Entries for the ‘Uncategorized’ Category

เทคนิคทำความสะอาดลึกถึงซอกฟัน

Friday, May 6th, 2011

แปรงฟันหลังอาหาร ยาสีฟันก็ใช้อย่างราคาแพง น้ำยาบ้วนปากก็มีบ้วนเป็นประจำ มั่นใจมากว่าสะอาดแน่ แต่ทำไมยังเกิดโรคเหงือกอักเสบ ฟันผุอยู่
ทพ.พจนารถ พุ่มประกอบศรี

การทำความสะอาดฟันเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันโรคในช่องปากไม่ว่าจะเป็น ฟันผุ โรคเหงือก จะเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์เกี่ยวกับอนามัยของฟัน ตั้งแต่แปรงสีฟัน มีกันหลายแบบหลายชนิด ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก อุปกรณ์เสริมในการทำความสะอาดฟันก็มีมากมาย แต่ก็มักมีคำถามที่เกิดขึ้น บ่อยๆ ว่า ก็แปรงฟันทุกมื้อหลังอาหาร ยาสีฟันก็ใช้อย่างราคาแพง น้ำยาบ้วนปากก็มีบ้วนเป็นประจำ มั่นใจมากว่าสะอาดแน่ แต่ทำไมยังเกิดโรคเหงือกอักเสบ ฟันผุได้เพราะมีเศษอาหารค้างอยู่

การเกิดโรคเหงือกอักเสบ และฟันผุได้ ก็ต้องมีคราบอาหารค้างอยู่ มีอะไรบ้างที่เป็นอุปสรรคทำให้แปรงฟันได้ไม่เกลี้ยงเกลาอย่างที่คิด

คนที่มีฟันซ้อนเก เรียงตัวไม่เป็นระเบียบเหมือนเวลาเข้าแถวและมีคนล้ำเส้นออกไป เวลาแปรงฟันขนแปรงจะสัมผัสเฉพาะฟันอยู่แถวหน้าเท่านั้น ส่วนฟันที่อยู่ด้านหลังก็จะไม่ค่อยถูกขนแปรงเลย คราบอาหารที่ค้างอยู่ตามคอฟันก็มีมาก คนที่มีฟันซ้อนเก จึงเกิดโรคเหงือกอักเสบได้ง่าย วิธีแก้ ก็คือจัดฟันหรือถ้ายังไม่พร้อมเวลาแปรงก็ต้องกดขนแปรงให้แนบชิดกับตัวฟันให้มาก ถึงสามารถทำความสะอาดได้อย่างเกลี้ยงเกลา

คนที่มีหุ้มกระดูกงอกมากผิดปกติและมีขนาดใหญ่ ที่ทำให้ขัดขวาง การแปรงฟัน เพราะขนแปรงจะติดบริเวณหุ้มกระดูกนี้ก่อน ก่อนถึงตัวฟัน ถ้าจะแปรงให้เกลี้ยงจริงๆ ต้อง กดขนแปรงให้สัมผัสกับตัวฟันจึงจะต้องใช้แรงกดมากกว่าปกติ

คนที่มีฟันล้มเอียง ก็จะแปรงยากเช่นกัน ต้องกดขนแปรงให้แนบกับฟันจริงๆ จึงจะทำความสะอาดได้ดี

คนที่มีฟันคุดที่โผล่ขึ้นมาบางส่วนแล้วไม่ได้ผ่าเอาออก เศษอาหารจะเข้าไปติดบริเวณฟันคุดและฟันซี่ติดกัน ทำให้ฟันข้างเคียงผุและเกิดอาการเหงือกอักเสบได้ง่าย กรณีแบบนี้ถึงจะพยายามแปรงอย่างไร ก็เอาเศษอาหารออกไม่หมด เห็นมีอยู่ทางเดียวก็ คือ ผ่าเอาฟันคุดออกก่อนครับ

ฟันที่อยู่ลึกมาก ๆ มักจะแปรงไม่ค่อยถึง เพราะบางท่านพอใส่แปรงสีฟันเข้าไปใกล้บริเวณ คอ ก็จะมีอาการอ๊อก ออกมาก็เลยไม่แปรงบริเวณซี่สุดท้าย ช่องว่างระหว่างฟัน แปรงสีฟันไม่สามารถเข้าไปถึงได้ คงต้องใช้ ไหมขัดฟัน ช่วยทำความสะอาด ถึงจะกำจัดเศษอาหารที่ติดค้างได้หมด

ฟันของเราจะมีบริเวณที่ทำความสะอาดได้ง่าย เช่น ด้านบดเคี้ยว ด้านที่ขนแปรงเข้าไปสัมผัสกับผิวหน้าฟันโดยตรง แต่ก็มีบางมุม บางจุดที่แปรงได้ยาก เนื่องจากการเรียงตัวของฟันอวัยวะข้างเคียงที่ขวางอยู่ จึงต้องสำรวจตรวจดูและให้ความเอาใจใส่ในการทำความสะอาดฟันกันเป็นพิเศษ เพื่อลดคราบอาหารเพื่อเพิ่มความมั่นใจคุณอาจใช้น้ำยาบ้วนปากที่ผสมฟลูออไรด์ช่วยด้วยอีกทางหนึ่งก็ดีทีเดียว

