โรคปริทันต์อักเสบกับความเสี่ยงของหัวใจวาย

โรคปริทันต์อักเสบ(periodontal disease)  เพิ่มความเสี่ยงของheart attack!!!!!!!!!!!

ท่านที่อายุ 40 ปีขึ้นไปคงคุ้นเคยกับการตรวจเลือดประจำปี เพื่อดูค่า  cholesterol ,HDL,LDL   ค่า cholesterol และ LDLที่สูงร่วมกับ HDLที่ต่ำ บอกถึงความเสี่ยง

ต่อการเป็นโรคของระบบหลอดเลือดและหัวใจ   นอกจากนี้ยังมีmarkerที่สำคัญอีกตัวคือ  C-reactive protein ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกถึงการอักเสบ   คนที่มีค่า C-reactive

proteinในเลือดสูง แสดงถึงการอักเสบเรื้อรัง(chronic inflammation)อันเป็นสาเหตุสำคัญของ  atherosclerosis  มีการศึกษาหลายชิ้นที่แสดงให้เห็นว่า ระดับ C-

reactive protein ที่สูงขึ้นบอกถึงความเสี่ยงต่อการเกิด heart attack มากกว่าระดับ cholesterol ที่สูง

ปัจจัยอะไรทำให้C-reactive protein มีค่าสูงขึ้น

1 การทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง(saturated fat )และ  high glycemic index มากเกินไป

2 คนอ้วนมีระดับ C- reactive protein สูงทั้งจาก cell ไขมันและ จากตับ

2  คนที่มีโรคปริทันต์อักเสบ (periodontal disease) มีความเสี่ยงสูงขึ้น 2 เท่าในการเกิด heart attack

มีงานวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่า ระดับ C-reactive protein ที่สูงในคนไข้ที่มีโรคปริทันต์อักเสบ ลดลงอย่างมากเมื่อคนไข้ได้รับการรักษาโรคปริทันต์อักเสบเรียบร้อยแล้ว

ผู้ที่ระดับC-reactive protein  สูงกว่า 3 mg/L มีความเสี่ยงต่อ  heart attack เพิ่มขึ้น 572%  ค่า  C-reactive protein ที่เหมาะสมสำหรับผู้ชาย คือ0.55mg/L    และสำหรับผู้หญิงคือ 1.5 mg/L

( No more heart attack  , Life Extension May ,2009)

ดังนั้นการไปพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน(สำหรับผู้ที่ไม่มีโรคปริทันต์อักเสบ) หรือทุก 3 เดือนในกรณีที่มีโรคปริทันต์อักเสบ  นอกจากเป็นการรักษา

สุขภาพในช่องปากให้ดีเยี่ยมอยู่เสมอแล้ว ยังเป็นการรักษาสุขภาพของหัวใจและหลอดเลือดด้วย อุปมาดั่งยิงปีนนัดเดียวได้นกสองตัว

ทพญ มนูญ ดุจหนึ่งคุณากร 29/8/2010

Tags: , , , , , , ,

หมอฟันกับเด็กน้อย

เพื่อนๆมักถามหมอเปียเสมอว่า เป็นหมอฟันมาหลายปี เบื่อบ้างมั้ยที่ทั้งวันเจอแต่งานซ้ำซาก ฉันตอบคำถามทำนองนี้ด้วยอารมณ์ปลอดโปร่งว่า “ งานรักษาฟันเหมือนเดิมก็จริง แต่คนไข้ที่เข้ามาเปลี่ยนหน้าเสมอ แต่ละคนมีเรื่องราวต่างๆมาเล่าให้ฟัง ถ้าเป็นเด็กเล็กมาทำฟันยิ่งสนุกใหญ่ ก็อย่างที่รู้ๆกันอยู่ว่า เด็กส่วนใหญ่ไม่ชอบถูกทำฟัน ฉันจึงต้องคอยหากลเม็ดเคล็ดไม่ลับหลากหลายสำหรับเด็กต่างนิสัยกัน

วิธีพื้นๆคือการให้รางวัลเมื่อเด็กน่ารัก ที่ใช้เสมอคือคำชมเมื่อเสร็จการรักษา บ่อยครั้งหมอเปียต้องสร้างตัวเลือกให้เด็กเลือก เช่น

“น้องบอย วันนี้หนูจะทำฟัน 2 ซี่หรือ 4 ซี่ดีคะ”

“หนูตาล หมอให้หนูเลือกว่าจะทำฟันบนหรือฟันล่างก่อน”

การสร้างตัวเลือกลักษณะนี้ ไม่ว่าเจ้าตัวเล็กจะเลือกข้อใด เค้าก็ต้องทำฟันอยู่ดี ดังนั้นห้ามถามว่า “วันนี้หนูจะทำฟันกี่ซี่ดีคะ “ เพราะมีโอกาสสูงมากที่เด็กจะตอบว่า “ไม่ทำค่ะ หนูอยากกลับบ้าน”

ต่างๆเหล่านี้เหมาะสำหรับเด็กที่มีแนวโน้มยอมรับการทำฟันอยู่แล้ว เด็กบางคนไม่เต็มใจมาหาหมอเลย ที่ยอมมานอนบนเตียงให้หมอทั้งขู่ทั้งปลอบก็เพราะพ่อแม่บังคับมาหรอก ตัวเลือกสำหรับเด็กประเภทนี้จะเป็นอีกแบบ อย่างเช่นในรายน้องต้อมน้องตั้มลูกชายแสนซน ฝาแฝดมหัศจรรย์ของคุณจิตตรี

น้องต้อมถูกคุณแม่บังคับให้มาอุดฟัน แกจึงพิโอดพิครวญยุกยิกบ้าง ไม่ยอมอ้าปากบ้างให้คุณแม่ต้องดุเสียงเขียว บางคราวหมั่นไส้หนักก็ฟาดเพียะๆ ส่วนน้องตั้มที่มาด้วยนัยว่าเพื่อเป็นกำลังใจ ก็ไม่ได้มายืนเชียร์ข้างเตียงอย่างที่ตกลงกันไว้ กลับวิ่งซนเสียงดังคับคลินิค รื้อข้าวของวุ่นวายจนน่ากลัวว่าคลินิคคงถูกรื้อก่อนน้องต้อมทำฟันเสร็จ คุณแม่ทั้งดุเสียงดังทั้งขอไม้เรียวจากหมอเปีย ผลคือเด็กทั้งคู่ไม่ได้กลัวแม้แต่น้อย หมอเปียประเมินสถานการณ์แล้ว เอ่ยปากเสียงเรียบขรึมกับคุณจิตตรี

“พี่ไม่ต้องบังคับน้องต้อมหรอกค่ะ เค้าไม่อยากให้หมอทำฟันให้ก็ไม่เป็นไร” น้องต้อมยิ้มถูกใจที่ดื้อจนได้ดี

