ฟันคุด

ข้อมูลความรู้จาก http://www.dentalcouncil.or.th/content/people/detail.php?type=6&id=173

เวลาฟันคุดอักเสบจะทรมานมาก นึกในใจว่าฟันซี่เดียว แถม่ไม่ได้ขึ้นมาให้เราใช้งาน จะทรมานเจ้าของได้เพียงนี้ ทานยาแก้ปวดธรรมดาก็เอาไม่อยู่ อักเสบเร็วมาก หน้าก็บวม ระบมไปทั้งหน้า ทานข้าวก็ไม่ได้ เพราะปวดแผล และอ้าปากไม่ขึ้น ต้องทานยาแก้ปวดชนิดแรงๆ และยาแก้อักเสบ พอหายปวดก็ดีใจมาก แต่ก็ไม่กล้าไปผ่าออก เพราะกลัวเข็ม และที่สำคัญหมอฟันช่างน่ากลัวเหลือเกิน ช่างเป็นช่วงเวลาที่ทรมากมากๆ และแล้วอีกไม่น่านมันก็ปวดขึ้นมาอีก
เหล่านี้คงเป็นความคิดของหลายๆคนต่อฟันขี้เกียจซี่นี้ ที่ทำกับเจ้าของได้อย่างเจ็บแสบ

จะรอจนทรมานเอง หรือให้หมอทำให้ทรมานดี คงเป็นคำถามที่หลายคนอยากได้คำตอบมาก เพื่อใช้ในการชั่งน้ำหนักกัน ถ้าอย่างนั้นเราคงต้องทราบว่าความทรมานของทั้งสองวิธีนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

ฟันคุดมันทรยศ
ฟันคุดเป็นฟันที่ไม่ได้ขึ้นตรงๆตามฟันปกติทั่วไปโดยฟันจะขึ้นตั้งแต่อายุ 15-23 ปี อาจจะขึ้นแบบนอน ขึ้นแบบเอียง ขึ้นแบบปริ่มๆเหงือก หรือขึ้นแบบขี้เกียจสุดๆก็คือไม่ยอมขึ้นมาให้เห็นเลย
ก็จะไปดันฟันที่ติดกัน เวลาทานอาหารเศษอาหารก็จะไปติดเต็มไปหมด ยิ่งซี่ที่ขึ้นปริ่มๆเหงือก เหงือกก็จะอักเสบบวมแดง หน้าก็บวม อ้าปากก็ไม่ขึ้น เคี้ยวอาหารก็ไม่ได้เพราะฟันบนกัดลงมาบนเหงือก
ที่คลุมฟันอยู่ ไม่ได้ต่างอะไรจากเอามือไปวางบนทั่งแล้วใช้ค้อนตี
แล้วพอเศษอาหารที่ไปติดกก็จะทำให้เหงือกอักเสบ ปากก็เหม็น และแล้วอาการบวมมันก็เริ่มจากตรงนี้ จากเหงือกที่บวมก่อน ลามไปถึงกระพุ้งแก้ม และลามไปจนทำให้หน้าบวม เนื่องจากหนองที่มาจากการอักเสบ ซึ่งอาการเหล่านี้จะกินเวลาไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับเจ้าของฟัน ตัวฟันของแต่ละคน
นอกจากนี้ฟันคุดยังทำให้กระดูกขากรรไกรบางมีโอกาสหักง่าย ละลายรากฟันข้างเคียงจากการดันตัว ของมัน มีโอกาสกลายเป็นถุงน้ำ หรือเนื้องอก ทำให้ฟันผุได้ง่าย

แล้วหมอฟันจะทำอะไรกับฟัน
หมอฟันจะผ่าหรือถอนฟันคุดออก ขึ้นกับลักษณะการขึ้นของฟันและตำแหน่งของฟันที่ฝั่งอยู่ในกระดูก ถ้าหนักที่สุดก็ต้องทำการเปิดเหงือกที่คลุมฟันออก แลัวทำการกรอกระดูกที่คลุมฟันออก แล้วทำการแบ่งฟันเอา ทั้งตัวฟันและรากฟันออกมาให้หมด โดยในขั้นตอนการผ่าทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การระงับประสาทที่ดี อาการปวดของเจ้าของฟันจะเกิดหลังจากสิ้นฤทธฺิ์ยาชา จะมาจากการที่กรอกระดูก และการกระทบ กระเทือนเหงือกที่คลุมฟันอยู่ อาการบวมขึ้นกับปริมาณความกระทบกระเทือนต่อกระดูกและเหงือก ซึ่งจะเป็นไปตามลักษณะฟันของแต่ละคนโดยลักษณะการหายของแผลจะรวดเร็วและไม่มีอาการอักเสบอีกต่อไป

สรุป ตัดไฟแต่ต้นลม
ทำไมเราจะต้องรอให้บวมอักเสบก่อนแล้วถึงจะไปเอาออก ในเมื่อถึงอย่างไรก็ต้องเอามันออกอยู่แล้ว ซึ่งการเอาออกในแต่ละรายนั้นก็ขึ้นอยู่กับลักษณะการวางตัวของฟัน โดยทันตแพทย์จะเป็นผู้ประเมินว่าสามารถ เก็บไว้ได้หรือไม่ และถึงแม้จะต้องเอาออกทันตแพทย์ก็จะมีวิธีการผ่าเอาฟันคุดออกโดยการระงับประสาททำให้ ระหว่างการรักษาไม่รู้สึกเจ็บปวดใดๆ หลังจากการรักษาก็จะมีการระบมของแผลเล็กน้อย โดยเพียงจะมีแค่ อาการบวม สามารถรับประทานอาหารได้ลำบาก เท่านั้น ประมาณ 2-3 วันอาการก็จะทุเลาลง

ทำอย่างไรจึงจะหายบวมเร็ว
อาการบวมมากหรือน้อยหลังจากการถอนฟัน ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของฟันซี่นั้นๆ แต่ก็มีวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยลดอาการบวม โดยทำการประคบน้ำเย็นหลังจากทำการผ่าฟันคุด 1-2 วัน หลังจากนั้นเปลี่ยนเป็นประคบ ด้วยน้ำอุ่นต่อ อาการบวมที่เกิดขึ้นก็จะหายได้เร็วขึ้น

ทำไมผ่าฟันคุดจึงปวดมากๆ
เป็นเพราะมีการกรอกระดูกที่คลุมตัวฟันออกไป ทำให้เกิดอาการปวดหลังจากทำการผ่าโดยอาการปวด จะค่อยๆลดลงภายใน 1-2 วัน ส่วนมากจะเป็นความลำบากที่เกิดจากการบวมทำให้ อ้าปากได้ลำบาก มีการบวมบนใบหน้า แต่ในขณะผ่าจะไม่รู้สึกปวดใดใด เนื่องจากการระงับประสาท โดยไม่จำเป็นจะต้องทำการดมยาสลบ เพราะเพียงแค่ระงับประสาทในช่องปากอย่างเดียวก็เพียงพอ และการทำการดมยาสลบก็มีผลข้างเคียงต่อคนไข้ได้หลายอาการ

