Entries for the ‘interest’ Category

แล้วมีวิธีทำให้สีฟันสวยขึ้นมั้ย

Tuesday, July 22nd, 2008

จากข้อเขียนเมื่อวานนี้ หมอได้บอกถึงสาเหตุของการเกิดความผิดปกติของสี วันนี้เรามาดูวิธีการแก้ไขกันค่ะ

การแก้ไขให้ฟันสีสวยขึ้นมีหลายวิธี  การเลือกวิธีที่เหมาะสมจะทำให้คุณมีทั้งฟันสีสวย  ฟันที่ใช้งานได้ทนนาน ภายใต้ค่าใช้จ่ายที่สมเหตุผล   

  1. กรณีที่สีฟันไม่ได้เข้มมากเกินไป   และไม่มีรอยอุดหรือรอยผุใหญ่ๆ     การฟอกสีฟันแบบ home bleaching  เป็นวิธีแก้ไขที่เหมาะสมที่สุด   เสียค่าใช้จ่าย และใช้เวลารักษาน้อยที่สุด
  2. แต่ถ้าเป็นฟันเตตร้า ที่สีเข้มมากเป็นสีน้ำตาลหรือเทา มักไม่ตอบสนองต่อน้ำยาฟอกฟัน   การปรับเปลี่ยนสีฟันต้องอาศัยวัสดุจำพวก ceramic หรือ composite resin  ปิดบังสีฟันเดิม   เรียกว่า ทำ veneer  หรือ facing
  3. กรณีฟันเปลี่ยนสีภายหลังการรักษาราก  ร่วมกับการที่ฟันซี่นั้นเหลือเนื้อฟันน้อย การทำแกนฟันร่วมกับการครอบฟัน เป็นวิธีที่เหมาะสมกว่า
  4. ถ้าเป็นแค่คราบติดผิวฟัน การขูดหินปูนขัดฟัน ก็ช่วยให้ฟันสวยเหมือนเดิมแล้วค่ะ

 

 

อยากรู้จังทำไมฟันสีแปลกๆ ไม่สวยเลย

Sunday, July 20th, 2008

ความผิดปกติของสีฟันแบ่งได้ เป็น สองแบบใหญ่ๆ

  1. สีฟันผิดปกติตั้งแต่เกิด
    • ฟันเตตร้า มีลักษณะเป็นสีน้ำตาลหรือเหลืองอมน้ำตาล  เนื่องจากสีของเชื้อราที่สกัดทำยาเตตร้าไซคลีนเข้าไปสะสมในเนื้อฟันขณะที่กำลังสร้างฟัน   เมื่อโดนแสงแดดนานๆเข้า สีฟันจะเข้มขึ้นจนกลายเป็นสีน้ำตาลหรือสีเทาในที่สุด
    • ฟันตกกระ  ฟันมีสีขาวมากเกินไป มักเป็นสีขาวแต้มๆเป็นจุดหรือด่างขาวทั่วไปบนตัวฟัน เกิดจากการได้รับสาร ฟลูออไรด์ มากเกินไป   พบมากในกลุ่มประชากรที่ยังใช้น้ำบาดาลที่มีฟลูออไรด์ปริมาณสูง
  2. สีฟันเปลี่ยนไปในภายหลัง
    • ฟันถูกกระแทกอย่างแรงจนเลือดออกภายในฟัน เลือดจะถูกอัดเข้าไปในเนื้อฟันซึ่งมีรูพรุนอยู่มากมาย เมื่อเลือดแข็งตัวก็จะเห็นเป็นสีแดงคล้ำจากภายนอก เมื่อเวลาผ่านไปจะค่อยๆดำขึ้น
    • ฟันมีรอยสีดำจากการผุ หรือฟันที่ตายแล้วหลังการรักษารากฟัน
    • ฟันเปลี่ยนสีจากสารพัดคราบ เช่น คราบน้ำชากาแฟ คราบบุหรี่ สีจากอาหารบางชนิด
    • ฟันสีเข้มขึ้นตามอายุที่มากขึ้น