“หมอรู้จักหมอแขกคนนึงอยู่ตีนสะพานนี่เอง เก่งมากในเรื่องทำฟันเด็กดื้อ เด็กคนไหนไม่ยอมอ้าปากทำฟัน หมอเปียส่งไปหาหมดแขกคนนี้หมด หมอแกตัวใหญ่ตัวดำปี๋เชียว พี่โทรเบอร์นี้เลยค่ะ 02-4453967 เค้ามีบริการมารับเด็กถึงบ้าน พี่โทรให้มารับไปเลยทั้งน้องต้อมน้องตั้ม เพราะหมอเปียไม่มีปัญญาทำให้แล้วค่ะ ส่งหมอแขกที่ว่านี่เถอะค่ะ เจ๋งสุดๆ”

ฉันพูดพลางทำหน้าสยดสยองปานประหนึ่งว่าหมอแขกผู้ไม่มีตัวตนนี้เป็นยักษ์ก็ไม่ปาน คุณแม่ผู้แสนดีรับมุขทันที ปราดไปกดโทรศัพท์แล้วพูดเองเออเอง

“ร้านหมอแขกที่ตีนสะพานใช่มั้ยคะ ช่วยส่งคนมารับเด็กดื้อไปทำฟันหน่อยค่ะ อยู่ร้านหมอเปียนี่แหละค่ะ รู้จักใช่มั้ยคะ อ๋อ เคยมารับเด็กที่นี่ไปหลายคนแล้ว”

ได้ผลชงัด น้องตั้มหยุดวิ่งมานั่งเรียบร้อย น้องต้อมอ้าปากยอมให้จัดการฟันแต่โดยดี หมอเปียจึงรีบบอกคุณจิตตรีทันทีว่า “คงไม่ตองแล้วค่ะ ต้อมเป็นเด็กเก่งแล้ว”

นี่คือตัวเลือกประเภทที่ว่า ถ้าหนูไม่ยอมให้หมอเปียใจดีคนนี้ทำฟันให้ หนูก็ต้องไปให้หมอแขกใจร้ายตัวใหญ่น่ากลัวทำให้ ถ้าคุณเป็นเด็กน้อยคนนั้น คุณจะเลือกหมอคนไหนคะ

เรื่องสนุกยังไม่จบลงนะคะ เมื่อเด็กยอมแล้วทำอย่างไรแกจีงจะผ่านกระบวนการทำฟันอันน่าเบื่อหน่ายได้ตลอดรอดฝั่ง มีเด็กน้อยคนเหลือเกินที่สามารถนอนนิ่งได้อย่างผู้ใหญ่ ส่วนใหญ่จะยุกยิกเดี๋ยวอ้าปากเดี๋ยวหุบปาก ที่เหนื่อยสุดๆคือเด็กสมาธิสั้น

“ จะหลอกล่ออย่างไรดีหนอ น้องพณิชรูปหล่อวัย 5 ขวบผู้ hyperactive เหลือเกินจะอยู่นิ่งๆได้ซัก5 นาที หมอเปียรำพึงกับตัวเอง ที่จริงเด็กน้อยเต็มใจเหลือเกิน แต่ธรรมชาติแกเป็นเช่นนั้นเอง ใช้วิธีท้าชิงลบสถิติเดิมละกัน หมอเปียคิดมุขขึ้นทันใด

“นี่แน่ะ พณิชเด็กเก่งสุดที่ทำฟันแบบหนูเนี่ยนะ พอหมอเริ่มทำ หมอจะนับ 1 2 3 ไปเรื่อยๆ เด็กคนนั้นใช้เวลานับถึง 30 เอง ดูซิพณิชจะใช้เวลาเท่าไร นับในใจนะ เอ้าเริ่มเลยนะ”

เด็กน้อยนอนแสนนิ่ง อ้าปากแสนกว้าง อำนวยความสะดวกเต็มที่ ท่าทางนับเลขในใจของแกจดจ่ออย่างยิ่ง เมื่อทำฟันเสร็จ แกรายงานว่าใช้เวลานับ ถึง 28 เอง

“โอ้โฮ ทำลายสถิติเดิมเลยนะเนี่ย”

เอาละสิ คราวนี้การทำฟันกลายเป็นเรื่องท้าทายน่าสนุกยิ่งนัก วันนั้นหมอเปียสามารถจัดการจนฟันทุกซี่ที่ต้องทำเสร็จเรียบร้อยในเวลาไม่นาน เมื่อแกเก่งขนาดนี้ คุณหมอใจดีต้องมีรางวัลพิเศษให้

หลายปีมาแล้วหมอเปียเคยออกใบรับรองการเป็นเด็กเก่งให้เด็กน้อยคนหนึ่ง โดยเขียนด้วยลายมือลงในกระดาษเปล่าว่า

“ ข้าพเจ้า ทพญ.มนูญ ดุจหนึ่งคุณากร ขอรับรองว่า ดช…………………………เป็นเด็กเก่งทำฟันไม่ร้องไห้เลย”

ขอรับรองว่าเป็นความจริง

(ลงลายเซ็น)

คุณพ่อเล่าว่าลูกชายพกใบรับรองนั้นใส่กระเป๋าติดตัวไปทุกหนทุกแห่ง น้องชายหมอเปียประทับใจเรื่องนี้มาก อาสาออกแบบใบรับรองนี้ให้เป็นเรื่องเป็นราว มีการใส่ภาพ ซูเปอร์แมนมาเป็นภาพพื้น ข้อความตามที่หมอเปียเคยเขียนไว้ เมื่อใส่ในซองพลาสติก ดูเผินๆเหมือนใบ certificate ของสถาบันมีชื่อเก๋ไก๋ไม่เบา

วันนี้พณิชได้รับรางวัลพิเศษนี้ เจ้าตัวยิ้มแก้มแทบปริ ดูแกแอ็คหน่อยๆจนหมอเปียอดหัวเราะออกมาไม่ได้ วันนั้นจึงเป็นวันที่อิ่มเอมใจวันหนึ่ง รู้สึกภูมิใจที่ตัวเองได้ทำเรื่องดีงาม ได้สร้างความมั่นใจในตนเองให้เด็กน้อย ณ.วันใดวันหนึ่งข้างหน้าเมื่อแกได้พบเรื่องราวซึ่งยากจะจัดการ แกอาจหวนระลึกถึงความรู้สึกในวันนี้แล้วฮึดสู้ขึ้นมา

เล็กๆน้อยๆชวนหัวเหล่านี้แหละที่หล่อเลี้ยงอาชีพจำเจอย่างหมอฟันให้ได้มีสีสันและมีความสุขใจ