ที่มาข้อมูล : นิตยสาร Health Today

05/03/2008

กินต้องเลือกเพื่อ เหงือกและฟัน

Wednesday, April 20th, 2011

ข้อมูลโดย : นิตยสาร Health Today, Updated: 06/03/2008
อาหารทุกชนิดที่เราทานจะผ่านทางปาก คราบอาหารที่หลงเหลือจากการบดเคี้ยว จะถูกเปลี่ยนเป็นกรดทำลายฟันโดยแบคทีเรีย…
การเลือกรับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่เหล่า มีผลต่อการเสริมสุขภาพให้แข็งแรง ในมุมกลับกัน การกินไม่เลือก ก็มีผลเสียต่อสุขภาพ การได้สารอาหารครบมีความจำเป็นต่อสุขภาพฟันและเหงือก เราพบว่าถ้าขาดอาหารโรคเหงือกอักเสบจะลุกลามเร็วมาก แรงต้านทานต่อการอักเสบจะลดน้อยลง
สารอาหารที่เพียงพอจะมีผลดีต่อการเจริญเติบโตของฟันในเด็ก หญิงตั้งครรภ์ควรได้รับอาหารครบทุกหมู่เหล่าที่มีผลต่อการสร้างฟัน โดยเฉพาะธาตุแคลเซียม ฟอสฟอรัส และ ฟลูออไรด์ โปรตีน วิตามิน ต่างๆ จริงๆ แล้วฟันของเด็กเริ่มเกิดขึ้นเมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ได้ 6 สัปดาห์ อาหารที่คุณแม่ทานย่อมมีผลต่อฟันลูกอย่างแน่นอน

อาหารทำให้เกิดฟันผุและเหงือกอักเสบ
อาหารทุกชนิดที่เราทานจะผ่านทางปาก โดยมีการบดเคี้ยวสัมผัสกับเหงือกเป็นด่านแรก คราบอาหารที่หลงเหลือจากการบดเคี้ยว จะถูกเปลี่ยนเป็นกรดทำลายฟันโดยแบคทีเรีย

อาหารที่ช่วยส่งเสริมทำให้เกิดฟันผุและเหงือกอักเสบ

น้ำตาล ที่ใช้ในการปรุงอาหาร ขนม น้ำตาลในผลไม้ น้ำตาลที่อยู่ในนม น้ำตาลที่ผสมในอาหารสำเร็จรูป เครื่องปรุงต่างๆ เช่น ซอสมะเขือเทศ น้ำสลัด น้ำผึ้งที่ผสมในขนม น้ำตาลเหล่านี้มีส่วนที่ทำให้ฟันผุและเหงือกอักเสบได้ง่าย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องหยุดรับประทานทั้งหมด เพราะร่างกายยังต้องการสารอาหาร ที่มีในนม ผลไม้ ผัก

แป้ง เป็นอาหารที่ทำให้เกิดพลังงาน (มีอยู่ใน ข้าว ขนมปัง ขนม ฯลฯ) ในมุมกลับกันก็ทำให้เกิดฟันผุและเหงือกอักเสบได้ง่ายเช่นกัน

กินต้องเลือก เพื่อให้สุขภาพฟันดีเราต้องปรับวิธีการกิน และรูปแบบการกินเสียใหม่ ผมขอแนะนำว่า

ลดการทานอาหารระหว่างมื้อ ยิ่งกินบ่อย เพิ่มความถี่ในการกิน จำนวนกรดที่เกิดจากแบคทีเรีย ก็มีโอกาสสัมผัสกับผิวฟันมากขึ้น ฟันผุ เหงือกอักเสบง่ายขึ้น ตัวอย่างง่ายๆ ในเด็กที่หลับคาขวดนม มักจะมีฟันผุทั้งปากก่อนฟันแท้ขึ้น หรือคนที่ทานอาหารว่างอยู่เรื่อย จะมีฟันผุและเหงือกอักเสบมากกว่าคนที่ทานอาหารตามมื้อ

ลดทานอาหารหวานเหนียวๆ ติดฟันง่าย เช่น ท้อฟฟี่ น้ำเชื่อมที่มากับขนม น้ำอัดลม อาหารพวกแป้งที่แปรรูป เช่น ขนมปังกรอบ อาหารหวานสำเร็จรูปบางอย่าง เราควรดูฉลากเพื่อตรวจปริมาณน้ำตาล คงต้องเลือกและลดเสีย ไม่ควรทานบ่อยๆ เลือกทานผลไม้เป็นอาหารว่างแทนขนม สุขภาพฟันดี อย่าลืม กินต้องเลือก และแปรงฟันหลังอาหารทุกมื้อ ใช้ยาสีฟันที่มีฟูลออไรด์ ป้องกันฟันผุ ใช้ไหมขัดฟัน ทำความสะอาดตามซอกฟัน พบทันตแพทย์ ปี 2 ครั้ง