ควรจะผ่าฟันคุดเมื่อใด
การผ่าฟันคุดในวัยหนุ่มสาวไม่ค่อยมีปัญหา เพราะแผลหายเร็วกว่าปล่อยทิ้งไว้ ถ้าทำในผู้สูงอายุ ฟันจะติดแน่นกับกระดูกทำให้แผลหายช้า ผลแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดมีมากกว่า ความเสี่ยงก็ มีมากกว่า เนื่องจากโรคประจำตัว ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมาผ่าก็เมื่อมีอาการ ซึ่งในขณะนั้นมักอยู่ใน อาการอักเสบ ปวด เป็นหนอง และอ้าปากได้น้อย ทำให้การรักษาทำได้ยากและมีปัญหาได้มากกว่าเมื่อยังไม่มีอาการ อย่างไรก็ตามมีข้อยกเว้นสำหรับผู้ป่วยที่มีสภาพร่างกายอ่อนแอ หรือผู้สูงอายุที่ไม่มีอาการผิดปกติจากฟันคุด

ข้อปฏิบัติหลังการถอนฟันหรือผ่าตัดฟันคุด
ไม่ควรรบกวนบริเวณแผล
ห้ามบ้วนปากเพราะแผลจะขยับและเลือดออก
หากเลือดยังไม่หยุดให้กัดผ้าเพิ่มอีก 15 นาที
วันแรกควรทานยาแก้ปวดทุก 4-6 ชั่วโมง และประคบน้ำเย็น
วันแรกควรทานอาหารอ่อนป้องกันเศษอาหารไปติดบริเวณแผล
รับประทานยาแก้อักเสบตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
แปรงฟันตามปกติ แต่ควรระมัดระวังไปกระทบกระเทือนแผล
วันที่ 3 หลังการผ่าตัดให้อมน้ำอุ่นบ้วนปากบ่อยๆ จะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น
การบวมเป็นจ้ำเขียวเป็นการตอบสนองตามปกติของร่างกาย แต่ถ้ามีอาการบวมมากให้ปรึกษาแพทย์
ไม่ควรสูบบุหรี่หรือดื่มอัลกอฮอลล์
ในวันแรกหลังการผ่าตัดควรนอนหมอนสูงเพื่อลดการบวม

รศ.ทพ.เฉลิมพล ลี้ไวโรจน์

Download : ไฟล์ที่ 1
ผู้ประกาศ : webmaster
แก้ไขล่าสุด : 21 กรกฎาคม 2551

Tags: , , , , ,

ลูกรักฟันดี เริ่มที่ซี่แรก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 มกราคม 2552 08:34 น.

ยังมีผู้เข้าใจว่าการดูแลรักษาฟันเริ่มที่ฟันแท้ ความจริงแล้วฟันแท้จะดีได้ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาฟันน้ำนมด้วย

แต่น่าเป็นห่วงเมื่อเห็นผลการสำรวจเด็กไทยกลุ่มอายุ 3 ปี เมื่อปี 2548 พบว่า เด็กไทยมีปัญหาฟันน้ำนมผุถึงร้อยละ 60 และเฉพาะในพื้นที่อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี จากการสำรวจของ ทันตแพทย์วสันต์ สายเสวีกุล และคณะ พบว่าฟันน้ำนมผุถึงร้อยละ 52 และเมื่อปี 2550 พบว่ามีอัตราเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 69.7 นอกจากนี้ในเด็กแต่ละคนมีฟันผุเฉลี่ยถึง 2 ซี่

สาเหตุหลักมาจากการเลี้ยงดูของผู้ปกครองที่ปล่อยให้เด็กดื่มนมจนหลับคาขวด รวมถึงการดื่มนมชนิดหวาน หรือเครื่องดื่มที่มีรสหวาน ขาดการทำความสะอาดในช่องปาก เด็กไม่แปรงฟัน หรือเด็กแปรงฟันเอง แต่ไม่สะอาด รวมไปจนถึงการเสริมฟลูออไรด์ที่ไม่ต่อเนื่อง นำมาสู่ผลที่ทำให้เด็กอายุ 0-3 ปี เกิดฟันผุขึ้นมาได้ และอาจส่งผลไปถึงฟันแท้ในอนาคตได้

ดังนั้นเมื่อเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา ทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ได้ให้การสนับสนุนดำเนินโครงการสร้างเสริมทันตสุขภาพในเด็ก 0-3 ปี อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี โดยเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. 2551 และจะสิ้นสุดโครงการในวันที่ 31 มี.ค. 2552 เพื่อที่จะลดอัตราฟันผุของเด็กกลุ่มนี้ในพื้นที่ให้น้อยลง และให้ความรู้ผู้ปกครองในการเลี้ยงดูลูก และกระตุ้นให้เห็นความสำคัญในการดูแลช่องปากของลูกน้อย รวมถึงการให้ความรู้แก่อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.)ในพื้นที่เพื่อกระจายความรู้ไปสู่ชุมชนให้มากขึ้นด้วย

ทพ.วสันต์ ทันตแพทย์ประจำโรงพยาบาลพานทอง จ.ชลบุรี ผู้รับผิดชอบโครงการนี้ เล่าถึงการดำเนินโครงการที่ผ่านมากว่า 9 เดือนว่า โครงการมีพื้นที่เป้าหมาย 4 ตำบลคือ ต.พานทอง ต.หนองตำลึง ต.บ้านเก่า และ ต.บางนาง การดำเนินงานที่ผ่านมาได้มีการจัดอบรมให้ความรู้แก่ อสม. ในพื้นที่ร่วมกับสถานีอนามัย องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาลตำบลพานทอง และคณะทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมเป็นวิทยากร นอกจากนี้ยังลงพื้นที่สถานีอนามัยเพื่อให้ความรู้ผู้ปกครองที่มีลูกเล็กเป็นการกระตุ้นให้เห็นความสำคัญ และให้ฟลูออไรด์วานิช (เคลือบฟัน) กับเด็กที่เริ่มมีฟันน้ำนมขึ้นแล้ว

ในการลงพื้นที่ครั้งล่าสุดที่สถานีอนามัยหนองตำลึง เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ปกครอง และให้ฟลูออไรด์วานิชกับเด็ก ผู้ปกครองหลายคนพาลูกหลานมาร่วมอบรม พร้อมทั้งซักถามด้วยความสนใจ เพื่อที่ความรู้เหล่านี้จะถูกนำไปใช้ เมื่อกลับไปถึงบ้าน