Tags: , , ,

สุขภาพฟันไม่ดีทำให้ร่างกายแก่ก่อนวัย

ระบบทางเดินอาหารเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในร่างกาย เป็นอวัยวะซึ่งย่อยอาหารที่เราทานให้เป็นโมเลกุลเดี่ยว ที่ร่างกายเอาไปใช้ได้ นั่นคือ เมื่อเราทานอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรท ระบบย่อยจะย่อยให้เป็น กลูโคส,ฟรุคโตส,กาแลคโตสเมื่อเราทานอาหารจำพวกโปรตีน ระบบย่อยจะย่อยให้เป็น กรดอะมิโน และเมื่อเราทานอาหารจำพวกไขมันซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปไตรเอซิลกลีเซอไรด์ ระบบย่อยจะย่อยให้เป็นกรดไขมัน
ในขณะเดียวกันระบบทางเดินอาหารก็เป็นช่องทางที่รับเอาเชื้อโรคและสารแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย ธรรมชาติจึงสร้างกลไกปกป้องไว้ ได้แก่ ในกระเพาะอาหารมีความเป็นกรดเพื่อย่อยโปรตีน และฆ่าเชื้อโรคซึ่งอาจมากับอาหาร ในลำไส้เล็กส่วนต้นผลิตเมือก (mucus) ปริมาณมาก และเซลล์เยื่อบุผนังลำไส้อยู่กันชิดมากโดยมี tight junction ระหว่างเซลล์ เป็น barrier ไม่ให้สิ่งแปลกปลอมเล็ดรอดผ่านไปได้ นอกจากนี้ลำไส้เล็กยังมี lymphoid tissue กระจายทั่วๆคอยดักจับ bacteriaและสารแปลกปลอมทั้งหลาย
นิสัยหลายอย่างของคนเมืองปัจจุบันทำให้กลไกป้องกันตัวเองตามธรรมชาตินี้เสียไป เช่น
การดื่มเครื่องดื่ม alcohol, กาแฟ ,ชา ,อาหารรสเผ็ดจัด,อาหารปนเปื้อนสารพิษหรือเชื้อโรค ,การทานยาnsaids, antibiotic เป็นประจำ ทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อเซลล์เยื่อบุผนังลำไส้ ทำให้เซลล์ซึ่งเคยอยู่ชิดกันเป็นด่านป้องกันเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมไม่ให้เล็ดรอดเข้ากระแสเลือดได้ เกิดอักเสบและห่างจากกันเป็นช่องขึ้น เรียกสภาพนี้ว่า ลำไส้รั่ว (leaky gut)
ประกอบกับการกินยาลดกรดประจำ , ดื่มน้ำระหว่างมื้ออาหาร ,การเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด ทำให้น้ำย่อยย่อยได้เฉพาะผิวนอกของอาหาร อาหารไม่ถูกย่อยเป็นโมเลกุลเดี่ยว เมื่ออาหารมาถึงลำไส้เล็กซึ่งรั่วอยู่ อาหารเหล่านี้จะเล็ดรอดผ่านช่องระหว่างเซลล์ ไปพบกับ lymphoid tissue และถูกทึกทักว่าเป็นสารแปลกปลอม ระบบภูมิต้านทานของร่างกายจะเริ่มทำงาน เกิดปฏิกริยาภูมิแพ้ขึ้น ซึ่งเป็นแบบ delayed type อาการเกิดหลังทาน 2 ชั่วโมง ถึงหลายๆวัน (คนละแบบกับการแพ้อาหารแบบเฉียบพลันที่จะมีการแพ้หลังทานอาหารทันทีหรือภายใน 2ชั่วโมง)
ปฏิกริยาภูมิแพ้ลักษณะนี้เกิดได้กับอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย ไม่จำเพาะว่าจะเกิดกับผิวหนังหรือทางเดินหายใจเท่านั้น เช่น อาจมีอาการปวดหัวเรื้อรัง ซึมเศร้า rheumatoid arthritis,chronic fatique, น้ำหนักขึ้น,ผื่นลมพิษแบบไม่รู้สาเหตุ
สามารถสรุปได้ว่า การเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด ร่วมกับปัจจัยอื่นที่ทำให้เกิด leaky gut เป็นเหตุให้เกิดการแพ้อาหารที่ปกติไม่เคยแพ้ นำไปสู่ปฏิกริยาภูมิแพ้และการอักเสบของอวัยวะต่างๆ ร่างกายจึงเสื่อมก่อนวัยอันควร( premature aging)
ดังนั้นท่านทั้งหลายควรดูแลฟันให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอ ใส่ฟันปลอมทดแทนฟันที่ถูกถอนไป เพื่อที่จะเคี้ยวอาหารได้ละเอียด จะได้ไม่แก่ก่อนวัยนะคะ

ทันตแพทย์หญิงมนูญ ดุจหนึ่งคุณากร (หมอเปีย)
15 มีนาคม 2553

Tags: , , , , , , , ,

บทความเรื่องโรคปริทันต์ (รำมะนาด)

    สวัสดีครับเพื่อนๆ ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าผมดีใจมากที่ได้มีโอกาสทำความดี ด้วยการแบ่งปันประสบการณ์ ในวิชาชีพ ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่อายุก็ไล่เลี่ยกับผม

    มีความจริงที่ไม่น่าจะเกิดกับใครๆ เลยที่ว่า คนเรามักจะชอบรู้แต่เรื่องไกลตัวส่วนเรื่องใกล้ตัวกลับไม่เคยรู้ เช่นเดียวกับเรื่องสุขภาพในช่องปาก ตอนเราเป็นเด็กจนเป็นวัยรุ่น ธรรมชาติให้พลังในการซ่อมแซมร่างกายไว้มากแต่เมื่อโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ เข้าวัยกลางคนพลังนี้ก็เริ่มเสื่อมถอยลง

    โอกาสนี้ผมขอยกเอาโรค ปริทันต์ ซึ่งภาษาชาวบ้านเรียกโรค รำมะนาด มาเป็นตัวอย่าง โรครำมะนาดนี้เป็นสาเหตุสำคัญลำดับต้นๆ ที่ทำให้ฟันโยกและหลุดในคนสูงอายุ ทั้งๆที่ธรรมชาติตั้งใจจะให้คนเรามีฟันใช้จนถึงวันตาย ไม่เหมือนฟันน้ำนม ที่ต้องหลุดเองเมื่อโตถึงอายุที่กำหนดไว้ ใครๆ ก็อยากมีฟันที่แข็งแรง ใช้ไปจนตลอดชีวิต ดังนั้นเราจึงต้องเข้าใจอย่างท่องแท้ว่า อะไรคือสาเหตุของโรครำมะนาดนี้ เพื่อจะได้หาวิธีป้องกันตัวเองจากโรคร้ายชนิดนี้