ถ้าคุณระวังเรื่องอาหารสักหน่อยและทำความสำอาดทุกครั้งหลงรับประทานเป็นประจำ เชื่อแน่ว่าคุณจะมีสุขภาพฟันและเหงือกดีตลอดไป

เบาหวานกับสุขภาพในช่องปาก

Wednesday, April 20th, 2011

ข้อมูลโดย : นิตยสาร Health Today, Updated: 07/10/2009
เบาหวานทำให้ร่างกายมีความสามารถในการป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อน้อยลง ดังนั้นจึงพบคำถามเกี่ยวกับช่องปากจากคนที่เป็นเบาหวานอยู่บ่อยๆ
พ.ต.ท.ทพ.พจนารถ พุ่มประกอบศรี

ปัจจุบันนี้มีผู้ที่เป็นโรคเบาหวานสามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ หากดูแลรักษาสุขภาพและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดและสม่ำเสมอ คนที่เป็นเบาหวานนั้นจะต้องตระหนักว่าผลข้างเคียงอาจมีผลหรือสร้างปัญหาต่ออวัยวะส่วนอื่นๆ ที่สำคัญเบาหวานทำให้ร่างกายมีความสามารถในการป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อน้อยลง คือ ติดเชื้อง่ายขึ้นและแผลหายช้า ดังนั้นผมจึงพบคำถามเกี่ยวกับช่องปากจากคนที่เป็นเบาหวานอยู่บ่อยๆ เช่น

เป็นโรคเบาหวานถอนฟันได้หรือไม่?
ทำไมคนเป็นเบาหวานเป็นโรคเลือดออกได้ง่าย?
ทำไมเป็นเบาหวานแล้วเกิดแผลในช่องปากบ่อยๆ?

ดังนั้นเราควรมาเรียนรู้ถึงความสัมพันธ์ของโรคเบาหวานกับสุขภาพในช่องปาก เพื่อควบคุมปฏิบัติให้ถูกต้อง ก็จะช่วยให้มีความสุขในการใช้ฟันเคี้ยวอาหารและลดเรื่องยุ่งยากลงได้อย่างมากทีเดียวครับ

ปัญหาสุขภาพในช่องปากที่มักสัมพันธ์ไปกับโรคเบาหวานมีอะไรบ้าง

ฟันผุ
โรคเหงือกอักเสบ
ปัญหาต่อมน้ำลายทำงานผิดปกติ
การติดเชื้อราในช่องปาก
การติดเชื้อและเป็นแผลแล้วหายช้า
การรับรู้รสเสียไป

จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรได้รับการตรวจเช็คสุขภาพเป็นประจำ และควรมีข้อมูลเหล่านี้ให้ทันตแพทย์ทราบทุกครั้งที่ไปทำฟันเพื่อที่ทันตแพทย์จะได้เตรียมการรักษาให้เหมาะกับคุณ

ถ้าคุณพบว่าเป็นเบาหวานอย่าปิดบังเพื่อจะได้ทำฟัน หลายท่านเข้าใจว่าถ้าบอกหมอว่าเป็นเบาหวานหมอจะไม่ทำฟันให้
คุณได้รับการรักษาเบาหวานและอยู่ในความดูแลของแพทย์อยู่
มียาอะไรบ้างที่ใช้อยู่

อาหารและฟันผุ
หากคนที่เป็นเบาหวานปล่อยปละละเลยไม่ควบคุมน้ำตาลให้ดี ปริมาณน้ำตาลที่สูงขึ้นในเลือด ในน้ำลาย ช่วยให้แบคทีเรียในช่องปากเจริญเติบโตได้เร็วขึ้นนั้น หมายถึงโอกาสที่เกิดโรคฟันผุและเหงือกอักเสบก็ง่ายขึ้นด้วย

คนที่เป็นเบาหวานจึงต้องหมั่นรักษาความสะอาดในช่องปากให้มากๆ นั้นคือ แปรงฟันหลังอาหารทุกมื้อ ทำความสะอาดตามซอกฟัน เพื่อลดคราบอาหารที่เป็นส่วนช่วยเสริมทำให้เกิดฟันผุและโรคเหงือกอักเสบ

คราบอาหารหรือขี้ฟัน ถ้าไม่ถูกขจัดออกปล่อยทิ้งสะสมไว้ มันจะรวมตัวกันเป็นหินปูน ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบของเหงือกและติดเชื้อในช่องปากได้ง่ายขึ้น ก็เพราะว่า เบาหวานลดการป้องกันการติดเชื้อของร่างกายลง เหงือกและกระดูกรองรับรากฟันก็จะถูกกระทบเช่นกัน คนที่เป็นเบาหวานจึงเกิดโรคเหงือกอักเสบได้ง่ายและสูญเสียฟันไปอย่างรวดเร็ว ถ้าดูแลไม่ถูกต้อง