หนึ่งในผู้เข้าอบรม ชนกานต์ ยาปัญ คุณแม่ที่มีลูกน้อยวัย 4 เดือนเศษ เธอเป็นแม่บ้านจึงมีเวลามากพอที่จะเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง บอกว่าทุกครั้งที่มีการอบรมเรื่องการดูแลสุขภาพเด็กเธอจะสนใจเข้าร่วม และความรู้ที่ได้ก็นำไปใช้กับลูก แม้ว่าลูกจะดื่มนมตัวเอง แต่ทุกครั้งเธอจะทำความสะอาดโดยใช้ผ้าเช็ดปากเพื่อล้างคราบนม หรือป้อนน้ำตาม รวมถึงพาลูกมารับฟลูออไรด์ตามที่แพทย์กำหนด

การเอาใจใส่สุขภาพช่องปากของลูกเช่นที่ชนกานต์ทำอยู่นี้ มีผลให้เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน เมื่อเธอบอกว่าลูกคนแรกของเธอที่ตอนนี้อายุ 6 ขวบแล้ว ฟันแท้เริ่มขึ้น แต่พบว่าไม่มีฟันผุเลย เนื่องจากเธอปฏิบัติเช่นนี้กับลูกคนแรกเช่นกัน

ส่วน รัชนี กรรณีวงษ์ คุณแม่ที่มีลูกวัย 6 เดือน บอกว่า ฟันน้ำนมของลูกขึ้นตั้งแต่อายุ 4 เดือนแล้ว จึงพาลูกมารับฟลูออไรด์ เธอบอกว่า “น้องแทน” เป็นลูกคนที่สอง ซึ่งเธอมีโอกาสได้เลี้ยงเอง จึงนำความรู้ที่ได้รับจากการอบรมไปใช้ ด้วยการทำความสะอาดช่องปากให้ลูกทุกวันๆละ 2 ครั้ง

“โชคดีที่ลูกคนนี้ได้มีโอกาสเลี้ยงเอง ลูกจึงได้ดื่มนมแม่ ไม่ต้องดื่มนมจากขวด ทำให้ดูแลได้ง่ายขึ้น ลูกคนแรกตอนนี้อายุ 8 ขวบแล้วไม่ได้เลี้ยงดูเอง ไม่ได้ดูแลเขาแบบนี้ ตอนนี้ฟันแท้ขึ้นแล้วเขามีฟันผุทั้งปากเลย เพราะชอบกินขนมหวาน ลูกอม ตอนนี้ต้องพาไปหาหมอฟันอยู่บ่อยๆ” รัชนีเล่าถึงผลของการไม่มีเวลาดูแลสุขภาพช่องปากลูกคนแรกที่ผ่านมา จึงทำให้วันนี้เธอนำความรู้ที่ได้จากการอบรมมาดูแลลูกเล็กคนถัดมา

แม้โครงการนี้จะทำในพื้นที่เพียงแค่ 4 ตำบลของจังหวัดชลบุรีก็ตาม แต่ ทพ.วสันต์ กล่าวว่า โครงการลักษณะนี้เป็นการส่งเสริมมากกว่าการรักษา เกิดผลเป็นรูปธรรมพิสูจน์ได้จากสถิติปัญหาฟันผุในเด็กปฐมวัยเขตอำเภอพานทองลดลงจาก 69.7 เปอร์เซ็นต์ ลดลงเหลือ 38 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหลังจากนี้จะต้องมีการประเมินผลอีกครั้งหนึ่งถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น แต่ถ้าเราไม่มีการส่งเสริม เราจะวนอยู่กับการรักษา ซึ่งต้องทำอยู่ตลอดไปไม่รู้เมื่อใดจะแก้ปัญหาได้ ประกอบกับปัจจัยในเรื่องของค่ารักษาก็เป็นอุปสรรคสำหรับประชาชนต่อการเข้าถึงการรักษาด้วย

“ถ้าเราไม่ทำเรื่องของการเสริมสร้างป้องกัน เรื่องของฟันผุในเด็กจะต้องเพิ่มมากขึ้น และจะต้องเข้ามาดูแลในเรื่องของการรักษามากขึ้นด้วย ซึ่งถ้าหากเด็กรุ่นต่อๆ ไปมีการป้องกันมากขึ้น มีฟันผุน้อยลงการรักษาก็จะต้องน้อยลงด้วยในอนาคต” นี่คือเป้าหมายของโครงการที่ ทพ.วสันต์ อยากให้เกิดขึ้น

อย่าลืมว่า ปัญหาสุขภาพฟันเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของเด็ก ฟันมีหน้าที่ในการบดเคี้ยวอาหาร ถ้าฟันมีปัญหาอาจจะส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กได้ รวมถึงปัญหาการเจ็บป่วยด้วยโรคบางโรคซึ่งมีสาเหตุมาจากช่องปากและฟัน ไปจนถึงเรื่องของสภาพจิตใจของเด็กเมื่อโตขึ้น

เริ่มดูแลฟันลูกน้อยตั้งแต่วันนี้ เพื่อที่ในอนาคตเราจะได้พูดได้อย่างเต็มปากว่า “ยิ้มสดใส เด็กไทยฟันดี”