    ว่ากันว่า สาเหตุแห่งโรครำมะนาดนี้ มีสารพัดสาเหตุ กรรมพันธุ์ก็เกี่ยว โรคทางระบบอื่นๆ เช่น เบาหวานก็เกี่ยว เคี้ยวหนักไปจนผิดปกติก็เกี่ยว หรือแม้แต่เนื้องอกบางชนิดก็ก่อให้เกิดรำมะนาดได้ แต่ต้นเหตุตัวสำคัญจริงๆ เลย คือ เชื้อแบคทีเรีย ที่อยู่ในแผ่นคราบจุลินทรี หรือที่เรียกว่า แผ่น plague    แผ่น plague นี้หาดูไม่ยาก คืนไหนลืมแปรงฟันแล้วไปนอน ตื่นเช้ามาฟันจะสากๆ เอาเล็บขูดดูที่ฟันจะเป็นปุยสีขาวๆ นุ่มๆ เหนียวๆ เหม็นๆ นั่นละ plague ,   plague จะเกาะที่ผิวฟันแน่นเป็นแผ่น บ้วนน้ำก็ไม่หลุด อยากให้ plague หลุดจากผิวฟัน ต้องแปรงให้โดนเท่านั้นแล้วบ้วนน้ำ ให้น้ำชะ plague ที่หลุดจากผิวฟันทิ้งไป ถ้า plague เกาะตามผิวซอกฟัน ก็ต้องใช้ไหมขัดฟัน (Floss) และถูให้ถูกวิธี หรือบางซอกฟันอาจต้องใช้แปรงซอกฟัน ที่เป็นกระจุกขนแปรงเล็กๆ คล้ายแปรงล้างขวด ถูทะลุซอกฟันให้สะอาด อนุญาตให้แปรงฟันใช้ floss ใช้แปรงซอกฟันได้วันละหลายครั้ง แต่ที่ไม่ควรลืม คือก่อนนอน เพราะ plague จะเกาะบนผิวฟันนิ่งๆ ตอนเรานอน แล้วความบันเทิงก็จะบังเกิดในแผ่น plague ที่เหลืออยู่ในปาก ตอนเรานอนนี่เอง

    เศษอาหารธรรมดา บ้วนน้ำแรงๆ ก็หลุดเพราะมันไม่มีกาวในตัวมันเอง ไม่เหมือนแผ่น plague ที่นอกจากจะมีสารอาหารที่อุดมสมบูรณ์  มีกาวไว้เกาะผิวฟันที่ลื่นแสนลื่นได้แล้วที่สำคัญที่สุดคือ มีแบคทีเรียจำนวนมากมายมหาศาล โดยมีสายพันธุ์ และชนิดของแบคทีเรียมากมายหลายชนิดปนๆ กันอยู่ในแผ่น plague ชิ้นเล็กๆ โดยชนิดของเชื้อแบคทีเรียก็จะต่างกันไป ใน plague ที่อยู่ในตำแหน่งที่ต่างกันเพราะมีระบบนิเวศน์ที่ต่างกันนั่นเอง เช่น plague ที่เกาะบนผิวฟันโล่งๆ จะพบเชื้อที่ชอบใช้ออกซิเจนในการดำรงชีวิตเป็นจำนวนมาก แต่ถ้าเป็น plague ที่เกาะผิวฟันตามซอกหลืบ หรือเกาะอยู่ที่ฟันต่ำกว่าระดับเหงือก ก็จะพบเชื้อที่ไม่ใช้ออกซิเจนมากกว่า(เหม็นกว่า) แม้แต่ระยะเวลาที่ plague เกาะผิวฟัน ยิ่งนานไปชนิดของเชื้อก็มีพิษมากขึ้นเรื่อยๆ  เมื่อ plague เกาะฟันได้นานพอ ก็จะเกิดสารพิษที่เกิดจากการผลิตของเหล่าแบคทีเรีย ซึ่งผลผลิตสุดท้ายนี้จะระคายเคืองต่อเหงือกที่มันสัมผัสอยู่ด้วย โดยผิวเหงือกจะเริ่มบางลงๆ จนมีเลือดออกซิบๆ เมื่อมีอะไรไปสัมผัสมัน เช่น ถูแปรงไปโดนเหงือกแล้วมีเลือดติดปลายแปรง อย่างนี้เป็นต้น  สารพิษนี้หลายชนิดสามารถย่อยเหงือก  ย่อยกระดูกที่หุ้มรากฟัน  ย่อยสลายเอ็นที่ยึดรากฟันไว้กับกระดูก จนทำให้ฟันโยกขึ้นเรื่อยๆ และหลุดในที่สุด (โรครำมะนาดนั่นเอง) ขบวนการที่เกิดสารพิษในขั้นสุดท้ายนี้คล้ายคลึงกับการหมักอาหารเป็นอย่างยิ่ง คือต้องมีสารอาหารตั้งต้น  มีเชื้อชนิดต่างๆ และต้องมีเวลานานพอ เช่น หมักข้าวเหนียว ผสมกับยีสต์ ได้น้ำตาล ถ้าปล่อยให้มีอากาศเข้าไปหมักด้วย  ถ้าไม่มีอากาศจะได้เหล้า หมักต่อแบบมีอากาศจะได้ น้ำส้มสายชู อย่างนี้เป็นต้น

    ระบบนิเวศน์ของ plague ถูกศึกษาไว้มากมาย พอสรุปได้ว่า แผ่น plague ใหม่ๆ จะมีเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ค่อยมีพิษสงนัก พอปล่อยให้ plague เกาะฟันนิ่งๆ 2-4 วัน จะเริ่มมีเชื้อมีพิษมากขึ้น พอผ่านไป 4-9 วัน จะมีเชื้อที่ว่ายน้ำคล่องแคล่ว ว่ายน้ำยั้วเยี้ยเต็มไปหมด ในแผ่น plague นั้น แต่ละตัวก็ช่วยกันปล่อยสารพิษจากเชื้อหลากสายพันธุ์ ได้สารพิษหลายชนิด คล้ายกับ MOB มันอลวน จับมือใครดมก็ไม่ได้เวลาเกิดเรื่องขึ้น ทุกวันนี้ยังไม่มีการฟันธงว่าเชื้อตัวไหน คือตัวการก่อโรค รู้แต่ว่าเชื้อหลายชนิดช่วยๆ กัน ทำให้เกิดรำมะนาดสำเร็จ แล้วกระดูกก็ละลาย ฟันก็โยก แล้วก็หลุด นอกจากนี้ plague ยังมีทีเด็ดกว่านั้น ถ้ามันอยู่บนผิวฟันนานพอ จะมีแคลเซียมในน้ำลายไปตกผลึกใส่ ทำให้แผ่น plague นุ่มๆ หนาๆ เหนียวๆ เหม็นๆ กลายเป็นแผ่นแข็งๆ กรอบๆ  แรกๆ ก็กรอบแบบคุกกี้ นานวันเข้าก็เพิ่มความแน่นแข็งขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นหินก้อนแข็ง อาจมีสีเนื้อหรือสีดำก็ได้ เรียกว่าหินปูน ซึ่งหินปูนนี้มีดีที่มันจะมีผิวหน้าพรุนเสมอ จึงเป็นที่เกาะอันแสนวิเศษของ plague จะเห็นได้ว่าขบวนการเกิดหินปูน ช่างคล้ายการเกิดหินงอก หินย้อย จริงๆ ทีนี้พอหินปูนเกิดใหม่ๆ บางตำแหน่งอาจถูกอาหารกระแทกให้หลุดร่อนออกมาได้เอง แต่ถ้าเกิดหินปูนตามซอกฟัน ที่เราไม่ได้ใช้ floss อย่างนี้ โอกาสหลุดเองเห็นจะยาก พอหินปูนเกิดสำเร็จแล้ว ต่อให้แปรงให้โดนจังๆ อย่างไงก็ไม่หลุด อยากให้หลุดต้องพึ่งพละกำลังของหมอฟันละทีนี้  หมอฟันจะมีเครื่องกะเทาะปูนขนาดเล็กจิ๋ว ใช้จี้กะเทาะหินปูนให้หลุด หรือบางตำแหน่งอาจต้องใช้อุปกรณ์คล้ายเคียวตัวเล็กๆ ไปเกี่ยวให้หินปูนหลุดออกมา ฟังดูออกจะซาดิสซ์ แต่เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าจะรักษาฟันไว้ใช้นานๆ ก็คงได้แต่ภาวนาว่าจะได้พบกับหมอฟันใจดี มือเบา มีเมตตา และมีอารมณ์ขัน ที่จะพาเราให้รอดพ้นจากสถานการณ์ ซาดิสซ์ นี้ได้ เมื่อขูดหินปูนจนสะอาดหมดจดแล้ว ก็เหมือนการ reset เครื่อง เหมือนการนับหนึ่งใหม่ ถ้ายังมีพฤติกรรมเดิมๆ เช่น แปรงฟันลวกๆ แบบขอไปที ลืมแปรงฟันก่อนนอน ไม่ชอบใช้ floss เพื่อถูเอา plague เกิดใหม่ตามซอกฟันทิ้งไปละก็ รับรองไม่นานเกินรอ (5 วัน 7 วัน) คุณก็จะได้พบหินปูนชุดใหม่ พร้อมกับขบวนการหมักของแบคทีเรียอย่างแน่นอน
   