เราพบว่าคนเป็นเบาหวานที่ไม่สนใจควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดจะเกิดโรคเหงือกอักเสบได้ง่ายและรุนแรงถึงขนาดสูญเสียฟันไปได้ง่ายกว่าคนที่เป็นเบาหวานแต่ได้รับการควบคุมอย่างดี

ถ้าหากคุณพบว่ามีอาการเหล่านี้ต้องรีบไปพบทันตแพทย์ทันที

เหงือกมีเลือดออกบ่อยๆ และง่าย
เหงือกอักเสบแดง และเจ็บ
มีหนองอยู่ตามซอกเหงือก
มีกลิ่นปาก
ฟันโยก
ฟันปลอมที่ใส่อยู่หลวม

การติดเชื้อรา
ปกติแล้วในช่องปากก็มีแบคทีเรียและเชื้อราอยู่ แต่ร่างกายปกติสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ แต่ในสภาพที่มีเบาหวานนั้นการเปลี่ยนแปลงและการป้องกันนี้ลดลง เชื้อราในช่องปากจึงมักปรากฎบ่อยๆ ในคนเป็นเบาหวาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่สูบบุหรี่ คนที่ใส่ฟันปลอมแบบถอดได้

เมื่อคุณเป็นเบาหวานมีรายละเอียดที่แตกต่างไปจากปกติที่ต้องให้ความสนใจ คือ การดูแลรักษาสุขภาพในช่องปากให้สะอาดอย่างจริงจัง เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดฟันผุและเหงือกอักเสบ นั่นคือ

คุณเองต้องขยันแปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟันหลังอาหารทุกมื้อ
ใกล้ชิดหมอฟันมากหน่อย ตรวจฟันทุกๆ 3 เดือน ทำความสะอาดขูดหินปูนอย่าให้คราบหินปูนเกาะตามขอบเหงือกและฟัน
ควบคุมอาหารหวานและแป้งที่ง่ายต่อการเกิดโรคเหงือกและฟันผุ
หัดเป็นคนช่างสังเกตุว่ามีอะไรสิ่งผิดปกติในช่องปาก เลือดออกง่าย ฟันโยก เสียวฟัน ก็รีบพบทันตแพทย์ทันที

เมื่อจำเป็นต้องไปพบทันตแพทย์ เพื่อรักษาฟัน คุณควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่าให้สูงมาก บางครั้งแพทย์ต้องให้ยาปฏิชีวนะก่อนทำทันตกรรมเพื่อลดการเสี่ยงการติดเชื้อ จะเห็นได้ว่าคนที่เป็นเบาหวานนั้น ถ้าหากเข้าใจลักษณะที่มากับโรคนี้และมีผลกระทบกับช่องปากอย่างไรแล้วสามารถควบคุมได้ ก็จะช่วยลดผลแทรกซ้อน และคุณก็จะมีสุขภาพในช่องปากที่ดีสามารถใช้ฟันบดเคี้ยวอาหารได้อย่างมีความสุขครับ

ที่มาข้อมูล : นิตยสาร Health Today

เคี้ยวข้างเดียวนานๆ เป็นไรหรือไม่

Wednesday, March 23rd, 2011

การเคี้ยวข้างเดียวก็เป็นประเด็นหนึ่งที่โยงไปถึงการด้อยประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวและมีผลข้างเคียงหลายๆอย่าง …

พ.ต.ท.ทพ.พจนารถ พุ่มประกอบศรี

การที่เรามีฟันครบอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ก็สามารถทำให้เราเคี้ยวอาหารได้ดีละเอียดขึ้น จะทานอะไรมันก็อร่อย ระบบบดเคี้ยวที่ดีต้องมีความสมดุล ซึ่งจะสัมพันธ์กันแค่ ฟัน ขากรรไกร และกล้ามเนื้อที่ขยับขับเคลื่อนขากรรไกร ถ้าอย่างหนึ่งอย่างใดผิดปกติ ระบบบดเคี้ยวก็เสียหายด้วย การเคี้ยวข้างเดียวก็เป็นประเด็นหนึ่งที่โยงไปถึงการด้อยประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวและมีผลข้างเคียงหลายๆอย่าง

ทำไมถึงเคี้ยวข้างเดียว
1. มีปัญหาที่ตัวฟันข้างนั้น เคี้ยวแล้วเศษอาหารติด,เคี้ยวแล้วเจ็บ จึงย้ายไปเคี้ยวอีกข้าง,ฟันผุที่ไม่ได้อุด,ฟันที่เป็นโรคเหงือกอักเสบ,โยกคลอน,ฟันร้าว,ฟันแตก,ฟันเหลือแค่ราก ลักษณะอย่างนี้ที่ทำให้ฟันทำหน้าที่ไม่เต็มที่ คนใช้จึงโยกการเคี้ยวไปอีกข้าง