 

เราทราบสาเหตุของการผิดปกติของสีกันแล้วนะค่ะ พรุ่งนี้หมอจะมาตอบคำถามว่าจะมีวิธีทำให้ฟันสีสวยขึ้นไหม พบกันพรุ่งนี้ค่ะ

 

ทำไมต้องผ่าฟันคุด

Tuesday, July 8th, 2008

ฟันคุดคือฟันที่งอกขึ้นมาในช่องปากไม่ได้  จากสาเหตุต่างๆ เช่น

  1. ฟันมีรากโค้งมากจนเกิดการล็อคตัวเองในขากรรไกร
  2. มีฟันซี่อื่นขวางอยู่  มักพบในฟันกรามน้อยล่างซี่ที่สองเนื่องมาจากการถอนฟันน้ำนมซี่ที่สองก่อนเวลาอันควร
  3. ฟันซี่นั้นล้มเอียงอยู่ในขากรรไกร เป็นกรณีที่พบมากที่สุด และมักเกิดกับฟันกรามแท้ล่างซี่ที่3

อาการ
ฟันกรามแท้ซี่ที่สามซึ่งขึ้นไม่ได้เต็มซี่  ทำให้เกิดเศษอาหารติดค้างสะสมได้ง่าย ทำความสะอาดยาก จึงมักเกิดการอักเสบบวม อ้าปากได้เล็กน้อย  นอกจากนี้ยังทำให้ฟันกรามแท้ซี่ที่สองที่ฟันคุดเอียงชนอยู่เกิดการผุ  ซึ่งถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจลุกลามจนถึงขั้นต้องรักษารากฟัน
วิธีรักษา
ฟันคุดไม่สามารถงอกขึ้นมาได้เนื่องจากติดล็อคในขากรรไกร การถอนออกตรงๆจึงเป็นไปไม่ได้ ต้องแยกฟันคุดออกเป็นส่วนๆและดึงออกมาทีละส่วน  จึงควรพบกับทันตแพทย์เฉพาะทางศัลยกรรม  ควรเอาฟันคุดออกตั้งแต่อายุน้อย เพราะทำได้ง่ายกว่าตอนอายุมากแล้ว ที่สำคัญคือ แผลจะหายเร็วกว่าด้วย

น้ำยาบ้วนปากจำเป็นแค่ไหน

Monday, July 7th, 2008

น้ำยาบ้วนปากมีอยู่ 3 ประเภท

  1. น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ เพื่อช่วยให้เนื้อฟันมีความแข้งแรงขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ฟันผุง่าย สามารถใช้ได้เป็นประจำ
  2. น้ำยาบ้วนปากที่มีโปตัสเซียมไนเตรทเพื่อแก้เสียวฟัน เหมาะสำหรับผู้มีปัญหาเหงือกร่นจนรากฟันโผล่ทำให้เสียวฟันง่าย
  3. น้ำยาบ้วนปากชนิดฆ่าเชื้อแบคทีเรีย  เหมาะสำหรับใช้ชั่วคราวเวลาที่แปรงฟันไม่ได้หลังผ่าตัดในช่องปาก  การใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน จะฆ่าเชื้อแบคทีเรียในช่องปากจนหมด  เกิดการเสียสมดุลย์อาจเกิดการติดเชื้อราได้ง่ายขึ้น