Tags: , , , , , , , , ,

หลายคำถามกับยาสีฟัน

ยาสีฟัน (Dentifrices) ทพญ. สาครรัตน์ คงขุนเทียน
ยาสีฟัน คือ สารที่ช่วยในการทำความสะอาดฟัน ใช้ร่วมกับการแปรงฟัน หากแปรงฟันโดยไม่ใช้ยาสีฟัน อาจทำให้ขาดความรู้สึกสดชื่นหลังการแปรงฟัน
วัตถุประสงค์ของการใช้ยาสีฟัน คือ ช่วยให้การทำความสะอาดฟันมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยช่วยในการกำจัดคราบจุลินทรีย์ เศษอาหาร และคราบสะสมต่าง ๆ บนตัวฟัน รวมทั้งบนลิ้นและเหงือกด้วย นอกจากนั้นยังสามารถป้องกันฟันผุ เหงือกอักเสบ ลดอาการเสียวฟัน หรือขัดคราบบุหรี่ ช่วยให้ฟันขาวได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับส่วนประกอบพิเศษที่เพิ่มเติมเข้าไปในในยาสีฟัน
องค์ประกอบหลักของยาสีฟัน ได้แก่
1. ผงขัด (abrasives) เป็นอนุภาคขนาดเล็กที่ช่วยในการขัดผิวฟัน โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวฟัน แต่ทำให้เกิดพื้นผิวที่เรียบ ซึ่งจะช่วยทำให้การเกิดคราบสะสมบนตัวฟันช้าลง ปัจจัยที่ควรพิจารณาเกี่ยวกับผงขัด ได้แก่ ความแข็งของผงขัด ขนาดของอนุภาค และรูปร่างของอนุภาค
2. สารที่ทำให้เกิดฟอง (detergents) เป็นสารที่ช่วยแรงตึงผิว สามารถแทรกซึมและทำให้สิ่งที่
3. เกาะบนผิวฟันหลุดลอกออก ง่ายต่อการกำจัดด้วยแปรงสีฟัน ไม่เป็นพิษต่อร่างกาย ทำปฏิกิริยาได้แม้ในสภาพที่เป็นกรดหรือด่าง และมีความคงตัว
4. สารที่ทำให้เกิดการรวมตัว (binder หรือ thickeners) เป็นสารที่ป้องกันการแยกตัวขององค์ประกอบต่าง ๆ ที่เป็นของแข็งออกจากของเหลว ในช่วงที่เก็บรักษา ไม่เป็นพิษต่อร่างกาย มีความคงตัวและเข้ากันกับองค์ประกอบอื่น ๆ ในยาสีฟันได้
5. สารรักษาความชื้น (humectant) เป็นสารที่ช่วยรักษาความอ่อนนุ่มของยาสีฟัน ป้องกันการแข็งตัวขณะที่สัมผัสอากาศ ช่วยในการคงตัวของยาสีฟัน ไม่มีพิษต่อร่างกาย
6. สารกันบูด (preservation) เป็นสารที่ช่วยป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ช่วยยืดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์
7. สารแต่งสี (coloring agents) เป็นสีที่เติมเข้าไปในยาสีฟัน ทำให้มีความน่าใช้ แต่ต้องไม่ก่อให้เกิดการติดสีบนตัวฟันและเนื้อเยื่อในช่องปาก และไม่ทำให้วัสดุบูรณะเปลี่ยนสีไป สารที่ใช้ ได้แก่ สีที่ได้จากพืช
8. สารแต่งกลิ่น (flavoring agents) เป็นสารที่ทำให้ยาสีฟันมีกลิ่นหอม เพิ่มความน่าใช้ และกลบกลิ่นของสารอื่นที่ไม่พึงประสงค์ในยาสีฟัน ไม่ควรมีกลิ่นเปลี่ยนไปในระหว่างขั้นตอนการผลิตและในขณะเก็บ รวมทั้งควรเข้ากันกับองค์ประกอบอื่น ๆ ของยาสีฟันได้
9. สารให้ความหวาน (sweeteners) เป็นสารที่ให้ยาสีฟันมีรสหวาน เพื่อให้ผู้ใช้พึงพอใจ ยาสีฟันส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นยาสีฟันสำหรับเด็กหรือผู้ใหญ่ จะถูกปรุงแต่งให้มีรสหวานแต่ไม่ก่อให้เกิดฟันผุ เนื่องจากสารที่ให้ความหวานที่ผสมลงไป มักเป็นสารสังเคราะห์ หรือสารที่ได้จากธรรมชาติที่ไม่ทำให้เกิดฟันผุ เช่น ซอร์บิทอล (sorbitol) กลีเซอรอล (glycerol) และไซลิทอล (xylitol) เป็นต้น