     ก่อนจบบทความนี้ มีข่าวดีจะแจ้งให้ผู้ที่ชื่นชอบการสูบบุหรี่ได้ทราบว่า นอกจากปอดและหัวใจจะได้ไปเต็มๆ แล้ว ควันบุหรี่ที่ท่านอัดผ่านปาก สามารถเปลี่ยนระบบนิเวศน์ ของแผ่น plague จนได้ End product ที่ส่งเสริมการทำลายกระดูกและเหงือกโดยควันบุหรี่เพียงอย่างเดียว ก็มีศักยภาพสูงในการทำลายกระดูกและเหงือก เทียบเท่ากับแผ่น plague เน่าๆ บนหินปูนเลยทีเดียว

                    ขอให้เพื่อนๆโชคดีทุกๆ คน
           
                             จากหมอฟันที่แสนดี
                    ท้ันตแพทย์สมเกียรติ ดุจหนึ่งคุณากร (หมอม้า)
 

Tags: , , , ,

การจัดฟัน ตอนที่ 3

กลุ่มที่ต้องการได้รับการรักษาเพื่อความสวยงาม
ผู้ป่วยอาจมีการสบฟันที่ผิดปกติเพียงเล็กน้อยแต่มีความต้องการให้ฟันเรียงตัวเป็นระเบียบ หรือต้องการให้ใบหน้าสวยงามขึ้น จึงมาขอรับการจัดฟัน ได้แก่
- ผู้ป่วยที่มีการสบฟันหลังปกติแต่ฟันหน้ายื่นมากกว่าปกติเล็กน้อย ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อการสบฟันมากนัก แต่ผู้ป่วยต้องการได้รับการจัดฟัน อาจเนื่องมาจาก เพื่อนทักหรือไม่มั่นใจในตัวเอง การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของฟันโดยการจัดฟัน จะทำให้ตำแหน่งของริมฝีปากเปลี่ยนไป ทำให้ใบหน้าผู้ป่วยสวยงามขึ้น
- ผู้ป่วยที่มีฟันซ้อนเกเล็กน้อย
- ผู้ป่วยที่มีลักษณะการเรียงตัวของฟันปกติแต่เห็นการจัดฟันเป็นเรื่องแฟชั่น ต้องการได้รับการจัดฟันแบบเพื่อน การจัดฟันที่เกินความจำเป็นนี้อาจส่งผลต่ออวัยวะในช่องปากทั้งฟันและเหงือก การทำความสะอาดจะยากทำให้แหล่งสะสมคราบจุลินทรีย์และหินน้ำลาย รวมทั้งเป็นการสิ้นเปลืองเวลาและค่าใช้จ่ายด้วย

ทพญ.วรรณดี พลานุภาพ
งานทันตกรรม  โรงพยาบาลศิริราช
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

Tags: , ,

การจัดฟัน ตอนที่ 2

 

กลุ่มที่ควรได้รับการรักษา
    – ฟันซ้อนเกมาก คือ การเรียงตัวของฟันในขากรรไกรซ้อนกันไม่เป็นระเบียบในปริมาณมาก ควรได้รับการรักษาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิด
        – ฟันห่าง คือลักษณะที่ด้านข้างของฟันซี่หนึ่งไม่สัมผัสกับด้านข้างของฟันซี่ที่อยู่ถัดไป ทำให้เกิดช่องห่างระหว่างฟัน ทำให้พูดไม่ชัด เวลาพูดมีน้ำลายกระเด็น เสียบุคลิกภาพ ฟันห่างบ่งได้ 2 ประเภท คือ ฟันห่างเฉพาะบางตำแหน่งในขากรรไกร, ฟันห่างทั่ว ๆ ไป
        – ฟันยื่นมาก คือลักษณะที่ฟันหน้าบนหรือฟันหน้าล่างยื่นมาทางด้านหน้ามากกว่าปกติ ทำให้ผู้ป่วยมีริมฝีปากอูม หรือริมฝีปากปิดกันไม่มิด ทำให้เสียบุคลิกภาพ นอกจากนี้เวลาประสบอุบัติเหตุจุเกิดอันตรายกับปันและกระดูกเบ้าฟันได้ง่าย

ทพญ.วรรณดี พลานุภาพ
งานทันตกรรม  โรงพยาบาลศิริราช
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