หินปูนมีกี่ชนิด

Friday, July 4th, 2008

วันนี้หมอจะมาเล่าเรื่องนะค่ะ หินปูนมี 2 ชนิด

  1. หินปูนชนิดเหนือเหงือก หินปูนชนิดนี้จะเกาะที่ตำแน่งเหนือเหงือก มองเห็นได้มีลักษณะเป็นหินปูนสีขาวหรือเหลือง ไม่ค่อยแข้ง แต่แปรงไม่ออก ต้องใช้เครื่องมือทางทันตแพทย์ช่วยกำจัด  หินปูนชนิดนี้ทำให้เกิดโรคเหงือกอักเสบชนิดไม่รุนแรง
  2. หินปูนชนิดใต้เหงือก หินปูนชนิดนี้เกาะอยุ่ใต้เหงือก มองไม่เห้น มีสีดำ มีลักษณะแข็ง เกาะแน่นกับเนื้อฟันมากกว่าชนิดเหนือเหงือก เป็นอันตรายต่อเนื้อเยื่อมากกว่า ทำให้เกิดโรคปริทันตอักเสบ (โรครำมนาด)  ซึ่งถ้าไม่รีบรักษาจะทำให้ฟันโยกจนต้องสูญเสียฟัน

อย่าลีมไปขูดหินปูนทุก 6 เดือนนะค่ะ

อันตรายของโรคปริทันต์อักเสบในหญิงตั้งครรภ์

Friday, July 4th, 2008

ปัจจุบันหญิงตั้งครรภ์จำนวนมาก ละเลยการตรวจสุขภาพช่องปากระหว่างตั้งครรภ์ เพราะคิดว่า เป็นเรื่องที่สามารถรอได้ ปัญหาหนึ่งที่พบได้บ่อยในหญิงตั้งครรภ์ คือ การมีปัญหาเหงือกอักเสบ ในบางรายอาจเป็นปริทันต์อักเสบ ( โรครำมะนาด)งานวิจัยหลายชิ้น ได้ศึกษาหญิงตั้งครรภ์ ที่เป็นโรคปริทันต์อักเสบตั้งแต่ปี 1996 ทำให้ทราบความจริงที่น่าวิตก คือ

โรคปริทันต์อักเสบซึ่ง เป็นโรคติดเชื้อชนิดหนึ่ง มีผลทำให้ร่างกายผลิตสารต่างๆ ได้แก่ cytokine, prostanoid, และ protease มาก ขึ้น ซึ่งโดยปกติแล้ว ร่างกายจะผลิตสารเหล่านี้ตอนใกล้คลอดเท่านั้น แต่ในสภาวะติดเชื้อ ร่างกายหลั่งสารเหล่านี้มากขึ้น มีผลทำให้เสี่ยงต่อการเกิดภาวะคลอดก่อนกำหนด

Offenbacher และ คณะ ในปี 1996 ศึกษา พบว่า มารดาที่คลอดก่อนกำหนด หรือมารดาที่คลอด ทารกน้ำหนักแรกคลอดน้อย จะเป็นโรคปริทันต์อักเสบมากกว่ามารดาที่ให้กำเนิดทารกปกติ ประมาณ 7.9 เท่า

สอดคล้องกับการศึกษา ของ Jeffcoat และคณะ ในปี2001 พบว่า หญิงตั้งครรภ์ ที่เป็นโรคปริทันต์อักเสบ มีโอกาสคลอดก่อนกำหนดมากกว่าหญิงตั้งครรภ์ที่มีเหงือกสุขภาพดี 4-7เท่า ขึ้นกับระดับความรุนแรงของการอักเสบ

Canakci และ คณะในปี 2007 พบว่าหญิงตั้งครรภ์ ที่เป็นโรคปริทันต์อักเสบ มีโอกาสเกิดภาวะ ความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์มากกว่าหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่เป็นโรคนี้

ดังนั้นในช่วงตั้งครรภ์ คุณแม่ควรให้ความใส่ใจดูแลสุขภาพในช่องปาก เช่นเดียวกับ การดูแลสุขภาพร่างกายนะคะ