ปัจจุบันนี้แบ่งยาสีฟันออกเป็นหลายประเภท ตามวัตถุประสงค์ของการใช้ ได้แก่
1. ยาสีฟันสำหรับป้องกันฟันผุ ยาสีฟันประเภทนี้มีส่วนผสมที่สำคัญ คือ ฟลูออไรด์ ความเข้มข้นของฟลูออไรด์ที่สามารถยับยั้งฟันผุได้ดี คือ 1000 ส่วนในล้านส่วน (1000 ppm)
2. ยาสีฟันที่ลดการสะสมคราบจุลินทรีย์และลดการอักเสบของเหงือก ยาสีฟันชนิดนี้มักมีสารที่ออกฤทธิ์ยับยั้งจุลชีพผสมอยู่ ได้แก่ สารสกัดจากพืชสมุนไพรหรือน้ำมันระเหยได้จากพืช (essential oil) และ ไตรโคลซาน (triclosan) เป็นต้น
3. ยาสีฟันที่ใช้ลดอาการเสียวฟัน ส่วนผสมที่สำคัญในยาสีฟันประเภทนี้ ได้แก่ โปแทสเซียม (potassium) สตรอนเทียม (strontium) และ ฟลูออไรด์ เป็นต้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการเสียวฟัน เนื่องจากผู้ที่มีอาการเสียวฟันมักจะละเว้นการแปรงฟันในบริเวณที่เสียวฟัน อันจะนำไปสู่การสะสมคราบจุลินทรีย์ และก่อให้เกิดโรคต่อไป
4. ยาสีฟันที่ช่วยยับยั้งการเกิดหินน้ำลายหรือหินปูน เป็นยาสีฟันที่มีสารที่ช่วยลดการสร้างผลึกแคลเซียมฟอสเฟตในคราบจุลินทรีย์ เช่น เกลือไพโรฟอสเฟต (pyrophosphate salt) เกลือของซิงค์ (zinc salt) เช่น ซิงค์คลอไรด์ (zinc chloride) หรือ ซิงค์ไนเตรท(zinc citrate) เป็นต้น
5. ยาสีฟันที่ช่วยให้ฟันขาว เป็นยาสีฟันที่ผสมสารที่ฟอกสีหรือขจัดคราบสีบนตัวฟันได้ เช่น โซเดียมไบคาร์บอเนต (sodium bicarbonate) และ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (hydrogenperoxide) เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสารพวกซิลิกา (silica) และเซอร์โคเนียม (zirconium) ซึ่งเป็นผงขัดที่หยาบช่วยขัดฟันได้ รวมทั้งสารพวกโพลีไวนิลไพโรลิโดน (polyvinyl pyrrolidone) หรือ พีวีพี คอมเพล็กซ์ (PVP complex) ที่ทำให้คราบต่าง ๆ เช่น คราบบุหรี่ ที่ติดบนตัวฟันละลายน้ำได้ดีขึ้น ทำให้ถูกกำจัดออกได้ง่าย
6. ยาสีฟันสมุนไพร เป็นยาสีฟันที่มีองค์ประกอบเป็นสารสกัดจากพืชธรรมชาติ มักออกฤทธิ์ในการยับยั้งแบคทีเรียในช่องปากได้ จึงลดอาการเหงือกอักเสบลงได้
ยาสีฟันที่มีจำหน่ายทั่วไปในท้องตลาด มีหลายรูปแบบ ได้แก่
1. ยาสีฟันชนิดผง ยาสีฟันแบบนี้มีขนาดของผงขัดที่ค่อนข้างหยาบ หากใช้ร่วมกับการแปรงฟันที่ผิดวิธี เช่น การแปรงแบบถูไปมาในแนวนอน อาจทำให้คอฟันสึกได้
2. ยาสีฟันชนิดครีม เป็นรูปแบบที่นิยมใช้กันมากที่สุด มีขนาดของผงขัดที่พอดี สามารถขจัดคราบจุลินทรีย์บนผิวฟันได้โดยไม่ก่อให้เกิดการสึกของเคลือบฟัน
3. ยาสีฟันชนิดเจล ยาสีฟันแบบนี้มีขนาดของผงขัดที่ละเอียดกว่าแบบครีม เหมาะกับผู้ที่มีภาวะเสียวฟัน
เรื่องน่ารู้จากโฆษณา
• ยาสีฟันช่วยลดอาการเสียวฟันได้ภายใน 7 วันจริงหรือ
คำตอบก็คือ เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่ยาสีฟันที่มีโปแทสเซียมเป็นส่วนผสมจะลดอาการเสียวได้ใน 7 วัน ก่อนอื่นควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกที่ทำให้รู้สึกเสียวฟัน ว่าเกิดจากการที่ท่อของเนื้อฟันหรือรากฟันเปิดออกสู่สิ่งแวดล้อม (เช่น ภาวะที่มีเหงือกร่น รากฟันโผล่) เมื่อมีสิ่งเร้า เช่น ความร้อน ความเย็น หรือ การสัมผัส มากระตุ้น จะทำให้เกิดการเคลื่อนของของเหลวที่อยู่ในท่อเนื้อฟัน ซึ่งจะไปกระตุ้นประสาทรับสัมผัสในตัวฟันอีกที และเกิดการส่งกระแสประสาทไปยังสมองทำให้รู้สึกเสียวฟัน การใช้ยาสีฟันชนิดนี้สามารถลดอาการเสียวฟันลงได้ โดยโปแทสเซียมซึ่งเป็นสารที่มีประจุเป็นบวกจะทำให้การส่งกระแสประสาทลดลง ทำให้อาการเสียวลดลงตั้งแต่เริ่มใช้แต่ผู้ป่วยจะเริ่มรู้สึกได้อย่างชัดเจนภายในเวลาประมาณ 7 วัน และอาการเสียวจะลดลงเกือบทั้งหมดหลังจากใช้เป็นประจำต่อเนื่องถึงสัปดาห์ที่ 4
• มียาสีฟันที่ช่วยระงับกลิ่นปากได้ตลอดคืนจริงหรือ ทำได้อย่างไร
เมื่อคนเราตื่นนอนขึ้นมาในตอนเช้า มักรู้สึกว่ามีกลิ่นปาก ทั้ง ๆ ที่ก่อนนอนได้แปรงฟัน ทำความสะอาดฟันเป็นอย่างดีแล้ว สาเหตุที่มีกลิ่นปากนั้นเนื่องจากในช่องปากของมนุษย์มีแบคทีเรียเจริญอยู่ได้เป็นปกติ เรียกได้ว่าเป็นเชื้อประจำถิ่นในช่องปากนั่นเอง พบได้บนผิวฟัน รากฟัน ในร่องเหงือก บนวัสดุบูรณะฟัน ฟันปลอม เนื้อเยื่อในช่องปาก และลิ้น ดังนั้นแม้ว่าก่อนนอนได้แปรงฟันไปแล้ว แต่แบคทีเรียจะยังคงมีอยู่ในช่องปาก อาจอยู่ในคราบจุลินทรีย์ที่ตกค้างตามซอกฟันที่ทำความสะอาดไม่หมด หรือบนเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในช่องปาก รวมทั้งน้ำลาย ในขณะที่เรานอนหลับนั้น แบคทีเรียมิได้นอนหลับไปด้วย แต่จะเจริญเติบโตต่อไปและทำให้มีกลิ่นปาก โดยเฉพาะแบคทีเรียที่สามารถก่อให้เกิดก๊าซที่มีองค์ประกอบเป็นซัลเฟอร์ (กำมะถัน)ที่ระเหยได้ (volatile sulfur compounds) ดังนั้นยาสีฟันที่มีสารที่สามารถยับยั้งแบคทีเรียกลุ่มดังกล่าวได้จะสามารถลดกลิ่นที่เกิดขึ้นหลังตื่นนอนได้ แต่การใช้ยาสีฟันชนิดนี้เป็นเพียงการรักษาที่ปลายเหตุเท่านั้น หากผู้ป่วยมีสภาวะในช่องปากที่เอื้ออำนวยต่อการเกิดกลิ่นปาก เช่น มีคราบจุลินทรีย์และหินน้ำลายมาก มีวัสดุบูรณะที่ไม่ดี หรือมีแหล่งสะสมแบคทีเรียในช่องปากที่ไม่ได้รับการแก้ไข เป็นต้น ก็จะไม่สามารถกำจัดกลิ่นปากได้อย่างถาวร
• ยาสีฟันป้องกันเกิดหินน้ำลายหรือหินปูนได้อย่างไร
สารที่ช่วยยับยั้งการเกิดหินน้ำลายที่ถูกผสมในยาสีฟัน เป็นสารที่ลดการเจริญของผลึกแคลเซียมฟอสเฟตในคราบจุลินทรีย์ที่อยู่เหนือเหงือก โดยไพโรฟอสเฟตที่มีประจุลบจะไปดึงดูดกับประจุบวกของแคลเซียม ทำให้รบกวนการสร้างหินน้ำลาย เพราะไม่เกิดการสร้างแคลเซียมฟอสเฟต (calcium phosphate) ขึ้น นอกจากนั้นยังมีซิงค์ (ธาตุสังกะสี) ที่มีประจุเป็นบวก ที่สามารถจับกับประจุลบของฟอสเฟตได้ ทำให้ลดการสร้างแคลเซียมฟอสเฟตที่เป็นองค์ประกอบของหินน้ำลายได้ ยาสีฟันประเภทนี้จึงลดการเกิดหินน้ำลายได้
• ยาสีฟันบางชนิดเสริมสร้างความแข็งแรงให้ฟันได้จริงหรือ
ความแข็งแรงของฟันนั้น เริ่มตั้งแต่คนเราเริ่มมีการสร้างหน่อฟันในวัยเด็ก มีการสะสมแคลเซียมในเนื้อฟันและเคลือบรากฟันจากภายใน มิใช่มีการเสริมสร้างเพิ่มเติมมาในภายหลัง ดังนั้นการใช้ยาสีฟันที่ทำให้มีการตกผลึกเป็นฟลูออโร-อะพาไทท์จึงไม่ได้ทำให้ฟันแข็งแรงจากเนื้อในของฟัน

ผู้ประกาศ : คณะทำงานการสื่อสารกับประชาชน
แก้ไขล่าสุด : 06 กุมภาพันธ์ 2552

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

ประโยชน์จากเปลือกทุเรียนพัฒนาเป็นน้ำยาบ้วนปาก

MCOT News 10 November 2008
ยา
นักวิจัยคณะเภสัชฯ จุฬาฯนำเปลือกทุเรียนส่วนที่ขาว ๆ ตัดหนาม

เลาะเปลือกสีเขียวทิ้ง เพื่อกำจัดสารเคมีต่าง ๆ ทั้งยาฆ่าแมลง สารเร่งทุเรียน จากนั้น นำส่วนเปลือกขาว ๆ มาสกัด