Tags: , ,

การจัดฟัน ตอนที่ 1

ในปัจจุบันนี้เรามักจะพบว่ามีผู้นิยมจัดฟันเป็นจำนวนมาก จนกลายเป็นแฟชั่นในกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งจะเน้นไปทางด้านความสวยงามมากกว่าความจำเป็นในการรักษาทั้งๆ ที่การจัดฟันจะทำให้เกิดผลเสียต่าง ๆ คือ มีเศษอาหารติดง่ายทำความสะอาดยาก ทำให้เกิดฟันผุและโรคเหงือกได้ อีกทั้งวัสดุที่ใช้ยังไม่ได้มาตรฐาน ณ ปัจจุบันการจัดฟันหรือการรักษาทางทันตกรรมจัดฟัน จำแนกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ
1. กลุ่มที่มีความจำเป็นต้องได้รับการรักษา
2. กลุ่มที่ควรได้รับการรักษา
3. กลุ่มที่ต้องการได้รับการรักษาเพื่อความสวยงาม
ในตอนที่ 1 นี้ เราจะบอกถึง กลุ่มแรกคือผู้ที่มีความจำเป็นที่ต้องได้รับการรักษาทางทันตกรรมจัดฟันก่อนนะคะ
กลุ่มที่มีความจำเป็นต้องได้รับการรักษาเพื่อการแก้ไขโครงสร้างใบหน้าหรือการสบฟันที่ผิดปกติโดยด่วน เพื่อให้ผู้ป่วยมีพัฒนาการของโครงสร้างใบหน้าและขากรรไกร เพื่อให้ผู้ป่วยมีพัฒนาการของโครงสร้างใบหน้าและขากรรไกร ตลอดจนการสบฟันที่ถูกต้อง ได้แก่ ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติในลักษณะดังต่อไปนี้
– โครงสร้างใบหน้าผิดปกติ
– ในเด็กรักษาโดยการจัดฟัน
– ในผู้ใหญ่รักษาโดยการจัดฟันร่วมกับการทำศัลยกรรม
– ฟันล่างสบคร่อมฟันบน ลักษณะฟันหน้าสบคร่อมฟันหน้าบนคือ ลักษณะที่ฟันหน้าล่างซี่เดียว หรือหลายซี่สบคร่อมฟันหน้าบน ถ้าไม่ทำการรักษาจะทำให้ขากรรไกรเจริญผิดปกติ เช่น ขากรรไกรบนถูกจำกัดการเจริญเติบโตในขณะที่ขากรรไกรล่างเติบโตได้ ทำให้เกิดลักษณะใบหน้าเว้า และอาจทำให้เกิดความผิดปกติที่ข้อต่อขากรรไกรได้
– ฟันสบลึก ลักษณะฟันหน้าบนสบคร่อมฟันหน้าล่างมากกว่าปกติ ถ้าไม่ทำการรักษาจะทำให้ขากรรไกรล่างเจริญน้อยกว่าปกติ และเกิดการบาดเจ็บที่เหงือกด้านเพดานของฟันหน้าบน เนื่องจากฟันหน้าล่างสบกระแทก
– ฟันสบเปิด ลักษณะฟันหน้าบนและล่างเปิดห่างจากกันขณะสบฟัน ถ้าไม่ทำการรักษาอาจทำให้การตัดอาหารมาขาด ออกเสียงไม่ชัดเจน มีลักษณะการกลืนที่ผิดปกติ และเกิดการพัฒนาใบหน้าในแนวดิ่งมากกว่าปกติ
– นิสัยที่ผิดปกติ การดูดนิ้วเป็นลักษณะปกติจากความต้องการทางร่างกายของเด็ก การดูดนิ้วจะช่วยให้เด็กสบายใจผ่อนคลายความเหนื่อย ความหิว ความไม่สบายต่าง ๆ ดูดนิ้วน้อยลงจนเลิกในที่สุด เมื่อเด็กเริ่มเข้าโรงเรียนหรืออายุ 3-4 ปี แต่ถ้ายังไม่เลิกนิสัยดังกล่าว จะทำให้เกิดการสบฟันหน้าเปิด ฟันหน้าบนยื่น เกิดลักษณะการกลืนที่ผิดปกติ ฯลฯ ถ้าความผิดปกติไม่รุนแรง และเด็กเลิกดูดนิ้วได้เร็วลักษณะผิดปกติ อาจจะดีขึ้นเองจนถึงหายได้เอง การพยายามให้เด็กเลิกดูดนิ้วอาจเบี่ยงเบนความสนใจ เช่น ใช้มือจับของ เล่นแทนการเอานิ้วมือใส่ปาก ไม่ควรตำหนิ ดุ ว่า หรือทำให้เกิดความอาย ถ้าเด็กพอเข้าใจเหตุผลได้ควรใช้วิธีพูดคุยทำความเข้าใจ ให้เด็กรู้สึกอยากเลิกนิสัยดังกล่าวเอง กรณีเด็กยังเผลอเอานิ้วมือเข้าปาก โดยเฉพาะเมื่อเด็กง่วงนอนหรือจะเคลิ้มหลับ อาจแนะนำให้ใช้พลาสเตอร์พันนิ้วไว้ ถ้าเด็กไม่สามารถเลิกได้เองให้ปรึกษาทันตแพทย์
– การกัดหรือดูดริมฝีปาก พบในผู้ป่วยที่มีนิสัยขี้อาย ขาดความมั่นใจ ขลาดกลัว อาจทำให้เกิดความผิดปกติเกี่ยวพันกับอวัยวะในช่องปากได้ เช่น ฟันหน้าบนยื่น ฟันหน้าล่างซ้อนเก กล้ามเนื้อคางเกร็งผิดปกติ การแก้ไขควรอธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงผลเสีย และปรึกษาทันตแพทย์เพื่อรับการรักษา
– การกลืนที่ผิดปกติและตำแหน่งของลิ้นที่ผิดปกติ ในขณะกลืนผู้ป่วยจะยื่นลิ้นออกมาอยู่ระหว่างปลายฟันหน้าบนและล่าง ต้องพิจารณาจากขนาดของลิ้น โดยลิ้นอาจมีขนาดใหญ่ผิดปกติ เนื่องจากโรคทางระบบและตำแหน่งของลิ้นในขณะพักตำแหน่งของลิ้นที่ปกติอาจเป็นผลจากขบวนการปรับตัว มักพบในคนไข้ภูมิแพ้ มีการอุดตันของช่องจมูก ขากรรไกรบนแคบมาก ความสูงของใบหน้ามากผิดปกติควรมาพบทันตแพทย์เพื่อทำการแก้ไข ฟันหน้าห่าง การสบฟันหลังคร่อม การพูดออกเสียงไม่ชัด และเกิดการพัฒนาใบหน้าแนวดิ่งมากกว่าปกติ
– การหายใจทางปาก มักพบเมื่อมีการรบกวนระบบทางเดินหายใจ เช่น ภูมิแพ้ ต่อมทอลซินอักเสบ เป็นต้น มักพบว่าผู้ป่วยมีอาการปากแห้งเสมอ ๆ นอนกรน ผลเสียที่เกิดขึ้นคือ ความสูงของใบหน้าด้านล่างมีค่ามากกว่าปกติ การสบฟันหน้าเปิด ขากรรไกรบนแคบกว่าปกติ การแก้ไขต้องพิจารณาสาเหตุที่มีความจำเป็นต้องหายใจทางปากอยู่เพราะความเคยชิน ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อใส่เครื่องมือแก้ไข
– คางเบี้ยว ขากรรไกรล่างผิดไปจากแนวกลางใบหน้า เนื่องจากตำแหน่งฟันผิดปกติ การสูญเสียฟันน้ำนมไปก่อนกำหนด จะมีผลทำให้กระดูกเบ้าฟันบริเวณนั้นเจริญเติบโตน้อยกว่าปกติ และมีการเคลื่อนที่ของฟันข้างเคียงเข้าสู่ช่องว่างนั้นแคบลง ไม่มีที่เพียงพอสำหรับการขึ้นของฟันแท้ที่จะขึ้นมาแทนที่

ได้รับเอื้อเฟื้อข้อมูลจาก
Siriraj E-Public Library
ทพญ.วรรณดี พลานุภาพ
งานทันตกรรม โรงพยาบาลศิริราช
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