2. บริเวณข้างนั้นไม่มีฟัน หลังจากที่ถอนฟันไปแล้ว ทันตแพทย์มักแนะนำให้คนไข้ใส่ฟันเพื่อรักษาระบบการบดเคี้ยวให้เป็นไปเหมือนเดิม มีหลายท่านที่ถอนฟันแล้วไม่ใส่ก็ย้ายไปเคี้ยวฝั่งตรงข้ามที่มีฟันเต็มๆ

3. มีฟันครบแต่ประสิทธิภาพในการตัดอาหารของทั้งสองข้างไม่เท่ากัน เรามักจะไปเคี้ยวยังด้านที่บดอาหารได้ดีกว่า อาจเป็นเพราะยอดฟันสึกจากที่เคยอุดฟันหรือใส่ฟัน Procela..มานานๆ วัสดุอุดฟันอาจจะสึกแตก ความคมของยอดฟันสูญเสียไป ก็เคี้ยวไม่ถนัดเมื่อเทียบอีกข้าง

4. โดยนิสัยของแต่ละคนที่ถนัดเคี้ยวข้างเดียว

การเคี้ยวข้างเดียวมีผลอย่างไร?
1. เกิดความไม่สมดุลย์ต่อการบดเคี้ยว โดยปกติแล้วหัวต่อขากรรไกรจะมีทั้งซ้าย,ขวา ทำหน้าที่คล้ายบานพับ อ้าปากหุบปาก หากมีการเคี้ยวข้างเดียวนานๆ มีผลทำให้เกิดอาการเจ็บบริเวณหัวต่อขากรรไกรได้

2. การเคี้ยวข้างเดียว มีผลทำให้ฟันข้างนั้นทำงานหนักมากขึ้น โอกาสจะเสียหาย,ฟันสึก,แตกมีมากขึ้น

3. กล้ามเนื้อที่ใช้บดเคี้ยวด้านนั้นจะทำงานหนักมากขึ้น รูปขากรรไกรอาจดูไม่เท่ากัน กล้ามเนื้อด้านนั้นจะแข็งแรงและโตกว่าอีกข้าง
หากท่านเคี้ยวข้างเดียว จะด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ ควรพบทันตแพทย์สาเหตุนั้นออก เพื่อให้ระบบบดเคี้ยวอยู่ในสภาพที่สมดุลย์ ลดการเสี่ยงต่อผลกระทบหรือสิ่งเสียหายที่มีต่อหัวต่อขากรรไกรและอวัยวะข้างเคียงได้ `

ที่มาข้อมูล : นิตยสาร Health Today ฉบับเดือนตุลาคม พ.ศ. 2551

ฟอกสีฟันดีมั้ย!!??

Tuesday, March 22nd, 2011

มันมีผลข้างเคียงอะไรหรือเปล่า ก่อนทำต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง

มีคนรอบข้าง ถามว่า ฟันมีสีคล้ำ จะไปฟอกสีฟันดีมั้ย แล้ว

ดังนั้นเพื่อให้ผู้อ่านได้รับทราบข้อมูลไปพร้อม ๆ กัน X-RAY สุขภาพ จึงมาพูดคุยกับ ทันตแพทย์หญิงชนิดา ธรรมสุนทร สถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ กระทรวง สาธารณสุข

ทันตแพทย์หญิงชนิดา อธิบายว่า การฟอกสีฟัน เพื่อทำให้ฟันขาวขึ้น มีความปลอดภัย แต่ควรทำภายใต้คำแนะนำของทันตแพทย์ ดังนั้นคนที่ต้องการฟอกสีฟัน อันดับแรกเลย ควรไปพบทันตแพทย์ เพื่อวินิจฉัยว่า ฟันสีคล้ำมีสาเหตุจากอะไร เช่น ฟันผุ เป็นรู มีคราบสีหรือ หินปูน หรือฟันตาย ซึ่งทันต แพทย์จะแก้ไขให้ตามสาเหตุ เช่น ฟันผุ แก้ไขปัญหาด้วยการอุดฟัน หากมีคราบสีหรือหินปูน จะแก้ไขด้วยการขัดฟันหรือขูดหินปูน หากเป็นฟันตายก็ควรได้รับการรักษารากฟันก่อนการฟอกสีฟันหรือบูรณะฟันด้วยวิธีที่เหมาะสมต่อไป

หากไม่ได้มาจากสาเหตุข้างต้น และทันตแพทย์พิจารณาว่า สามารถฟอกสีฟันได้ ทันตแพทย์จะเลือกวิธีที่เหมาะสมสำหรับคนไข้ ซึ่งผลของการฟอกสีฟัน ความขาวของฟันจะไม่คงทนถาวร เมื่อเวลาผ่านไป 2-3 ปี สีฟันจะค่อย ๆ คล้ำลงเล็กน้อย อาจต้องมาทำซ้ำเป็นระยะ

