าปกติ
  • หลังคลอด  ช่วงที่เด็กยังไม่มีฟันขึ้น  หลังทานนมควรให้ลูกดื่มน้ำตามจนเป็นนิสัย  ทำความสะอาดเหงือกด้วยผ้านุ่มๆชุบน้ำ     ปรึกษาหมอเด็กเรื่องวิตามินเสริม
  • เมื่อฟันน้ำนมขึ้นแล้ว  นิสัยที่คุณแม่เตรียมให้ลูกตั้งแต่วัยทารก จะลดการผุของฟันจากการดูดนมหลับคาขวดนม
  • เมื่อลูกอายุครบ 1 ขวบ ควรฝึกให้ลูกดื่มนมจากแก้วแทน  เพื่อไม่ให้เกิดการสบฟันผิดปกติ
  • เมื่อลูกสามารถควบคุมการกลืนได้แล้ว  คุณแม่จะใช้ยาสีฟันเด็กในการแปรงฟันลูกได้ค่ะ พาลูกไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจฟัน  ขัดฟันเคลือบฟลูออไรด์   เสริมความแข็งแรงของฟันด้วยฟลูออไรด์ชนิดทาน
  • เมื่อฟันแท้ซี่แรกขึ้น  ฟันกรามแท้ซี่แรกจะขึ้นตอนประมาณ 6- 7ขวบ ประมาณลูกอยู่ชั้น ประถม 1-2 ควรพาไปพบทันตแพทย์เพื่อเคลือบหลุมร่องฟัน

เมื่อลูกมีสุขภาพฟันดีแล้ว สุขภาพกายย่อมดีด้วยเช่นกันค่ะ

 

 

เรื่องฟันแท้ซี่แรกในชีวิต

Sunday, July 6th, 2008

คุณๆทราบมั้ยคะว่า ฟันแท้ซี่แรกในชีวิตขึ้นตอนอายุ 6ขวบ  โดยจะงอกถัดจากฟันน้ำนมซี่สุดท้ายโดยไม่มีฟันน้ำนมซี่ใดหลุด  ผู้ปกครองจึงไม่ทราบว่าเป็นฟันแท้และไม่ได้ให้ความใส่ใจ พบบ่อยๆว่าผุจนต้องถอน  การป้องกันไม่ให้ผุทำได้ง่ายมาก โดยวิธีเคลือบหลุมร่องฟัน เสียค่าใช้จ่ายไม่มาก วิธีทำไม่ยุ่งยาก  ใช้เวลาไม่นาน  หมอขอแนะนำให้ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานอายุ6-7 ขวบรีบพาบุตรหลานของท่านไปพบทันตแพทย์เพื่อเคลือบหลุมร่องฟันนะคะ