Tags: , , , , , , ,

ดื่มนมอย่างไรฟันถึงไม่ผุ

เด็กมีความจำเป็นต้องดื่มนมทุกวันเป็นประจำ เพื่อบำรุงร่างกายให้แข็งแรง แต่นมก็เป็น เครื่องดื่มที่ทำให้เกิดโรคฟันผุได้มากเพราะคราบนมจะจับตัวฟันและขอบเหงือกได้ง่าย แต่เอาออกยาก เมื่อคราบนมผสมกับเชื้อโรคในน้ำลายจะเปลี่ยนเป็นกรดไปกัดฟันอย่างรวดเร็ว ดังนั้นหลังเด็กดื่มนมต้องรีบแปรงฟัน หรือบ้วนปากหลาย ๆ ครั้งทันที

Tags: , , , , ,

สาเหตุการผุของฟันแท้ซี่แรก

เนื่องจากผู้ปกครองเข้าใจคิดว่า ฟันซี่นี้เป็นฟันน้ำนม เพราะฟันแท้ซี่แรกนี้ ไม่ได้ขึ้นแทนที่ฟันน้ำนม แต่จะขึ้นต่อจากฟันกรามน้ำนมซี่สุดท้าย จึงไม่ได้สนใจดูแล และนำเด็กไปรับการอุดฟันจากทันตแพทย์ ถึงแม้จะเห็นว่า ฟันของเด็กผุเป็นรูดำแล้วก็ตาม เพราะคิดว่า เป็นฟันน้ำนมถึงถูกถอนก็มีฟันแท้ ขึ้นมาแทนที่

ฟันน้ำนมผุอยู่ก่อนเป็นเหตุให้ฟันแท้ซี่แรกผุตามไปด้วย
ลักษณะบนด้านบดเคี้ยวของฟันซี่นี้มีร่องลึกทำให้เศษอาหารไปติดหมักหมม เกิดกรดทำลายเนื้อฟันได้ง่าย และด้านข้างที่ติดกระพุ้งแก้มก็มักจะผุ เนื่องจาก เศษอาหารเข้าไปติด ถึงแม้เด็กแปรงฟันบ้วนปากเองก็มักไม่ออก ต้องอาศัย ผู้ปกครองช่วยแปรงฟันให้เศษอาหารจึงออกมา เพราะตรงตำแหน่งนั้น กระพุ้งแก้มหนีบชิดกับฟันมาก

ในขณะเด็กอายุ 5-6 ปี เป็นระยะที่เด็กไปโรงเรียนเป็นวัยที่ชอบกินจุบกินจิบ โดยเฉพาะขนมหวาน ๆ เช่น ท๊อฟฟี่ ลูกกวาด ช็อคโกแลต น้ำหวาน ซึ่งเป็นตัวการทำให้เกิดกรดทำลายฟันให้ผุ ซึ่งบางโรงเรียนจะเป็นแหล่งขายเสียเอง หรือมิฉะนั้น จะมีพ่อค้าหัวใสมาตั้งร้านขายขนมอยู่หน้าโรงเรียน เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะเจ้าของโรงเรียนบางโรงเรียน ครูบางคนขาดความรู้ และไม่เห็นความสำคัญ ในเรื่องนี้ ซึ่งผู้เขียนคิดว่า ถึงเวลาแล้วที่ทั้งผู้ปกครอง เจ้าของโรงเรียน ตลอดจนครูต้องหันมาร่วมมือกัน เพื่อให้บุตรหลาน และนักเรียนของท่าน ไม่เป็นโรคฟันผุ และถูกถอนฟันซี่ที่สำคัญมากซี่นี้ไป โดยทุกคนต้องช่วยกระตุ้นให้เด็ก ดูแลความสะอาดในช่องปาก เลือกรับอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหาร ที่ทำลายฟัน ครูควรแนะนำให้เด็กแปรงฟันหลังอาหารกลางวันที่โรงเรียนจะช่วยลด การเกิดฟันผุได้มาก มีหลายโรงเรียนที่เด็กแปรงฟันหลังอาหารกลางวันที่โรงเรียน หลังจากเด็กปฏิบัติตัวเช่นนี้เป็นประจำ ครูได้บอกกับผู้เขียนเองว่าเด็กฟันสะอาดขึ้น โรคฟันผุน้อยลงและมีผลกระทบให้เด็กเป็นไข้หวัดน้อยลงด้วย

ฟันซี่นี้ขึ้นก่อนฟันแท้ซี่อื่น ๆ จึงทำหน้าที่บดเคี้ยวอาหารหนักที่สุด ประกอบกับ ตำแหน่งที่ขึ้นอยู่ติดโคนสุดของกระพุ้งแก้มยากต่อการที่เด็กจะทำความสะอาด เมื่อรับประทานอาหารเข้าไป เศษอาหารจะติดหมักหมมอยู่ตรงนั้น ทำให้ฟันผุมากยิ่งขึ้น

เด็กขาดความรู้ในการดูแลรักษาความสะอาดในช่องปาก การเลือกรับประทานอาหารที่บำรุงฟัน และหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำลายฟัน

Tags: , , , , , , ,

ฟันมีความสัมพันธ์กับโรคในระบบอื่นของร่างกายหรือไม่

มีความสัมพันธ์โดยตรงกับหลายโรค ส่วนใหญ่จะเป็นโรคที่เกิดเพราะการติดเชื้อ กล่าวคือ เมื่อเกิดโรคฟันและโรคเหงือกนั้น สภาวะในช่องปากจะสกปรก และมีเชื้อโรคเพิ่มขึ้นมากมาย บางชนิดเป็นเชื้อที่อันตราย ซึ่งจะถูกกลืนเข้าสู่ร่างกายได้โดยไม่รู้ตัว เชื้อที่ว่านี้ เมื่อเข้าสู่ร่างกาย ก็แพร่สะพัดไปตามอวัยวะต่างๆ เช่น หัวใจ ปอด ลำไส้ ตับ ไต ข้อต่อของกระดูก เป็นต้น ก่อให้เกิดการติดเชื้อ การอักเสบเป็นโรคของอวัยวะเหล่านี้ ต้องไปพบแพทย์เพื่อการรักษา ต้องเสียทรัพย์เสียเวลา บางครั้ง บางรายแม้จะรักษาก็ไม่หายขาด นอกจากนี้ โรคตามระบบบางชนิด ก็ทำให้เกิดผลเสียต่อฟันและเหงือกด้วย เช่น โรคเบาหวาน หรือโรคเลือดบางชนิด โรคเหล่านี้มีผลทำให้ร่างกายอ่อนแอ สุขภาพไม่สมบูรณ์ ปัญหาที่เกิดกับฟัน และเหงือกจะรุนแรงขึ้น รักษาให้หายได้ยากขึ้น สรุปได้ว่า โรคฟันและเหงือก เป็นตัวนำปัญหาให้เกิดโรคตามระบบของร่างกาย และโรคทางระบบร่างกายบางชนิด ก็ทำให้โรคฟันและโรคเหงือก มีปัญหาและอาการรุนแรงมากขึ้น