การฟอกสีฟันที่ได้รับการยอมรับว่าได้ผลและมีความปลอดภัยสูง ได้แก่ การฟอกสีฟันที่คนไข้สามารถทำด้วยตัวเองที่บ้าน โดยใช้สารฟอกสีฟันที่ความเข้มข้นต่ำ ๆ ภายใต้คำแนะนำของทันตแพทย์

วิธีการ คือ ก่อนที่จะทำการฟอกสีฟัน ทันตแพทย์จะให้ข้อมูลรอบด้านแก่คนไข้ และตรวจดูให้แน่ชัดว่า ฟันทุกซี่ไม่ผุ ไม่มีอาการเสียวฟันเนื่องจากภาวะเหงือกร่น คนไข้ ได้รับการขูดหินปูนหรือขัดคราบสีที่ปกคลุม ฟันออกเรียบร้อยแล้ว ส่วนฟันที่มีอาการอุด วัสดุอุดจะต้องไม่มีการรั่วซึม

จากนั้นทันตแพทย์ก็จะพิมพ์ปากคนไข้เพื่อสร้างแบบจำลองฟันและนำมาทำถาดฟอกสีฟัน ทันตแพทย์จะบันทึกสีของฟัน ก่อนเริ่มให้การรักษา จะนัดคนไข้มาลองถาดฟอกสีฟัน แนะนำวิธีใส่สารฟอกสีฟัน โดยส่วนใหญ่สารที่ใช้ฟอกสีฟันได้แก่ คาร์บาไมด์เปอร์ออกไซด์ที่มีความเข้มข้น 10% โดยคนไข้จะใส่ถาดฟอก สีฟันวันละประมาณ 4 ชั่วโมง หรือจะใส่ตลอดทั้งคืนเวลานอนก็ได้ โดยระหว่างใส่ถาดฟอกสีฟัน ห้ามรับประทาน อาหารทุกชนิด

สำหรับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการฟอกสีฟัน คือ อาการเสียวฟัน การ ระคายเคืองเนื้อเยื่ออ่อน เช่น เหงือก ดังนั้นระหว่างการฟอกสีฟัน ทันตแพทย์จะนัดมาติดตามผลเป็นระยะ เพื่อดูผลของการฟอกสีฟันและแก้ไขอาการข้างเคียง

ภายหลังเสร็จสิ้นการฟอกสีฟัน คนไข้ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภท ชา กาแฟ ไวน์ ซึ่งอาจทำให้มีคราบสีมาติดภายนอกฟันและทำให้ฟันดูคล้ำลงได้

ทั้งนี้ไม่แนะนำให้คนไข้ฟอกสีฟัน โดยซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีขายตามเคาน์เตอร์ในท้องตลาดมาทำเอง โดยไม่ได้ปรึกษาทันตแพทย์ เพื่อหาสาเหตุ เพราะ 1.ปัญหาฟันสีคล้ำที่คนไข้มี อาจไม่ได้รับการแก้ไขให้ตรงจุด และเสียเงินโดยไม่จำเป็น 2.การฟอกสีฟันเอง มีโอกาสที่สารฟอกสีฟันจะไประคายเคืองเหงือก หรือเนื้อเยื่อภายในช่องปากได้มากกว่าวิธีที่ทำภายใต้คำแนะนำของทันตแพทย์ 3.อาจเสี่ยงต่อการเกิดอาการเสียวฟัน.

นวพรรษ บุญชาญ : รายงาน

ที่มาข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

อายุเท่าไหร่ที่เริ่มจัดฟันได้

Thursday, March 3rd, 2011

การจัดฟันนั้นจะขึ้นอยู่กับลักษณะของการสบฟันและการเจริญเติบโตของขากรรไกร ถึงแม้ในเด็กจะสามารถเริ่มจัดฟันในขณะที่มีฟันแท้ แต่ก็ควรได้รับการตรวจเบื้องต้นเมื่ออายุ 8 ปี เพราะหากพบปัญหาที่จะรุนแรงขึ้นถ้าไม่ได้รับการแก้ไข เราสามารถเริ่มจัดฟันในฟันน้ำนมหรือในฟันชุดผสมได้ คืออายุตั้งแต่ 8-10 ปี ซึ่งมักจะเป็นเป้าหมายในการรักษาเฉพาะเรื่อง หรือเป็นการจัดฟันเพียงบางส่วนเท่านั้น แต่โดยส่วนใหญ่เด็กมักพร้อมจัดฟันเมื่อฟันน้ำนมซี่สุดท้ายใกล้หลุด ซึ่งจะอยู่ในอายุประมาณ 10-12 ปี