ทำไมต้องรักษารากฟัน

Friday, July 4th, 2008

ท่านที่กลัวการทำฟันมาก จนปล่อยให้การผุลุกลามถึงโพรงประสาทฟัน เกิดการติดเชื้อในรากฟัน จะมีอาการปวด บางคนมีอาการบวมเป็นหนองร่วมด้วย ทันตแพทยจะแนะนำให้รักษารากเก็บไว้ ซึ่งมักตามมาด้วยการทำครอบฟัน เสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง จึงเกิดคำถามขึ้นเสมอว่า ถอนทิ้งไม่ดีกว่าหรือ เร็วและ ถูกกว่า ด้วยประสบการณ์เป็นทันตแพทย์มาร่วม20 ปี รักษาคนไข้ ตั้งแต่เด็กอายุ 3-4 ขวบ จนถึงคนไข้อายุ มากกว่า 70 ปี จึงได้มีโอกาสเห็นวงจรชีวิตของฟันซี่หนึ่งๆ ครบตั้งแต่เกิด ( งอกขึ้นมาในช่องปาก) เจ็บ ( ผุ ,ปวด ,ติดเชื้อเป็นหนอง) ตาย ( ถูกถอนทิ้ง) จึง ขอเล่าให้ฟังว่า เมื่อถอนฟันหนึ่งซี่ทิ้งไป จะเกิดผลกระทบเป็นวงกว้างต่อฟันซี่อื่นๆและเหงือก อย่างไรบ้าง เข้าทำนอง เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว

1. ในแง่ค่าใช้จ่าย
การรักษารากมีค่าใช้จ่ายรักษารากฟัน+ค่าครอบ 1 ซี่ ใช้เวลารักษาประมาณ 1เดือนถึงเดือนครึ่ง (นัดอาทิตย์ละหนึ่งครั้ง) ค่า ใช้จ่ายประมาณ หมื่นขึ้น ฟังดูเหมือนเสียทั้งเวลา เสียเงินมาก เมื่อเทียบกับการถอนฟันที่ใช้เวลาเพียง ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง และค่าใช้จ่ายหลักร้อยแต่หลังจากถอนฟันไป การทำฟันปลอมทดแทนฟันที่หายไป 1 ซี่ ด้วยฟันปลอมแบบติดแน่น ต้องกรอฟันข้างเคียง 2ซี่ข้างๆ ค่าใช้จ่าย คือ ค่าครอบฟัน 3ซี่ + ฟันดีๆที่ถูกกรอ2ซี่ หากไม่อยากกรอฟันข้างเคียง ก็ต้องทำรากเทียม ค่าใช้จ่ายคือ 60,000- 70,000 ต่อ1 ซี่ ใช้เวลา 6 เดือน ขึ้นไป กลายเป็นว่าการรักษารากฟัน ที่ดูเหมือนมีค่าใช้จ่ายสูงในตอนแรกกลับกลายเป็นวิธีรักษาที่ค่าใช้จ่ายถูก สุด และไม่ต้องเสียฟันข้างๆเพิ่ม

2. ในแง่ผลกระทบต่อฟันซี่อื่นและอวัยวะรอบๆ
เมื่อ ไรที่เกิดการถอนฟัน ขึ้น พึงตระหนักเถิดว่า กระดูกซึ่งเคยมีรากฟันคอยหนุนให้อูม บัดนี้จะแฟบแป้ว ซึ่งถ้าเกิดขึ้นบริเวณฟันหน้า หรือมุมปากคุณจะดูแก่กว่าวัย เพราะกล้ามเนื้อ และผิวหนังซึ่งเคยมี ฟันและกระดูกหนุนให้อูมเต็ม ไม่มีแล้ว แต่ปัญหานี้แก้ได้โดย รีบใส่ฟันปลอมทดแทน (กลับไปอ่านข้อ 1 อีกรอบ) บางครั้งการถอนฟันเกิดขึ้นบริเวณฟันกรามด้านใน ไม่มีผลต่อความสวยงาม ผู้ป่วยจึงละเลยไม่ใส่ฟันปลอมทดแทน ทำให้เกิดการล้มเอียงของฟันข้างเคียง เกิดการห้อยย้อย ของฟันคู่สบ จนระบบการสบฟันรวนหมดทั้งปาก เกิดปํญหาการเสื่อมของระบบบดเคี้ยว และข้อต่อขากรรไกร เกิดปัญหาเศษอาหารติด เกิดโรคเหงือก และฟันผุตามมา