ได้สารบริสุทธิ์ มีความเป็นกรดอ่อน ๆ นำไปทดสอบพบว่า

ทำเป็นพลาสเตอร์ปิดแผล รักษาแผลที่ผิวหนังหายได้ดี

อาจารย์คณะทันตะฯ จุฬาฯ จึงนำมาต่อยอดพัฒนาเป็น “น้ำยาบ้วนปาก”

น้ำสีเหลือง ๆ ที่คุณผู้อ่านเห็นนี่แหละค่ะ สกัดจากเปลือกทุเรียน

นำสารสกัดไปพัฒนาในรูปแบบยาสีฟันเพื่อป้องกันโรคฟันผุ

น้ำยาบ้วนปาก รสชาติไม่เผ็ดร้อน ทดสอบในอาหารเลี้ยงเชื้อแบคทีเรีย

พบว่า ฆ่าแบคทีเรียในช่องปากได้ เป็นที่น่าพอใจ

น้ำยาบ้วนปากจะมีรสชาติเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ ไม่เผ็ดร้อน

คุณผู้อ่านที่สนใจผลิตภัณฑ์น้ำยาบ้วนปากจากเปลือกทุเรียน

รศ.ทพ.ดร.พสุธา ธัญญะกิจไพศาล ผู้ช่วยคณบดีคณะทันตแพทย์ศาสตร์ จุฬาฯ บอกว่า งาน “จุฬาฯวิชาการ ปี 2551″ จัดขึ้นระหว่าง

วันที่ 26 - 30 พฤศจิกายน 2551 ที่ จุฬาฯ

Tags: , , , ,

ฟัน SUPPERMAN ของน้องอาร์ม

 

 

หมอเปียยังจำได้ดี บ่ายแก่ๆ วันหนึ่ง คุณแม่น้องอาร์มพาลูกชายมาทำฟันเป็นครั้งแรกในชีวิต 6ขวบของแก น้องอาร์มแต่งชุดนักเรียนชั้นอนุบาล สะพายเป้ใบเล็กไว้ กลางหลัง พูดจาซ้ำๆ อยู่ว่า “ไปลีโอแลนด์ ไปลีโอแลนด์” เมื่อหมอเปียชวนคุยถึงเพื่อนที่ โรงเรียน เด็กน้อยตอบเป็นประโยคสั้นๆ ซ้ำๆ “มีเพื่อน มีเพื่อน”

น้องอาร์มยอมขึ้นนอนบนเตียงทำฟันโดยดี อ้าปากกว้างยอมให้หมอตรวจฟัน พบว่าไม่มีฟันผุ จึงแนะนำให้เคลือบร่องฟันกราม คุณแม่ขอให้หมอเคลือบร่องฟันลูกชาในวันนั้นเลย

หนูเป็นคนพิเศษนะลูก” คุณแม่เปรยขึ้นแล้วบอกกับหมอว่า “น้องอาร์มเป็นเด็ก AUTSTIC ค่ะ”

ฟังแล้วหมดเปียนึกร้อง อ๋อ ในใจ มิน่าเล่า เด็กน้อยถึงพูดเพียงประโยคสั้นๆ ซ้ำๆ รู้เช่นนี้แล้วยิ่งต้องใส่ใจพูดคุย ทำความรู้จักแกให้มากขึ้น

น้องอาร์มมีความสามารถพิเศษทางด้านไหนคะ” หมอถามคุณแม่ “เด็ก AUTSTIC คนหนึ่งที่หมอรู้จักเก่งทางคำนวณ”

อาร์มเก่งภาษาอังกฤษ และ คอมพิวเตอร์ ค่ะ” คุณแม่เล่าอย่างภูมิใจ

หลังจากทำความสนิทสนมพักใหญ่ หมออธิบายถึงวิธีเคลือบร่องฟัน 2 ให้แกฟังว่าก่อนอื่น หมอจะขัดฟันหนูจนสะอาดแล้าเอาภู่กันป้ายน้ำมะนาวสีเขียวไปทาที่ฟันหนู ตอนนี้ต้องอยู่นิ่งๆ นะคะ อย่าให้ลิ้นมาโดนฟัน เพราะน้ำมะนาวเปรี้ยวมาก เสร็จแล้วหมอจะล้างฟันหนูจนสะอาดเอื่ยม ฟันจะขาวสวย ทีนี้จะเอาน้ำนมมาหยอดบนฟัน เอาไฟฉายส่อง เมื่อเสร็จเรียบร้อย ฟันหนูจะแข็งแรงกลายเป็นฟัน SUPERMAN

 

น้องอาร์มมีทีท่าเข้าอกเข้าใจเป็นอันดี แต่เมื่อหมอเริ่มทำงานจริง ๆ เด็กน้อยจะผลุดลุกขึ้นนั่งอย่างหวาด ๆ เป็นเช่นนี้ห้าหกครั้ง มิใยที่หมอ และ ผู้ช่วยจะทั้งปลอบ ทั้งคุณแม่จะยื่นคำขาดไม่พาไปเที่ยว ลีโอแลนด์ถ้าไม่ทำฟัน

หมอเปียเชื่อในหลัก “ไม่บังคับฝืนใจเด็ก” ทั้งนี้เพราะการรักษาฟันไม่เหมือนการตรวจรักษาโรคทั่ว ๆ ไปที่ใช้เวลาเพียงประเดี๋ยวเดียว หรือถ้าเด็กไม่ให้ความร่วมมือ หมอก็ยังสามารถตรวจ และรักษาให้หายด้วยยา แต่การรักษาฟันเป็นงานฝีมือที่ต้องใช้เวลา จึงต้องการความร่วมมืออย่างสูง ดังนั้นถ้าหมอคิดจะรักษาฟันให้เด็กที่ไม่พร้อมมีทางเดียวคือ จับแกตรึงเข้ากับอุปกรณ์มัดเด็ก ลักษณะเป็นแผ่นไม้กระดาน มีแถบรัดตัว, รัดขา, รัดมือ และรัดหัว แล้วใช้ยางกัดค้ำขากรรไกรให้อ้าไว้ เด็กที่ไม่ยอมให้หมอทำฟันเพราะความดื้อรั้น มักจะไม่รู้สึกกระไรนักที่ถูกพันธนาการเช่นนี้ แต่เด็กน้อยที่กลัวจริงๆ อาจฝังใจกลัวการทำฟันจนกระทั่งแกโตเป็นผู้ใหญ่เลยทีเดียว