การสบฟันผิดปกติ

Tuesday, February 22nd, 2011

การสบฟันผิดปกติมีหลาย ๆ แบบนะคะ ที่เห็นง่าย ๆ ก็จะมี
1. ฟันสบลึก
2. ฟันล่างคร่อมฟันบน
3. ฟันเก
4. ฟันยื่น
ส่วนสาเหตุก็จะเกิดจากสิ่งแวดล้อมหลาย ๆ อย่างเช่น การดูดนิ้ว การหายใจทางปาก การที่เอาลิ้นไปดุนฟันบ่อย ๆ การสูญเสียฟันและไม่ได้ใส่ฟันทดแทน ทำให้ฟันข้างเคียงล้ม หรือไม่มีที่ขึ้น หรือการเกิดอุบัติเหตุบริเวณใบหน้า สิ่งเหล่านี้คือสาเหตุที่เกิดขึ้นโดยส่วนใหญ่ ดังนั้นหากท่านผู้ปกครองสังเกตุเห็นอาการเหล่านี้ในเด็กแล้วรีบพบทันตแพทย์แต่เนิ่น ๆ เพื่อแก้ไข การสบฟันผิดปกติก็จะไม่เกิดกับบุตรหลานของท่านเลยนะคะ

เลือดออกเหงือก สงสัยปริทันต์

Monday, January 31st, 2011

ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์
อีกหนึ่งโรคที่ทำให้ฟันหลุดร่วงได้ คือ ปริทันต์ หรือโรคเหงือกอักเสบ หากเป็นแล้วเมื่อแปรงฟันจะมีเลือดออกตามไรฟัน เหงือกบวมแดง เหงือกร่น เจ็บเหงือก เมื่อเคาะฟันจะรู้สึกเจ็บ มีกลิ่นปาก ฟันโยก และมีหนองตามร่องเหงือก กรณีที่เป็นมาก กระดูกเบ้าฟันจะถูกทำลาย ส่งผลให้ฟันหลุดออกในที่สุด

โรคปริทันต์เกิดขึ้นได้ง่าย โดยเฉพาะในช่องปากที่หลงเหลือคราบอาหารจากแป้งและน้ำตาล เนื่องจากการทำความสะอาดไม่ดี โดยคราบแป้งและน้ำตาลเป็นอาหารชั้นดีกระตุ้นแบคทีเรียให้ปล่อยกรดและสารพิษ ก่อให้เกิดคราบจุลินทรีย์ มีฤทธิ์ทำให้เหงือกอักเสบ บวมแดง มีเลือดออก สังเกตได้ง่าย ๆ จากความผิดปกติที่เกิดขึ้นบริเวณขอบเหงือก

ปริทันต์ไม่ใช่ทำลายแค่เหงือก แต่เชื้อแบคทีเรียยังตรงเข้าไปทำลายกระดูกเบ้าฟันให้ละลายตัวลงไปเรื่อย ๆ เมื่อประกอบกับสภาพเหงือกที่ไม่แข็งแรงสมบูรณ์ ฟันจึงโยกและหลุดออกนั่นเอง

การรักษาอาการดังกล่าว ทันตแพทย์จะประเมินตามสภาพเหงือกและฟัน หากมีอาการไม่มาก ทันตแพทย์จะขูดหินปูน เกลารากฟัน พร้อมแนะนำทำความสะอาดช่องปากและฟันอย่างสม่ำเสมอ ร่วมกับการใช้ไหมขัดฟัน

ทว่าทันตแพทย์ ตรวจพบว่า กระดูกฟันถูกทำลายไปมาก การขูดหินปูนและเกลาฟันรักษาไม่ได้ผล ก็ต้องผ่าตัดเหงือก ยกเหงือกเพื่อดูการลุกลามและขจัดคราบจุลินทรีย์และหินปูนออก วิธีนี้อาจทำให้มีการสูญเสียกระดูก ซึ่งต้องปูกกระดูกจากไขกระดูกขากรรไกร หรือใส่กระดูกเทียม

อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่ป่วยเป็นโรคปริทันต์แบบไม่รู้ตัว และไม่นิยมพบทันตแพทย์เป็นประจำทุก 6 เดือน อาการจึงพัฒนาความรุนแรงไปเรื่อย ๆ สุดท้ายฟันหลุดร่วงจนต้องใส่ฟันปลอม

ที่มาข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

เสริมสุขภาพฟัน กินดีไม่มีผุ

Friday, January 28th, 2011

อาหารที่รับประทานเข้าไปก็มีส่วนต่อสุขภาพฟัน ยิ่งถ้าเน้นดื่มกาแฟ เหล้า เบียร์ ขบเคี้ยวของหวาน อมลูกกวาดที่อุดมไปด้วยน้ำตาล และมีพฤติกรรมสูบบุหรี่เป็นประจำ ฟันสีขาวสะอาดตาก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็นสีเหลือง ดำแถมยังเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ยิ่งถ้าชอบรับประทานอาหารก่อนนอนตอนกลางคืน ยิ่งเป็นการเพิ่มโอกาสเกิดฟันผุ