ผู้สูงอายุควรรับประทานอาหารจำพวกใดบ้าง เพื่อช่วยในการถนอมรักษาสุขภาพปากและฟัน อาหารที่จำเป็นแก่ร่างกาย ทั้งในวันเติบโต และวัยสูงอายุ จำเป็นต้องได้รับอาหารให้ครบทุกหมู่ คือ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมันผักและผลไม้ เพื่อใช้อาหารเหล่านี้ เป็นพลังงาน และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของอวัยวะในร่างกาย และเพื่อต่อสู้กับโรคประจำตัวด้วย เพราะผู้สูงอายุมักมีโรคประจำตัวกันแทบทุกคน รุนแรงบ้างไม่รุนแรงบ้าง อาหารจำพวกผักและผลไม้ เป็นสิ่งจำเป็นมีประโยชน์ ทั้งต่อสุขภาพร่างกาย และสุขภาพในช่องปากเหงือกและฟัน

ในด้านสุขภาพร่างกาย จะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี เพราะมีกากให้ขับถ่าย ไม่เกิดปัญหาโรคกระเพาะอาหาร หรือโรคลำไส้ ทางด้านช่องปากเหงือกและฟัน ผักและผลไม้เป็นอาหารที่มีแต่เส้นใยและกาก ทำให้ไม่เกิดเป้นคราบอาหารหรือที่เรียกว่า “คราบพลัค” จับติดผิวฟัน เป็นการช่วยลด ต้นเหตุของการเกิดโรคฟันพุ และโรคเหงือกอักเสบ หรือโรคปริทนต์ไปในตัว เพราะโรคฟันและโรคเหงือกที่เกิดขึ้น จะมีแต่อาการเจ็บปวดทรมาน และนำไปสู่การเกิดโรคทางระบบอื่นๆ ได้หรืออาจจะเสริมโรคอื่นๆ ให้รุนแรงมากยิ่งขึ้น อีกทั้ง ยังก่อให้เกิดปัญหาทางด้านจิตใจอีกด้วย

อาหารอีกประการหนึ่งคือ อาหารแป้ง น้ำตาลและของหวานต่างๆ ควรลดปริมาณในการบริโภค อาหารพวกนี้ ทำให้เกิดคราบพลัคเกาะติดฟันง่าย ทำให้เกิดคราบหินปูน เหงือกอักเสบ หรือฟันผุ และบางครั้ง ก็มีผลเสียต่อโรคทางระบบด้วย เช่น โรคเบาหวาน เป็นต้น

อาหารหวานรับประทานได้แต่อย่าให้มาก หรืออย่ารับประทานเป็นประจำ ฟันปลอมมีชนิดใดบ้าง ฟันปลอมชนิดถอดได้ จะทำในรายที่เสียฟันไปหลายซี่ ฟันปลอมชนิดนี้ จะมีตะขอเกาะกับฟันจริง โดยไม่ต้องกรอฟันจริงเสีย มีส่วนของเพดานปลอมยึด เพิ่มความแน่นกระซับ ขณะใส่จะมีความรำคาญบ้างในระยะแรก แต่จะค่อยๆ เคยชินขึ้น ข้อดีก็คือ สามารถถอดออก ทำความสะอาดได้ด้วยตนเอง หลังรับประทานอาหาร ทำให้เกิดความสะอาด เศษอาหารไม่หมักหมม ผู้สูงอายุที่จะใส่ฟัน ควรปรึกษากับทันตแพทย์ เพื่อขอคำแนะนำว่า ควรจะใส่ชนิดใดจึงจะเหมาะสม โดยทั่วๆ ไปเท่าที่พบ ผู้สูงอายุส่วนมาก จะมีการเสียฟันไปแล้วหลายๆ ซี่ เพราะปัญหาโรคเหงือกที่เป็นมานานแล้ว หรือเพราะฟันผุแตกบิ่นต้องถอนออกไป ดังนั้น จึงมักจะต้องใส่ฟันปลอม ชนิดถอดได้หรือฟันปลอมทั่วปาก

มีข้อแนะนำว่า ควรใช้ฟันปลอมเคี้ยวอาหารด้วยความระมัดระวัง อย่ารีบ เพราะจะกัดแก้ม กัดริมฝีปาก หรือกัดลิ้นได้ง่าย เพราะฟันบริเวณนั้นๆ ไม่มีความรู้สึก เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ควรถอดฟันออกล้างทุกครั้ง อย่าปล่อยให้มีเศษอาหาร ติดค้างอยู่ใต้ฟันปลอม เพราะจะทำให้เหงือกอักเสบ เจ็บ และทำให้เกิดกลิ่นเหม็นในปาก ขณะใช้ฟันปลอม ควรสังเกตดู ความแน่นกระซับกับเหงือกว่า เหมือนเมื่อแรกใส่หรือเปล่า ถ้าหลวม ไม่กระซับเหมือนเดิม ควรไปพบทันตแพทย์ใหม่อีกครั้ง เพื่อตรวจดูความปกติ ถ้าเป็นฟันปลอมที่มีตะขอเกาะ ถ้าตะขอหลวม ควรปรับความแน่นเสียใหม่ แต่ถ้าฟันปลอมทั้งปากเกิดหลวม มักเป็นเพราะฐานเหงือก และกระดูกมีการยุบตัว ควรเสริมฐานฟันปลอมใหม่ หรือถ้าหลวมมาก และใช้มานานแล้ว ควรทำชุดใหม่ ฟันปลอมแต่ละชุด มีอายุการใช้งาน ประมาณ 3-4 ปี ควรเปลี่ยนใหม่ ในกรณีที่เหงือกยุบแล้ว ถ้ายังฝืนใช้ฟันชุดเดิมอยู่ จะทำให้รูปทรงของ ใบหน้าส่วนล่างเสียไปด้วย แก้มจะตอบ คางจะหดสิ้น ริมฝีปากห่อ ทำให้ดูแก่โทรม ในเวลากลางคืนก่อนนอน ควรถอดฟันปลอมออก แปรงฟันที่มีอยู่ให้สะอาด และเอาฟันปลอมใส่แก้วแช่น้ำไว้ในที่ๆ ปลอดภัย ช่วงเวลาที่นอนหลับ จะเป็ช่วงที่เหงือกพักตัวด้วย เพราะไม่มีน้ำหนักของฟันปลอมกดอยู่ เหงือกจะสมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอ

การใช้ฟันปลอม ต้องระมัดระวัง และดูแลตนเองอยู่เสมอด้วย เหงือกที่เป็นแผล หรือมีรอยเจ็บอยู่ตลอดเวลา ไม่หายขาด รวมทั้งส่วนอื่นๆ เช่น ริมฝีปาก เพดาน กระพุ้งแก้ม ลิ้น แผลที่เกิดขึ้นควรหายได้เองในเวลา 1 สัปดาห์ ถ้าเกินกว่านี้ ควรสงสัย และรีบไปตรวจกับทันตแพทย์ เพราะในวัยสูงอายุ ถ้าเนื้อเยื่อในช่องปาก ขูดกับฟันจริงหรือฟันปลอม จะทำให้เกิดแผลมะเร็งขึ้นได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่มีอันตราย และการรักษาก็ยุ่งยาก

ทพ.สมนึก วัฒนสุนทร
งานทันตกรรม รพ.ศิริราช

แหล่งข้อมูล : Siriraj E-Public Library – www.si.mahidol.ac.th

Tags: , , , , , , ,