อ้าว ! แล้วจะทำอย่างไร คำตอบคือ เด็กจะให้ความร่วมมือกับคนที่แกรู้สึกไว้ใจ คนที่ใส่ใจความรู้สึกของแกว่า หนูกลัวไอเครื่องเสียงดัง ๆ หนูเมื่อยปากขอหนูพักซักหน่อยเถิด อย่าทำหนูเจ็บนะ อ้อ ! แล้วให้รางวัลหนูด้วย เด็ก ๆ ที่ไม่เคยปวดฟันมักไม่ทราบหรอกว่า ทำไมแกจะต้องมานอนให้หมออุดฟัน, เคลือบร่องฟัน หรืออื่น ๆ หมอต้องโยงเรื่องฟันไปยังเรื่องที่แกเข้าใจง่าย ๆ เช่น แจ็ค ฟันหนูเน่าแล้วนะ ถ้าหนูไม่รีบให้หมอรับหนอนออก ปากจะเหม็นจนเพื่อน ๆ ไม่เล่นด้วย ไม่มีใครอยากคุยกับคนที่มีหนอนในปากหรอก กลัวมันกระโดดเข้าไปในปากของเรา ขนาดหมอจะล้างฟันให้หนูยังต้องเอาผ้าปิดปากไว้เลย

เมื่อน้องอาร์มไม่พร้อม หมอจึงไม่บังคับ คุณแม่บอกลูกชายว่า “หนูไม่ทำฟัน แม่ไม่พาไปเที่ยวลีโอแลนด์แล้ว” น้องอาร์มฮึดฮัด พูดซ้ำคำเดิม “จะไปลีโอแลนด์”

หมอเปียฟังวลีนั้นซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า จนพอจะเข้าใจเจ้าหนูได้ลาง ๆ บางทีชีวิตของแกซึ่งสื่อสารกับผู้อื่นได้อย่างยากลำบาก สวนสนุก ลีโอแลนด์ อาจเป็นสถานที่เดียวที่แกจะสนุกสนานได้ อย่างอิสระและสะดวกใจ

น้องอาร์มคะ หนูรู้มั้ยที่ประตูทางเข้าลีโอแลนด์ พี่ยามที่เก็บตั๋วน่ะ จะขอดูฟันเด็กทุกคนว่า ได้เคลือบฟันเป็นฟัน SUPERMAN รึยัง” หมอเปียใช้กลอุบายใหม่ มุสาวาจากับเด็กน้อย “เด็กที่ยังไม่ได้เคลือบร่องฟัน ถึงมีตั๋วยามก็ไม่ให้เข้าไปเล่นหรอกค่ะ”

น้องอาร์มหน้าเหลอ แกไม่เคยได้ยินกติกานี้มาก่อน จึงตั้งใจฟังอย่างจริงจังยิ่งกว่าครั้งใด ๆ “เพราะอะไรทราบมั้ยคะ” เจ้าหนูนิ่ง หมอรีบรุก เข้าประเด็นสำคัญทันที “ถ้าฟันเด็กไม่เป็นฟัน SUPERMAN จะเล่นเครื่องเล่นบางอย่างไม่ไหวหรอกค่ะ อันตราย”

เหตุผลของหมอ คงฟังสมเหตุสมผลน่าดู น้องอาร์มจึงยอมให้เคลือบร่องฟัน ในคราวแรกถึง 3 ซี่ ก่อนกลับบ้าน หมอแอบกระซิบย้ำกับคุณแม่ ให้บอกยามที่ประตูสวนสนุกช่วยตรวจฟันแกก่อนผ่านเข้าไปเล่น

คุณแม่ยิ้ม หมอก็ยิ้ม น้องอาร์มยิ้มกว้างที่สุด พึมพำกับตัวเองเหมือนเดิม “ไปลีโอแลนด์ ไปลีโอแลนด์”

 

ขนนก

************************************************************************

โดย ทญ มนูญ ดุจหนึ่งคุณากร

460 รามคำแหง 39

วังทองหลาง บางกะปิ

กรุงเทพฯ 10310

โทร. 02-530-1004, 02-934-6612

 

 

_______________________________________________________

 

1เด็ก AUTISTIC ไม่สามารถรับรู้หรือติดต่อ กับโลกภายนอกตนได้ จึงจำต้องอยู่ลำพังในโลกของตน เชื่อว่าเกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทส่วนที่รับรู้และสื่อสาร โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับความเข้าใจและการใช้ภาษา เด็กดังกล่าวจำนวนหนึ่งเป็นเด็กที่มีสติปัญญาปกติ และจำนวนมิใช่น้อยที่มีสติปัญญาสูงกว่าเด็กธรรมดา

ปัจจุบันแพทย์และนักการศึกษาเข้าใจลักษณะของเด็ก AUTISTIC มากขึ้น เด็กดังกล่าวจึงได้รับการรักษาตั้งแต่เยาว์วัย โอกาสที่จะหายขาดจึงมีมาก

2 การเคลือบร่องฟันเป็นวิธีป้องกันไม่ให้ฟันผุ โดยจะใช้กรดอ่อนทาบนด้านบดเคี้ยวของฟันกราม แล้วล้างให้สะอาด จากนั้นหยดพลาสติกเหลวให้ไหลเข้าไปในร่องบดเคี้ยว ฉายแสงเพื่อให้พลาสติกแข็ง คราบอาหารจึงไม่สามารถสัมผัสร่องฟันซึ่งเป็นจุดที่ผุง่ายที่สุดได้

Tags: , , , , , ,

ข้อปฏิบัติหลังการถอนฟันหรือผ่าฟันคุด

 

1. กัดผ้าก๊อซแน่น ๆประมาณ 1-2 ชั่วโมง เพื่อห้ามเลือด
2. ไม่ควรบ้วนเลือดหรือน้ำลายบ่อย ๆ เพราะจะทำให้เลือดไหลไม่หยุด
3. วันแรกที่ถอนฟันอาจประคบความเย็นข้างแก้มเพื่อลดความเจ็บปวด
4. วันถัด ๆ ไปควรประคบความร้อนเพื่อลดอาการบวมของแก้ม
5. ไม่ควรนำสิ่งสกปรกไปถูกแผลที่ถอนฟัน
6. ไม่ควรดื่มสุราหรือออกกำลังกายอย่างหักโหม
7. ถ้ามีปัญหาเรื่องปวดแผลหรือเลือดไหลไม่หยุดควรกลับมาพบทันตแพทย์

แก้ไขล่าสุด : 11 กุมภาพันธ์ 2551  ข้อมูลจากทันตแพทยสภา

Tags: , , , , , ,

ทันตกรรมรากเทียมคืออะไร

11 กุมภาพันธ์ 2551 ข่าวสารจากทันตแพทยสภา

บางครั้งผู้ป่วยไม่ต้องการใช้ฟันปลอมแบบถอดได้ และสภาพฟันในปากไม่เหมาะสมในการทำฟันปลอมชนิดติดแน่น ทำให้มีการคิดค้นทันตกรรมรากเทียมมาทดแทนรากฟันตามธรรมชาติที่เสียไป โดยการฝังรากเทียม ซึ่งมีลักษณะเป็นเกลียวลงไปในกระดูกขากรรไกรแล้วรอประมาณ 3-6 เดือน เพื่อให้กระดูกมายึดติดกับรากเทียม จึงต่อชิ้นฟันปลอมเข้ากับรากเทียม
แต่ในปัจจุบัน ต้องรับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทาง และมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงทีเดียว

Tags: , , ,

สธ.เผย ‘ลวดดัดฟันแฟชั่น’ มีสารพิษเพียบ อาจถึงตาย

13 พฤษภาคม 2551 จากทันตแพทยสภา

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันยังพบวัยรุ่นจำนวนมากนิยมจัดฟันหรือดัดฟัน ทั้งแบบดัดฟันจริงและดัดฟันตามแฟชั่น ทำให้ผู้จำหน่ายหัวใสนำลวดดัดฟันแฟชั่นมาจำหน่ายในราคาถูก และหาซื้อได้ตามตลาดนัดและเปิดท้ายขายของทั่วไป ราคาไม่เกินหลักร้อยบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับการดัดฟันโดยทันตแพทย์จะมีค่าใช้จ่ายสูงและขั้นตอนที่ยุ่งยาก ทำให้ลวดดัดฟันแฟชั่นได้รับความนิยมด้วยราคาที่ไม่แพง
‘ลวดดัดฟันแฟชั่นที่วางขายทั่วไปมีลักษณะเป็นลวดสเตนเลส ซึ่งเป็นลวดที่ร้อยดอกไม้ และมีการใส่ลูกปัดหลากสี พลาสติกยาง หรือกากเพชร และจากการตรวจสอบพบว่ามีสารปนเปื้อนหลายชนิด เช่น ตะกั่ว พลวง ซิลิเนียม โครเมียม สารหนู และอื่นๆ ซึ่งสารเหล่านี้หากสะสมในร่างกายปริมาณมากจะก่อให้เกิดผลต่อไตทำให้ไตวายอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้’ นายชวรัตน์ กล่าว
นายชวรัตน์ กล่าวต่อว่า ลวดดัดฟันจัดเป็นเครื่องมือแพทย์ทั่วไปที่ต้องขออนุญาตนำเข้าจาก อย. และมีมาตรฐานตามที่กำหนด แต่ลวดดัดฟันแฟชั่นที่ขายตามตลาดนัดนั้น ไม่จัดเป็นเครื่องมือแพทย์ วัสดุก็ไม่ได้มาตรฐาน วิธีการที่ผู้ซื้อลวดดัดฟันแฟชั่นใช้นั้น พบว่ามีการนำลวดมาวางไว้บนฟัน แล้วสอดปลายลวดเข้าไปในซอกฟันเพื่อเกี่ยวไม่ให้ลวดหลุดออก นับว่าเป็นอันตรายอย่างมาก เพราะภายในช่องปากมีน้ำลาย ซึ่งมีความเป็นกรด-ด่าง โดยจะทำปฏิกิริยากับสีที่เคลือบลูกปัด ทำให้สารที่เคลือบอยู่นั้นละลายออกมาและสะสมในร่างกาย นอกจากนี้ ลวดที่ใช้ก็อาจจะเกี่ยวกับกระพุ้งแก้ม เหงือก หรืออวัยวะในช่องปาก หากเป็นลวดที่ไม่ผ่านขั้นตอนการฆ่าเชื้อหรือไม่สะอาด ก็จะทำให้เกิดแผลติดเชื้อได้
‘การที่เราจะจัดหรือดัดฟันจึงไม่ควรซื้อลวดดัดฟันมาใช้เอง หากจำเป็นต้องจัดหรือดัดฟัน ต้องปรึกษาโดยตรงกับทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่โรงพยาบาลหรือคลินิกที่ได้มาตรฐาน โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับทันตแพทย์ที่ทำการรักษาได้ โดยเข้าไปในเว็บไซต์ของสมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย ซึ่งจะมีรายชื่อของทันตแพทย์ที่ผ่านการฝึกฝนและขึ้นทะเบียนไว้แล้ว เพราะถ้าแพทย์ไม่มีความรู้ และใช้อุปกรณ์และเครื่องมือดัดฟันที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็จะก่อให้เกิดอันตรายและเกิดผลเสียกับผู้ใช้บริการอย่างคาดไม่ถึงได้’ นายชวรัตน์ กล่าว

Tags: , , , , , ,

กลิ่นปากอาจเกิดจากอะไร

 

กลิ่นปากอาจเกิดจาก
1. มีเศษอาหารตกค้างหมักหมม ควรแก้ปัญหาด้วยการแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งหลังรับประทานอาหาร ถ้าไม่มีโอกาสแปรงฟันควรบ้วนปากด้วยน้ำหลาย ๆครั้ง
2. โรคในช่องปาก ได้แก่ โรคฟันผุ และโรคเหงือกอักเสบ เพราะฟันผุเป็นรูทำให้เศษอาหารตกค้างและอาจมีหนองที่รากฟัน ควรไปพบทันตแพทย์
3. การใส่ฟันปลอมที่ไม่ดี ทำให้เกิดการหมักหมมของเศษอาหารได้
4. โรคบางระบบของร่างกาย เช่น โรคไซนัสอักเสบ,โรควัณโรคปอด การแก้ปัญหา จึงต้องรักษาโรคให้หายขาดร่วมไปกับการรักษาความสะอาดช่องปาก
5. สาเหตุนอกช่องปาก เช่น การกินอาหารที่มีกลิ่นรุนแรง ได้แก่กระเทียม ปลาร้า ทุเรียน ควรแปรงฟันหลังอาหารทันที หรือ ใช้ยาอมระงับกลิ่นปาก

 

ข้อมูลจาก ทันตแพทยสภา www.dentalcouncil.or.th

Tags: , , , , , , , , , , ,

ก่อนทำฟัน ทำไมหมอต้องถามด้วยว่ามีโรคประจำตัวมั้ย

เคยสังเกตไหม ก่อนทำฟัน หมอต้องถามและทราบประวัติเกี่ยวกับโรคประจำตัวของคนไข้ก่อน

การฉีดยาชา และ การรักษาทางทันตกรรมที่มีเลือดออก  แก่ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางโรค เช่น เบาหวาน  โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด  โรคลิ้นหัวใจพิการ โรคหัวใจและหลอดเลือด  โรคความดันสูง โรคไต โรคต่อมธัยรอยด์เป็นพิษ   เป็นต้น   จะมีโอกาสสูงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลันขณะรักษา หรือ อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรีย  ยาบางตัวที่ทานเป็นประจำมีผลทำให้เลือดออกง่าย

ดังนั้น การที่ทันตแพทย์ ขอปรึกษาแพทย์ประจำตัวของท่าน   ผ่านจดหมาย อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของคุณนั่นเองค่ะ
 

Tags: , , ,

Steam mop
cordless phone
grocery store
new songs
vacuum cleaner
baby beddings
Cheap Toilet Seat toilet paper