สิ่งที่หมออยากบอกกับคนไข้ทุกคนคือว่า คุณควรตรวจฟันทุก6 เดือน มีฟันผุควรรีบอุด อย่าได้ปล่อยทิ้งไว้ เพราะฟันผุไม่เหมือนไข้หวัดที่ทานยา แล้วนอนพักผ่อนมากๆก็หายได้ ฟันผุจะหายได้ต้องอาศัยสองตา สองมือ ของหมอไปดู ไปกรอเอาที่ผุออก แล้วอุด ให้ได้รูปร่างเดิม อย่าได้กลัวเจ็บ เพราะหมอฟันเดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่มือเบา และเข้าใจความรู้สึกของคนไข้ว่า กลัวขนาดไหน

กลิ่นปากเรื่องกวนใจใกล้ตัว

Friday, July 4th, 2008

กลิ่นปากนอกจากเป็นปัญหาทางด้านสุขภาพแล้ว ยังมีผลกระทบต่อบุคคลิกภาพความสัมพันธ์ในสังคม ทำให้ขาดความมั่นใจในตัวเอง บางรายที่เป็นมากอาจถึงขนาดไม่กล้าเข้าสังคมแยกตัวเองจากครอบครัว เกิดภาวะซึมเศร้าตามมา โดยปกติแล้วคนเราจะมีกลิ่นปากตามธรรมชาติโดยมีกลิ่นสูงสุดช่วงตื่นนอน เนื่อง จากตอนนอน การหลั่งนำลายลดลง มีการชะล้างทำความสะอาดน้อยลง แบคทีเรียเติบโตได้มากขึ้น กลิ่นปากในช่วงตื่นนอน จะหายไปเองภายหลังการแปรงฟันและรับประทานอาหารเช้าเพราะน้ำลายถูกกระตุ้นให้ หลั่งออกมากลิ่นปากจะค่อยสูงขึ้นอีกครั้งก่อนอาหารเที่ยงและก่อนอาหารเย็น ซึ่งจะลดไปเองหลังรับประทานอาหาร และทำความสะอาดในช่องปาก กลิ่นปากนอกจากที่กล่าวมาข้างต้นเป็บกลิ่นปากที่มีสาเหตุจาก

  1. โรค ในระบบทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและล่าง เช่น เป็นหวัด ไซนัสอักเสบ หรือเกิดจากระบบย่อยอาหาร เช่น ท้องผูก โรคกรดไหลย้อน ผ้ป่วยโรคเบาหวานจะมีกลิ่นปากเฉพาะตัว
  2. อาหารกลิ่นแรง เช่นหอม กระเทียม หรือยาบางประเภททำให้เกิดกลิ่นปาก
  3. ในบางภาวะของร่างกาย เช่น ช่วงที่มีความเครียดสูง ช่วงมีประจำเดือน อาจมีกลิ่นปากได้
  4. 80-90 % เกิด จากสาเหตุในช่องปาก เช่นมีฟันผุ หรือฟันคุด ทำให้เศษอาหารหมักหมมบูดเน่า เป็นโรคปริทันต์หรือภาวะปากแห้งมีนำลายไหลเวียนลดลง การไม่ได้แปรงลิ้นจึงเกิดการสะสมของคราบอาหาร และแบคทีเรียบนผิวลิ้นซึ่งเป็นพื้นผิวขรุขระ

การกำจัด กลิ่นปาก

เนื่องจากส่วนใหญ่ของกลิ่นปากเกิดจากสุขภาพของฟันและเหงือกที่บกพร่อง จึงควรไปพบทันตแพทย์ เพื่อกำจัดสาเหตุของกลิ่นปาก ร่วมกับการทำความสะอาดในช่องปากอย่างถูกต้องและเพียงพอซึ่งท่านสามารถ ขอคำแนะนำจากทันตแพทย์ได้ ง่ายๆ เท่านี้ท่านก็สามารถเป็นเจ้าของรอยยิ้มสวย ลมหายใจสดชื่นมีความมั่นใจในการเข้าสังคม