ทว่าไม่อยากฟันผุ ไม่เพียงแค่หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารและลดพฤติกรรมข้างต้นเท่านั้น เพราะผู้อ่านรักษ์สุขภาพฟัน ควรหันมาบริโภคผักและผลไม้ที่มีเส้นใยหรือไฟเบอร์สูง อาทิ ฝรั่ง แอปเปิ้ล เพื่อทำความสะอาดฟัน หากให้เด็กรับประทานผัก-ผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูงก็จะช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของกระดูกขากรรไกรได้ดี

ยังมีกรดโอลีโนอิค ที่สามารถป้องกันแบคทีเรียในช่องปาก ซึ่งหาได้จากการรับประทานลูกเกดหรือเมล็ดองุ่นแห้ง ส่วนการดื่มชาเขียว ทีมีสารโพลีฟีนอลก็ช่วยลดโอกาสที่จะเกิดฟันผุได้ เนื่องจากสารดังกล่าวมีประสิทธิภาพยับยั้งการเกาะติดของแบคทีเรียตัวการทำฟันผุ

ในอาหารสไตล์ญี่ปุ่น เครื่องเทศปรุงรสจัดจ้าน อย่าง วาซาบิ ที่มีสารไอโซทิโอไซยาแนตท์ มีคุณสมบัติต้านการผลิตเอนไซม์ที่ก่อให้เกิดหินปูน ที่ขาดไม่ได้ต้องดื่มนมวัว เพราะโปรตีนในนมวัวมี CPP-ACP ช่วยซ่อมแซมฟันที่เริ่มผุในระยะแรก กระตุ้นแร่ธาตุให้กลับคืนสู่ฟัน ทำให้ฟันแข็งแรง

ไม่ว่าจะรับประทานอาหารชนิดใด อย่าลืมทำความสะอาดฟันด้วยการแปรงฟันอย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน และเคี้ยวหมากฝรั่งที่มีส่วนผสมของสารไซลิทอลด้วย.

takecareDD@gmail.com
ที่มาข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

อาการเสียวฟันคืออะไร

Monday, December 20th, 2010

คัดลอกความรู้จากคอลเกตเวิลด์ออฟแคร์

http://www.colgate.co.th/app/Colgate/TH/TH/OC/Information/OralHealthBasics/CommonConcerns/Sensitivity/WhatisToothSensitivity.cvsp

อาการเสียวฟันคืออะไร
อาการเสียวฟันคือการปวดฟันอันเกิดจากการเสียผิวหน้าของฟันหรือเหงือก สาเหตุที่พบได้บ่อยของอาการเสียวฟันในผู้ใหญ่คือการที่รากฟันถูกสัมผัสเนื่องจากเหงือกร่น ทั้งนี้รากฟันไม่มีสารเคลือบฟันทำให้เปิดโอกาสให้เส้นประสาทฟันถูกเปิด เมื่อมีความร้อน ความเย็นมาสัมผัส เราจึงรู้สึกปวด
การละเลยความเสียวฟันสามารถนำไปสู่ปัญหาเรื่องเหงือกและฟันอื่นๆ ได้ โดยเฉพาะถ้าความเจ็บปวดทำให้เราแปรงฟันอย่างไม่ถูกต้อง ก็จะทำให้มีความเสี่ยงต่อฟันผุและโรคเหงือก

เราจะรู้ว่ามีอาการเสียวฟันได้อย่างไร
ถ้าคุณเคยรู้สึกปวดเวลาดื่ม/รับประทานน้ำ/อาหารที่ร้อนหรือเย็น คุณกำลังมีอาการเสียวฟัน แต่ไม่ได้เป็นเพียงแค่คุณคนเดียวเท่านั้น หนึ่งในสี่ของผู้ใหญ่จะพบอาการเสียวฟันซึ่งเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

เราจะรักษาอาการเสียวฟันได้อย่างไร
แรกสุดคือการพบทันตแพทย์

อาการเสียวฟันสามารถรักษาให้หายได้ ทันตแพทย์อาจจะสั่งเจลฟลูออไรด์สำหรับแปรงฟัน หรือน้ำยาบ้วนยาฟลูออไรด์ให้ คุณอาจจะลองใช้แปรงสีฟันที่ลดแรงเสียดทานสำหรับผู้ที่มีอาการเสียวฟันโดยเฉพาะ ควรปรึกษาทันตแพทย์ว่าผลิตภัณฑ์ลดการเสียวฟันชนิดไหนที่เหมาะกับคุณ
ควรระวังในการแปรงฟันให้ถูกต้องเพื่อไม่ให้ฟันเสียจนเกิดอาการเสียวฟัน การแปรงที่แรงเกิดไป การรัดของฟันปลอม และลวดดัดฟันสามารถทำให้เกิดการเสียดสีและทำลายผิวฟันได้